
นายเกรียงไกร ตั้งจิตรมณีศักดา ผู้อำนวยการสำนักการแพทย์ (สนพ.) กทม. กล่าวถึงแนวโน้มสถานการณ์ผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่ในพื้นที่กรุงเทพฯ ในปี 2569 โดยเฉพาะไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ B ซึ่งพบข้อมูลเป็นสายพันธุ์ที่ตรวจพบมากที่สุด รวมถึงมาตรการเชิงรุกในการเฝ้าระวังป้องกันและความพร้อมระบบบริการทางการแพทย์และสาธารณสุขของสถานพยาบาลสังกัด กทม. เพื่อรองรับการดูแลรักษาผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ว่า สนพ. ได้เตรียมมาตรการเฝ้าระวังพร้อมจัดทำแนวทางการดำเนินงานควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดต่อ รวมถึงภัยสุขภาพต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้น โดยสั่งการให้ทุกโรงพยาบาลในสังกัด กทม. เฝ้าระวังและควบคุมการแพร่ระบาด รวมถึงดำเนินการวินิจฉัยและให้การรักษาที่ถูกต้องตามแนวทางการรักษาของโรค จัดการสำรองยาให้เพียงพอต่อการรักษาผู้ป่วย พร้อมจัดเตรียมวัคซีนป้องกันควบคุมโรคไข้หวัดใหญ่ มอบหมายโรงพยาบาลในสังกัดให้บริการเชิงรุกในการให้ความรู้ เช่น การจัดกิจกรรม นิทรรศการ แก่ประชาชนที่มารับบริการและประชาชนในพื้นที่โดยรอบโรงพยาบาลให้ตระหนักถึงการดูแลและป้องกันสุขภาพของตนเอง ขณะเดียวกัน สนพ. ได้เตรียมพร้อมระบบบริการทางการแพทย์และสาธารณสุข ในการวินิจฉัยและการรักษาที่ถูกต้องตามแนวทางการรักษาของโรค จัดการสำรองยาให้เพียงพอต่อการรักษาผู้ป่วย จัดเตรียมวัคซีนป้องกันควบคุมโรคตามฤดูกาล ได้แก่ โรคโควิด 19 โรคหัด โรคไข้หวัดใหญ่ และโรคอุจจาระร่วงเฉียบพลันจากเชื้อไวรัสให้ผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง ควบคุมการแพร่ระบาดในช่วงฤดูฝน พร้อมจัดเตรียมเวชภัณฑ์สำหรับการป้องกันและรักษาโรค ตั้งจุดคัดกรองด้านหน้าทางเข้าโรงพยาบาล ตรวจวัดอุณหภูมิ และจัดเตรียมเจลล้างมือให้กับประชาชนที่มารับบริการที่โรงพยาบาล
สำหรับความคืบหน้าการให้บริการวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ ได้เปิดให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่แก่ประชาชนในพื้นที่กรุงเทพฯ ประชาชนสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง 30 บาท) พร้อมรณรงค์ให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยง 7 กลุ่ม เข้ารับการฉีดวัคซีนล่วงหน้าก่อนฤดูระบาดโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ประกอบด้วย (1) หญิงตั้งครรภ์ (อายุครรภ์ที่แนะนำ 12-20 สัปดาห์ ซึ่งสามารถรับบริการได้ตลอดการตั้งครรภ์ (มีให้บริการตลอดทั้งปี) (2) เด็กอายุ 6 เดือนถึงอายุต่ำกว่า 5 ปี (3) ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง 7 กลุ่มโรค ดังนี้ ปอดอุดกั้นเรื้อรัง หืด หัวใจ หลอดเลือดสมอง ไตวาย ผู้ป่วยมะเร็งที่อยู่ระหว่างการได้รับเคมีบำบัด และเบาหวาน (4) ผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป (5) โรคธาลัสซีเมียและผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง รวมถึงผู้ติดเชื้อเอชไอวีที่มีอาการ (6) โรคอ้วน (น้ำหนัก>100 กิโลกรัม หรือ BMI >35 กิโลกรัมต่อตารางเมตร) และ (7) ผู้พิการทางสมองที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้
ส่วนผู้ประกันตน มาตรา 33 และมาตรา 39 สิทธิประกันสังคมสำหรับผู้ที่อายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป ชนิด 3 สายพันธุ์ กำหนดสิทธิปีละ 1 ครั้ง ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. - 31 ธ.ค. 69 หรือจนกว่าวัคซีนจะหมด ณ สถานพยาบาลตามสิทธิการรักษาพยาบาลที่สำนักงานประกันสังคมกำหนด ซึ่งกลุ่มเสี่ยงโรคไข้หวัดใหญ่ที่ต้องเฝ้าระวังคือ เด็กที่มีอัตราการป่วยสูงและผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัวที่มีความเสี่ยงอาการรุนแรงและเสียชีวิต จึงขอเน้นย้ำให้สวมหน้ากากอนามัยทุกครั้งเมื่อใกล้ชิดกลุ่มผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัว และเด็กเล็ก ส่วนผู้ที่เป็นกลุ่มเสี่ยงให้ป้องกันตนเองด้วยการสวมหน้ากากอนามัย ล้างมือด้วยสบู่และน้ำบ่อย ๆ หลีกเลี่ยงเข้าไปในพื้นที่เสี่ยง เช่น โรงพยาบาล สถานที่แออัด หลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ที่มีอาการป่วย และควรเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ เพื่อป้องกัน หรือลดความรุนแรงของอาการป่วย
นางดวงพร ปิณจีเสคิกุล ผู้อำนวยการสำนักอนามัย (สนอ.) กทม. กล่าวว่า สถานการณ์ผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่ในพื้นที่กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 1 ม.ค. - 30 เม.ย. 69 จากระบบเฝ้าระวังทางระบาดวิทยาของ กทม. พบผู้ป่วยสะสม 21,057 ราย คิดเป็นอัตราป่วยสะสม 388.32 รายต่อแสนประชากร มีผู้เสียชีวิตสะสม 3 ราย กลุ่มอายุที่มีอัตราป่วยสูงสุด ได้แก่ ในกลุ่มเด็กอายุ 5-9 ปี รองลงมาคือ กลุ่มอายุ 0-4 ปี และ 10-14 ปี ตามลำดับ ซึ่งในปี 2569 ระหว่างเดือน ม.ค. - เม.ย. จำนวนผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่ เมื่อเปรียบเทียบกับค่ามัธยฐาน 5 ปีย้อนหลัง พบว่าสูงกว่าค่ามัธยฐาน 5 ปีย้อนหลัง คิดเป็น 3.08 เท่า และเมื่อเปรียบเทียบกับปี 2568 พบว่าจำนวนผู้ป่วยต่ำกว่าปี 2568 ในช่วงเวลาเดียวกัน ทั้งนี้ กทม. ได้ประชาสัมพันธ์ส่งเสริมความรู้ เพื่อสร้างความเข้าใจและความตระหนักให้ประชาชนทุกกลุ่มมีความรู้เกี่ยวกับโรคไข้หวัดใหญ่ และให้คำแนะนำเกี่ยวกับวิธีดูแลสุขภาพ สุขอนามัยส่วนบุคคล และปฏิบัติตามมาตรการป้องกันตนเอง โดยเฉพาะการล้างมือบ่อย ๆ สวมหน้ากากอนามัย เมื่ออยู่ในสถานที่ที่มีคนแออัด หรือเมื่อมีอาการเจ็บป่วย เพื่อลดความเสี่ยงการติดเชื้อและแพร่เชื้อโรคไข้หวัดใหญ่ รวมถึงเชื้อโรคต่าง ๆ และแนะนำฉีดวัคซีน เพื่อลดความเสี่ยงการเจ็บป่วยด้วยโรคไข้หวัดใหญ่ ลดอาการเจ็บป่วยรุนแรง และความเสี่ยงการเสียชีวิตจากภาวะแทรกซ้อนของโรค โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนซึ่งเข้าสู่ฤดูกาลการระบาดของโรค ซึ่งเชื้อไวรัสต่าง ๆ สามารถแพร่กระจายได้มากขึ้น
นอกจากนี้ สนอ. ได้เตรียมความพร้อมให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่แก่ประชาชนในพื้นที่กรุงเทพฯ โดยตั้งแต่เดือน พ.ค. - ส.ค. 69 ใช้วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ ชนิด 3 สายพันธุ์ ซึ่งเป็นวัคซีนที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) สนับสนุนให้กับคนไทยแบบไม่เสียค่าใช้จ่ายแก่ประชาชนคนไทย 7 กลุ่มเสี่ยง สามารถเข้ารับบริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ได้ โดยสามารถเข้ารับการฉีดวัคซีนที่สถานพยาบาลใกล้บ้านที่สะดวกได้ ทั้งนี้ ศูนย์บริการสาธารณสุข (ศบส.) ทั้ง 69 แห่ง ได้เตรียมความพร้อมระบบบริการทางการแพทย์ เพื่อรองรับการดูแลรักษาผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ ได้แก่ เตรียมแถบ Rapid Test สำหรับวินิจฉัยโรค เตรียมยารักษาโรคตามแนวทางการรักษาโรค และให้บุคลากรเฝ้าระวังการระบาดของโรคอย่างใกล้ชิด รวมทั้งติดตามผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่อาจเจ็บป่วยจากโรคระบบทางเดินหายใจเพิ่มขึ้นในช่วงที่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลง