
งาน THAIFEX - Anuga Asia 2026 ปิดฉากลงอย่างประสบความสำเร็จ โดยได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากผู้ซื้อและผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มจากทั่วโลก ขึ้นแท่นศูนย์กลางชั้นนำด้านการจัดซื้อจัดหา การกระจายแหล่งผลิต และการสร้างความร่วมมือทางธุรกิจระยะยาว เชื่อมโยงตลาดทั้งในและนอกภูมิภาคเอเชีย
งาน THAIFEX - Anuga Asia 2026 จัดขึ้นเมื่อวันที่ 26-30 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี ต้อนรับผู้เข้าชมงานในกลุ่มธุรกิจกว่า 94,685 ราย จาก 148 ประเทศและภูมิภาค และผู้แสดงสินค้ากว่า 3,590 ราย จาก 56 ประเทศและภูมิภาค บนพื้นที่จัดแสดงรวม 140,000 ตารางเมตร เป็นงานที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา โดยมีการเพิ่มพื้นที่จัดแสดงที่ฮอลล์ 4 รองรับการนำเสนอเทรนด์ นวัตกรรม และสินค้าใหม่ ตลอดจนช่วยให้ผู้ซื้อสามารถค้นหา เปรียบเทียบ และประเมินสินค้าได้อย่างครบวงจรในพื้นที่เดียว นอกเหนือจากการเติบโตด้านขนาดของงาน สิ่งที่เห็นได้ชัดในปีนี้คือการที่ผู้ซื้อจากต่างประเทศให้ความสำคัญกับงาน THAIFEX - Anuga Asia ในฐานะจุดหมายหลักสำหรับการจัดซื้อสินค้าและการสร้างโอกาสทางธุรกิจในระดับนานาชาติ
นายเจอรัลด์ เบอเซ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โคโลญเมสเซ่ กล่าวว่า "เอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นหนึ่งในตลาดอาหารและเครื่องดื่มที่เติบโตเร็วที่สุดของโลก งาน THAIFEX - Anuga Asia จึงมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงผู้ประกอบการกับคู่ค้าทั้งใหม่และเก่า และโอกาสทางธุรกิจจากทั่วโลก การเข้าร่วมของบริษัทมากกว่า 98 ราย จากสหภาพยุโรปในฐานะพันธมิตรหลักประจำภูมิภาคอย่างเป็นทางการของงานในปีนี้ เป็นอีกหนึ่งสัญญาณที่สะท้อนว่างาน THAIFEX - Anuga Asia คือเวทีการค้าระดับสากลอย่างแท้จริง"
ตลาดโลกเลือก THAIFEX - Anuga Asia เป็นเวทีสำคัญสำหรับการเจรจาด้านธุรกิจอาหาร
การจัดงานในปีนี้ตอกย้ำบทบาทของ THAIFEX - Anuga Asia ในฐานะเวทีการค้าที่มีความสำคัญทั้งต่อประเทศผู้ส่งออกที่มีศักยภาพสูงและตลาดเกิดใหม่ด้านการผลิตอาหารจากทั่วโลก โดยจำนวนคณะผู้แสดงสินค้าระดับประเทศและระดับภูมิภาคเพิ่มขึ้นจาก 50 กลุ่มเป็น 60 กลุ่มในปีนี้ โดยมีการเข้าร่วมจากประเทศและภูมิภาคใหม่ ๆ ทั้งในอเมริกาใต้ ตะวันออกกลาง เอเชียกลาง และยุโรปตะวันออก อาทิ อาร์เจนตินา เบลเยียม ชิลี ซาอุดีอาระเบีย สโลวาเกีย และอุซเบกิสถาน
การเข้าร่วมในรูปแบบคณะผู้แสดงสินค้าระดับประเทศหรือระดับภูมิภาค โดยการจัดตั้งพาวิลเลียนประเทศหรือภูมิภาคในงานครั้งนี้ ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญของผู้ประกอบการที่ต้องการขยายการรับรู้ในตลาดและเข้าถึงกลุ่มผู้ซื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นายอิกนาซิโอ เฟอร์นันเดซ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมการส่งออกชิลี (ProChile) ระบุว่า "เราได้จัดกิจกรรม Chile-ASEAN Business Meeting ครั้งที่ 2 ภายในงาน THAIFEX - Anuga Asia ซึ่งถือเป็นงานที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาค ทำให้เราเข้าถึงกลุ่มผู้ซื้อได้โดยตรงและสามารถจัดการเจรจาธุรกิจได้มากกว่า 300 นัด ผ่านโครงการจับคู่ธุรกิจภายในงาน โดยคาดว่าจะสร้างมูลค่าการขายในระยะสั้นได้มากกว่า 7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อีกทั้งงานนี้ยังช่วยสร้างความสัมพันธ์ทางธุรกิจระยะยาวในตลาดสำคัญของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกด้วย"
ผู้เข้าร่วมงานหน้าใหม่หลายรายยังรายงานผลลัพธ์ทางธุรกิจที่น่าพอใจจากการเข้าร่วมงานในปีนี้
นายมาซาน อัลคูเรช หัวหน้าฝ่ายส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพการส่งออก ศูนย์อินทผลัมแห่งชาติ ซาอุดีอาระเบีย กล่าวว่า "การเข้าร่วมงาน THAIFEX - Anuga Asia เป็นครั้งแรกนับเป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจอย่างยิ่ง โดยเราสามารถสร้างโอกาสทางธุรกิจในตลาดเอเชียได้อย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการพบปะเจรจาทางธุรกิจกว่า 35 นัด และสามารถลงนามสัญญาได้แล้วอย่างน้อย 14 ฉบับ คิดเป็นมูลค่ารวมไม่ต่ำกว่า 980,000 ดอลลาร์สหรัฐ งานนี้ช่วยให้เราเข้าถึงผู้ซื้อที่มีคุณภาพได้ และเราหวังว่าจะต่อยอดโอกาสทางธุรกิจในเอเชียได้มากยิ่งขึ้นในอนาคต"
เอเชียเหนือยังคงมีบทบาทสำคัญภายในงานปีนี้ ผ่านการเข้าร่วมของคณะผู้แสดงสินค้าจาก 11 จังหวัดของประเทศเกาหลีใต้ และคณะผู้แทนจาก 8 จังหวัดของประเทศญี่ปุ่น
นายโคอิเกะ ฮิโรยูกิ ผู้อำนวยการฝ่ายการเกษตรและอาหาร องค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (JETRO) กล่าวว่า "เวทีการค้าระดับนานาชาติที่ขยายตัวใหญ่ขึ้นในปีนี้ เปิดโอกาสให้เราเข้าถึงตลาดใหม่ ๆ ได้มากขึ้นทั้งในตะวันออกกลางและอเมริกาเหนือ คาดว่ามีดีลทางธุรกิจสำหรับผู้ประกอบการญี่ปุ่นที่จะปิดได้กว่า 350 รายการ ในสองวันแรกของการจัดงาน ซึ่งเป็นตัวเลขที่มากกว่าของปีก่อน นี่จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้งาน THAIFEX - Anuga Asia ยังคงเป็นหนึ่งในกิจกรรมสำคัญประจำปีสำหรับเรา"
ขณะที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการเจรจาธุรกิจภายในงาน
แอพริลล์ โรเบิลส์ ผู้อำนวยการโครงการ องค์กร Philippine Food Processors and Exporters เปิดเผยว่า "เราเข้าร่วมงาน THAIFEX - Anuga Asia 2026 ในรูปแบบพาวิลเลียนประเทศ เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงผู้ซื้อคุณภาพจากทั่วโลกโดยตรง ความหลากหลายของผู้เข้าร่วมงานช่วยสร้างโอกาสใหม่ ๆ ให้กับผู้ส่งออกสินค้าจากฟิลิปปินส์ในการเข้าถึงผู้ซื้อจากทั้งในและนอกเอเชีย ตลอดสี่วันที่ผ่านมา เราสามารถสร้างยอดขายทั้งที่อนุมัติแล้วและอยู่ระหว่างการเจรจารวมมูลค่า 32.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสะท้อนศักยภาพของงานในฐานะแพลตฟอร์มระดับโลกด้านการจัดซื้อและการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ"
ฮอลล์ 4 พื้นที่รวมเทรนด์และนวัตกรรมสินค้าแห่งอนาคต
หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของการจัดงาน THAIFEX - Anuga Asia 2026 คือการเปิดตัวฮอลล์ 4 ซึ่งถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่รวบรวมนวัตกรรม องค์ความรู้ ธุรกิจสตาร์ทอัพ และนวัตกรรมที่ยังไม่เข้าสู่ตลาดในวงกว้าง พื้นที่ดังกล่าวได้รับการออกแบบให้ตอบโจทย์กระบวนการตัดสินใจของผู้ซื้อ ตั้งแต่การติดตามเทรนด์และข้อมูลตลาด การค้นหาสินค้าใหม่ ไปจนถึงการประเมินผลิตภัณฑ์ และการเจรจากับผู้ผลิตไว้ในจุดเดียว
กิจกรรมสำคัญภายในฮอลล์ 4 ประกอบด้วย Future Food Experience+ ซึ่งมีวิทยากรกว่า 60 คนเข้าร่วมการเสวนา, โซน New-to-Market Street, โซน Startup Showcase, โซน Trend Zone ที่ถูกพัฒนาผ่านความร่วมมือกับ Innova Market Insights, โซน THAIFEX - ANUGA tasteInnovation Show, โซน Alternative Protein Taste & Flavour Challenge และโซน Taste the Future ซึ่งเป็นพื้นที่จัดแสดงตัวอย่างสินค้าแห่งอนาคต เปิดโอกาสให้ได้ลองชิมนวัตกรรมอาหารใหม่ ๆ ที่คัดสรรมาเป็นพิเศษ
ดร.ภณธกร วงศ์เจริญ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ศูนย์นวัตกรรมอาหารเครือบริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า "เราเข้าร่วมงานนี้มาอย่างต่อเนื่องกว่า 10-15 ปี และได้เห็นการเติบโตของ THAIFEX - Anuga Asia จนกลายเป็นเวทีสำคัญที่เชื่อมโยงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องตลอดทั้งห่วงโซ่อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม ตั้งแต่ผู้ผลิตวัตถุดิบ ผู้ผลิตสินค้า ไปจนถึงผู้บริโภคปลายทาง สำหรับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอาหาร งานนี้เป็นพื้นที่สำคัญในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ สร้างเครือข่าย ค้นหาแรงบันดาลใจ และติดตามการเปลี่ยนแปลงสำคัญของอุตสาหกรรมถือเป็นงานที่ไม่ควรพลาด"
PLX Asia นำเสนอเวทีแห่งใหม่ของธุรกิจ Private Label ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
อีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญภายในงาน THAIFEX - Anuga Asia ในปีนี้ คือการเปิดตัว PLX Asia 2027 ผ่าน การประชุมสุดยอดผู้นำอุตสาหกรรม PLX Asia Industry Leadership Summit ซึ่งเป็นโปรแกรมการประชุมและการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจในรูปแบบงานปิดที่จัดขึ้นเป็นครั้งแรก โดยรวบรวมผู้บริหารระดับสูงและผู้มีอำนาจในการตัดสินใจจากหลากหลายภาคส่วนกว่า 200 คน เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและสำรวจโอกาสทางธุรกิจที่กำลังเกิดขึ้น การจัดการประชุมสุดยอดผู้นำอุตสาหกรรมครั้งนี้ถือเป็นการแนะนำ PLX Asia ต่อภาคอุตสาหกรรมเป็นครั้งแรก ก่อนงานจัดแสดงสินค้าอย่างเต็มรูปแบบจะเกิดขึ้นในเดือนกันยายน 2570 ซึ่งจะเชื่อมโยงผู้ประกอบการธุรกิจค้าปลีก ผู้ประกอบการโรงงาน ผู้พัฒนาผลิตภัณฑ์ ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ เข้ากับกลุ่มนักลงทุนภายในตลาด Private Label และการรับจ้างผลิต (Contract Manufacturing) จากทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และระดับสากล
เตรียมก้าวสู่ปี 2570
จากความสำเร็จของงานในปีนี้ คณะผู้จัดงานได้เริ่มเตรียมความพร้อมสำหรับกิจกรรมสำคัญในปี 2570 แล้ว ได้แก่ งาน THAIFEX - HOREC Asia ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2-5 มีนาคม 2570 งาน THAIFEX - Anuga Asia ระหว่างวันที่ 25-29 พฤษภาคม 2570 และการจัดงาน PLX Asia แบบเต็มรูปแบบครั้งแรก ระหว่างวันที่ 8-9 กันยายน 2570 โดยทั้งสามงานจะมีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างศักยภาพของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในฐานะศูนย์กลางด้านการจัดซื้อจัดหา นวัตกรรมอาหาร อุตสาหกรรมการบริการ และการพัฒนาธุรกิจ Private Label ของภูมิภาค
ข้อมูลเพิ่มเติม: www.thaifex-anuga.com, www.thaifex-horec.asia และ www.plxasia.com
งาน THAIFEX - Anuga Asia เป็นหนึ่งในงานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย มุ่งเน้นไปที่การเจรจาธุรกิจการค้า การจัดซื้อจัดหาวัตถุดิบ และการขยายฐานตลาดอาหารและเครื่องดื่มสู่ระดับสากล งาน THAIFEX - HOREC Asia มุ่งเน้นไปที่ระบบปฏิบัติงานในอุตสาหกรรมบริการ เครื่องมือ อุปกรณ์ และนวัตกรรมล้ำสมัย รวมถึงการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ ครอบคลุมทั่วทั้งกลุ่มธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร คาเฟ่ บาร์ และการจัดเลี้ยง (HoReCa) และ PLX Asia แพลตฟอร์มธุรกิจแบบ B2B แห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สำหรับอุตสาหกรรมสินค้าประเภท Private Label และอุตสาหกรรมการรับจ้างผลิต (Contract Manufacturing) โดยเฉพาะ
ด้วยความร่วมมือระหว่างกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP), หอการค้าไทย (TCC) และโคโลญเมสเซ่ (Koelnmesse) งานทั้งสามนี้ได้ผนึกกำลังกันสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจที่สมบูรณ์และไร้รอยต่อ เชื่อมโยงโอกาสทางธุรกิจตลอดห่วงโซ่อุตสาหกรรม ตั้งแต่ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม อุตสาหกรรมการบริการ ค้าปลีก การผลิต ไปจนถึงการพัฒนาธุรกิจ Private Label ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้