กรมประมงเปิดให้ผู้ครอบครองสัตว์น้ำคุ้มครอง 3 ชนิด "วาฬหลังค่อม วาฬเบลนวิลล์ โลมาริสโซ" มายื่นขออนุญาตครอบครองได้ตั้งแต่บัดนี้ - 23 ก.ค. 69

ข่าวทั่วไป Monday May 11, 2026 17:11 —ThaiPR.net

กรมประมงเปิดให้ผู้ครอบครองสัตว์น้ำคุ้มครอง 3 ชนิด

กรมประมง ประกาศแจ้งผู้ประกอบการ หรือผู้ที่ครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครอง ซากสัตว์ป่าคุ้มครอง หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าคุ้มครอง ได้แก่ วาฬหลังค่อม วาฬเบลนวิลล์ และโลมาริสโซ ให้มาแจ้งรายการเกี่ยวกับชนิดและจำนวน เพื่อรักษาสิทธิในการครอบครอง รวมถึงป้องกันการครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย โดยสามารถแจ้งความประสงค์ในการครอบครองได้ ตั้งแต่บัดนี้ - วันที่ 23 กรกฎาคม 2569 ณ สำนักงานประมงจังหวัดในท้องที่ที่ครอบครอง

นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า ตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ออกกฎกระทรวง และประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 กำหนดให้ วาฬหลังค่อม (Megaptera novaeangliae) วาฬเบลนวิลล์ (Mesoplodon densirostris) และโลมาริสโซ (Grampus griseus) เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง เนื่องจากสัตว์น้ำทั้ง 3 ชนิด มีโอกาสที่จะได้รับผลกระทบต่อการดำรงชีวิตตามธรรมชาติจากการทำประมงและการล่าเพื่อนำไปจัดแสดงในสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำ ซึ่งอาจนำไปสู่การสูญพันธุ์ได้ อีกทั้ง จากข้อมูลสถานการณ์ในปัจจุบันสัตว์น้ำทั้ง 3 ชนิดดังกล่าว มีการอพยพในระยะทางไกลทั่วทั้งภูมิภาค ทำให้พบเห็นในธรรมชาติได้ไม่บ่อยนัก และมักพบเห็นในลักษณะการเกยตื้นในประเทศไทยเป็นครั้งคราว ประกอบกับประเทศไทยได้เข้าเป็นภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (Convention on International Trade in Endangered Species of Wild Fauna and Flora : CITES) ที่กำหนดให้วาฬหลังค่อม เป็นสัตว์ป่าในบัญชีหมายเลข 1 ส่วนปลาวาฬเบลนวิลล์ และโลมาริสโซ เป็นสัตว์ป่าในบัญชีหมายเลข 2 จึงมีพันธกรณีที่จะต้องปฏิบัติตามอนุสัญญาที่กำหนดให้ประเทศสมาชิกต้องมีมาตรการในการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าอย่างเหมาะสม เพื่อรักษาสมดุลของความหลากหลายทางชีวภาพ อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะไม่มีการจับวาฬและโลมาเหล่านี้ในน่านน้ำไทย เพื่อใช้ประโยชน์ในทางการค้าแต่การยกระดับความสำคัญของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมโดยการกำหนดมาตรการคุ้มครอง และการป้องกันการกระทำที่อาจส่งผลกระทบต่อประชากรในธรรมชาติ ถือเป็นก้าวสำคัญอันจะนำไปสู่การอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืนและช่วยลดความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ดังนั้น กรมประมงจึงได้ออกประกาศ เรื่อง กำหนดเวลาการแจ้งการครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครอง ซากสัตว์ป่าคุ้มครอง หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าดังกล่าวที่เป็นสัตว์น้ำ พ.ศ. 2569 เพื่อให้ผู้มีไว้ในครอบครองซึ่งสัตว์ป่า ซากสัตว์ป่า หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าโดยชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งตรงกับชนิดของสัตว์ป่าคุ้มครองที่กำหนดเพิ่มเติม ได้แก่ วาฬหลังค่อม วาฬเบลนวิลล์ และโลมาริสโซ อยู่ก่อนวันที่กฎกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกำหนดให้สัตว์ป่าบางชนิดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2569 มีผลบังคับใช้ ให้มาแจ้งความประสงค์การครอบครอง เพื่อรักษาสิทธิในการครอบครองให้ถูกต้องตามกฎหมายต่อไป

กรมประมงจึงขอความร่วมมือให้ผู้ที่ครอบครองสัตว์น้ำทั้ง 3 ชนิด ได้แก่ วาฬหลังค่อม วาฬเบลนวิลล์ และโลมาริสโซ ทั้งรูปแบบมีชีวิต ซากสัตว์ป่า หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่า อาทิ การสตัฟฟ์ แกะสลัก ตัด หั่น ฟอก เจาะ บด เผา สกัด รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบหรือส่วนผสมของซากสัตว์ป่า เข้ามาแจ้งขออนุญาตครอบครอง พร้อมเอกสารประกอบการแจ้งครอบครอง ดังนี้

  • บัตรประชาชนฉบับจริง
  • แบบแจ้งการครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครอง ซากสัตว์ป่าคุ้มครองหรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าคุ้มครอง(สป.ม. 11-1) พร้อมแสดงหรือแนบเอกสารประกอบการพิจารณาที่เกี่ยวข้อง
  • บันทึกชี้แจงรายละเอียดการได้มาโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ครอบครองฯ (สป.ม. 11-2)
  • ภาพถ่ายสัตว์ป่าคุ้มครอง ซากสัตว์ป่าคุ้มครอง หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าคุ้มครอง
  • สำหรับผู้ที่มีความประสงค์ต้องการแจ้งการมีไว้ครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครองฯ ดังกล่าว สามารถยื่นขออนุญาตครอบครองได้ ณ สำนักงานประมงจังหวัดในพื้นที่ที่ครอบครองสัตว์น้ำนั้นอยู่ นอกจากนี้เพื่อความสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น ท่านยังสามารถแจ้ง ผ่านช่องทางไปรษณีย์ และวิธีการอิเล็กทรอนิกส์ ของสำนักงานประมงจังหวัดนั้น โดยผู้ที่แจ้งผ่านช่องทางไปรษณีย์ และวิธีการอิเล็กทรอนิกส์ จะต้องกรอกรายละเอียดให้ครบถ้วนและส่งแบบแจ้งการครอบครอง พร้อมเอกสารที่กำหนดข้างต้น และแนบสำเนาบัตรประชาชนของตนเอง กรณีเป็นผู้ได้รับการมอบอำนาจให้ดำเนินการยื่นแจ้งการครอบครองแทน จะต้องแสดงหรือแนบบัตรประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ และสำเนาบัตรประชาชนพร้อมลงชื่อรับรองสำเนาถูกต้องของผู้มอบอำนาจให้เรียบร้อย พร้อมหนังสือมอบอำนาจ ทั้งนี้ ภายหลังจากการแจ้งครอบครองหากเจ้าหน้าที่ตรวจสอบแล้วพบว่าเอกสารถูกต้อง ครบถ้วน กรมประมงจะดำเนินการออกใบรับแจ้งการครอบครองให้แก่ผู้ครอบครอง เพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐานยืนยันการแจ้งการครอบครอง โดยเจ้าหน้าที่อาจมีการเข้าตรวจสอบสถานที่ ตรวจสอบชนิดและจำนวนของสัตว์ป่าคุ้มครอง ซากสัตว์ป่าคุ้มครอง หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าคุ้มครอง ก่อนจะดำเนินการจัดทำใบอนุญาต/ใบรับรอง เพื่อใช้เป็นหลักฐานอ้างอิงในการตรวจสอบต่อไปในอนาคต

    สำหรับผู้ที่ต้องการยื่นแบบแจ้งการครอบครองฯ สามารถยื่นแบบได้ตั้งแต่บัดนี้ จนถึงวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 และหากพ้นระยะเวลาที่กำหนด ผู้ใดไม่ดำเนินการแจ้งการมีไว้ครอบครองกับพนักงานเจ้าหน้าที่ จะมีความผิดฐานครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

    อธิบดีกรมประมง กล่าวทิ้งทายว่า สำหรับกฎกระทรวงฯ ฉบับนี้ เกิดจากความร่วมมือของทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน ที่เห็นถึงความสำคัญของสัตว์น้ำจำพวกสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในระบบนิเวศ ซึ่งก่อให้เกิดประโยชน์และผลดีต่อการอนุรักษ์สัตว์น้ำหายาก ลดความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ของสัตว์น้ำบางชนิด รวมถึงสร้างความสมดุลของทรัพยากรธรรมชาติให้มีความยั่งยืนต่อไป

    ทั้งนี้ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กลุ่มคุ้มครองพันธุ์สัตว์น้ำตามอนุสัญญา กองบริหารจัดการทรัพยากรและกำหนดมาตรการ กรมประมง โทรศัพท์ 0 2561 2011 ในวันและเวลาราชการ หรือ ทาง E-mail : [email protected] และสามารถดาวน์โหลดเอกสารการยื่นแบบได้ทาง QR Code


    เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ