PJW ส่งซิกครึ่งปีหลัง จ่อกลับมาผงาด ปักธง 4 กลุ่มธุรกิจฟื้นตัว ดีมานด์หนุน-ต้นทุนลด ดันมาร์จิ้นพุ่ง

ข่าวทั่วไป Thursday May 14, 2026 11:41 —ThaiPR.net

PJW ส่งซิกครึ่งปีหลัง จ่อกลับมาผงาด ปักธง 4 กลุ่มธุรกิจฟื้นตัว ดีมานด์หนุน-ต้นทุนลด ดันมาร์จิ้นพุ่ง

บมจ.ปัญจวัฒนาพลาสติก (PJW) ส่งสัญญาณครึ่งปีหลัง 2569 ฟื้นตัว เหตุธุรกิจ เข้าสู่ภาวะปกติ แรงหนุน 4 กลุ่มธุรกิจส่อแววกลับมาทะยาน เตรียมนับถอยหลัง Q3 - Q4 นี้ จ่อกลับมารับทรัพย์ อานิสงส์มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐ - ไม่แบกรับต้นทุนเพิ่ม พร้อมเดินเกมรุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์เต็มสูบ หลังจากไตรมาส1/2569 รับแรงกระแทก จากปัจจัยสงคราม ส่งผลต้นทุนพุ่ง - กำลังซื้อหด โชว์กำไรสุทธิ 30.9 ล้านบาท และรายได้รวม 947.8 ล้านบาท

นายวิวรรธน์ เหมมณฑารพ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ปัญจวัฒนาพลาสติก จำกัด (มหาชน) หรือ PJW เปิดเผยว่า บริษัทฯ ยังคงเดินหน้ากลยุทธ์เชิงรุกเพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนพร้อมประกาศเดินเกมรุกเร่งขับเคลื่อน 4 กลุ่มธุรกิจหลักให้กลับมาสร้างผลการดำเนินงานโดดเด่น ในครึ่งปีหลัง หลังจากในช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้ผลกระทบจากภาวะสงครามตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคม ส่งผลให้ได้รับแรงกระแทกจากราคาต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้น โดยเฉพาะต้นทุนเม็ดพลาสติกที่ปรับตัวเพิ่มเฉลี่ยสูงขึ้น 40-50% ในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา แต่หลังจากที่บริษัทฯ ได้มีการปรับการบริหารจัดการแบบเชิงรุกในช่วงไตรมาสที่ผ่านมา ส่งผลให้ทิศทางธุรกิจในครึ่งหลังมีสัญญาณการฟื้นตัวชัดเจน และ คาดว่าผลการดำเนินงานจะสามารถชดเชยภาวะชะลอตัวในไตรมาสแรกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  • กลุ่มบรรจุภัณฑ์นมและสินค้าอุปโภคบริโภค: บริษัทฯ เชื่อมั่นว่าในครึ่งปีหลัง ปริมาณ การยอดขายมีแนวโน้มกลับมาคึกคักจากการที่ลูกค้าต้องเร่งสะสมสต็อกสินค้า หลังสต็อกลดลงก่อนหน้า ประกอบกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐที่ช่วยหนุนการบริโภคภายในประเทศ
  • กลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์: มองว่าการส่งออกและค่าระวางเรือเริ่มผ่อนคลาย ขณะเดียวกันบริษัทฯ เตรียมเปิดตัวชิ้นส่วนสำหรับโมเดลใหม่ในช่วงปลายปี ซึ่งจะเป็นอัพไซด์สำคัญในการสร้างรายได้เพิ่มขึ้นต่อเนื่องอย่างมีนัยสำคัญ
  • ธุรกิจบริการซักผ้าอุตสาหกรรม: บริษัทฯ ตั้งเป้าเติบโตต่อเนื่องเฉลี่ย 10% จากการรับรู้รายได้ฐานลูกค้าใหม่และออเดอร์ชุดยูนิฟอร์มที่จะทยอยเพิ่มข้ามาในครึ่งปีหลัง
  • กลุ่มผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ (Medical Product) : ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีมาร์จิ้นสูง และสร้างสร้างการเติบโตให้บริษัทฯ อย่างโดดเด่น โดยกลุ่มธุรกิจดังกล่าวถือเป็นไฮไลท์สำคัญของปีนี้ โดยจะเริ่มทยอยออกสู่ตลาดในครึ่งปีหลัง ปัจจุบันบริษัทฯ จำหน่ายวัสดุสิ้นเปลืองทางการแพทย์ในประเทศเป็นหลัก และมีแผนเร่งขับเคลื่อนขยายตลาดส่งออกไปยังต่างประเทศ โดยเริ่มเจาะในกลุ่มประเทศอาเซียน ช่วงปลายปีนี้ตามแผนที่วางไว้
  • อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยอมรับว่าไตรมาสแรก ต่อเนื่องไปยังไตรมาส 2/2569 บริษัทฯ เผชิญกับภาวะต้นทุนปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากการปรับตัวเพิ่มของราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์สงครามตะวันออกกลาง ทำให้การปรับราคาขายให้ลูกค้าทำได้ไม่ทันท่วงที เนื่องจากกลไกสัญญาที่มีระยะเวลาปรับราคาย้อนหลัง (Time Lag) ประมาณ 2 เดือน แต่ในทางกลับกัน เมื่อราคาวัตถุดิบเริ่มทรงตัวและมีแนวโน้มอ่อนตัวลงในครึ่งปีหลัง ซึ่งกลไกนี้จะเปลี่ยนมาเป็นบวกต่อบริษัทฯ ทันที โดยจะสามารถขายสินค้าในราคาอ้างอิงช่วงต้นทุนสูง ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบจริงปรับตัวลดลง ซึ่งจะทำให้ Margin กลับมาเติบโตอย่างโดดเด่นและสร้างสมดุลให้กับผลประกอบการทั้งปีได้

    สำหรับผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/2569 สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2569 บริษัทฯ มีรายได้รวม 947.8 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 6.5 จากปีก่อน สาเหตุหลักมาจากยอดขายบรรจุภัณฑ์กลุ่มอุตสาหกรรมน้ำมันหล่อลื่น บรรจุภัณฑ์กลุ่มอุตสาหกรรมนมและนมเปรี้ยว บรรจุภัณฑ์กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค ปรับตัวลดลงจากปีก่อนร้อยละ 6.3 ขณะที่ยอดขายส่วนงานชิ้นส่วนอุตสาหกรรมยานยนต์และยานยนต์พ่นสี ลดลงร้อยละ 13.9 ซึ่งเป็นผลกระทบจากสงครามที่ขยายวงกว้างมากขึ้น ขณะที่ยอดขายบรรจุภัณฑ์ ในประเทศจีน ปรับที่ลดลงร้อยละ 7.3 แต่อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังเห็นสัญญาณบวกจากการเติบโต ของรายได้จากการบริการซักผ้าอุตสาหกรรมที่ยังคงเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.9 สะท้อนถึงการกระจายความเสี่ยงทางธุรกิจที่เริ่มเห็นผล ซึ่งสร้าง NewS-curve ใหม่ ในการสร้างมูลค่าเพิ่มทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ กำไรสุทธิในไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ระดับ 30.9 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้นรวมอยู่ที่ร้อยละ 17.7 และมีอัตรากำไรสุทธิรวมเท่ากับร้อยละ 3.3 ซึ่งการลดลงของกำไรสุทธิในไตรมาสดังกล่าวเป็นผลมาจากยอดขาย ที่ชะลอตัวตามสภาวะเศรษฐกิจ และผลกระทบจากสถานการณ์สงครามตะวันออกกลาง

    "บริษัทฯ ได้เตรียมแผนรับมือเชิงรุก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการต้นทุนอย่างเข้มงวด รวมทั้งการรักษาเสถียรภาพของกำไรขั้นต้นให้กลับมาสู่ระดับที่เหมาะสม โดยในครึ่งปีหลังของปี 2569 จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่บริษัทฯ สามารถพลิกกลับสู่การเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน ทั้งจากการ ปรับราคาที่สะท้อนต้นทุนจริง และการขยายตัวของธุรกิจใหม่ที่มีศักยภาพสูงแม้จะต้องอยู่ภายใต้สภาวะ ความกดดันจากปัจจัยภายนอกที่ท้าทาย" นายวิวรรธน์ กล่าวทิ้งท้าย


    เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ