กทม. เดินหน้าสร้างโอกาสทางการศึกษาและคุณภาพชีวิตเด็กทุกกลุ่ม เร่งติดตามเด็กหลุดจากระบบ-หนุนชุมชนเข้มแข็ง

ข่าวทั่วไป Tuesday June 23, 2026 14:06 —ThaiPR.net

กทม. เดินหน้าสร้างโอกาสทางการศึกษาและคุณภาพชีวิตเด็กทุกกลุ่ม เร่งติดตามเด็กหลุดจากระบบ-หนุนชุมชนเข้มแข็ง

นางสาวพิศมัย เรืองศิลป์ ผู้อำนวยการสำนักการศึกษา (สนศ.) กทม. กล่าวกรณีการติดตามเด็กและเยาวชนที่หลุดออกจากระบบการศึกษา รวมถึงแนวทางการดูแลและพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กและเยาวชนกลุ่มเปราะบางในพื้นที่กรุงเทพฯ ว่า กทม. ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา อย่างต่อเนื่อง โดยกำหนดเป็นตัวชี้วัดสำคัญในแผนปฏิบัติราชการกรุงเทพมหานคร ประจำปี พ.ศ. 2569 ด้าน "เรียนดี" ภายใต้ประเด็นการพัฒนาสวัสดิการครูและนักเรียน ซึ่งกำหนดให้เด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาได้รับการติดตามและส่งต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อรับความช่วยเหลือที่เหมาะสม โดยในปี 2569 มีเด็กและเยาวชนอายุ 3-18 ปี สัญชาติไทย ที่อยู่นอกระบบการศึกษาในพื้นที่กรุงเทพฯ จำนวน 58,485 คน ที่ต้องได้รับการติดตามและดูแล โดยการดำเนินงานขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวเป็นไปภายใต้คณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาให้กลายเป็นศูนย์ Thailand Zero Dropout ทั้งในระดับ กทม. ซึ่งมีรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเป็นประธาน และระดับสำนักงานเขต ซึ่งมีผู้อำนวยการเขตเป็นประธาน โดยสำนักงานเขตทั้ง 50 เขตดำเนินการตรวจสอบรายชื่อเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับเขต ชุมชน และสถานศึกษาในพื้นที่ เพื่อค้นหา สำรวจ ติดตาม และให้ความช่วยเหลือผ่านระบบสารสนเทศ Thailand Zero Dropout โดยส่งต่อเด็กเข้าสู่ระบบการศึกษา การฝึกอาชีพ หรือการช่วยเหลือตามความเหมาะสมของแต่ละราย

นอกจากนี้ กทม. ยังดำเนินนโยบาย "เรียนดี เรียนฟรี อย่างมีคุณภาพ" โดยจัดสรรงบประมาณสนับสนุนการศึกษาแก่นักเรียนในโรงเรียนสังกัด กทม. จำนวน 20 รายการ เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองและสร้างโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียม ควบคู่กับการจัดการศึกษาพิเศษ (เรียนร่วม) ตั้งแต่ปีการศึกษา 2540 สำหรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษ ทั้งด้านการได้ยิน การมองเห็น สติปัญญา การเรียนรู้ การพูดและภาษา ร่างกาย หรือการเคลื่อนไหว พฤติกรรม หรืออารมณ์ ออทิสติก และความพิการซ้ำซ้อน เพื่อให้เด็กทุกคนได้รับโอกาสทางการศึกษาและพัฒนาเต็มศักยภาพ

สำหรับการดูแลเด็กและเยาวชนกลุ่มเปราะบาง กทม. ได้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและภาคีเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง อาทิ การรับเด็กและเยาวชนที่อยู่ในกระบวนการพิจารณาของศาลเยาวชนและครอบครัวเข้าเรียนในโรงเรียนสังกัด กทม. ความร่วมมือกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เพื่อช่วยเหลือนักเรียนยากจนและด้อยโอกาส ตลอดจนการขับเคลื่อนบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ Thailand Zero Dropout ร่วมกับกระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงแรงงาน กระทรวงยุติธรรม สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) และกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา เพื่อให้เด็กและเยาวชนที่หลุดออกจากระบบการศึกษาได้รับโอกาสกลับเข้าสู่ระบบการศึกษา หรือได้รับการส่งเสริมการเรียนรู้ตามศักยภาพ ขณะเดียวกัน กทม. ยังได้ร่วมมือกับหน่วยงานด้านสาธารณสุขและภาคีเครือข่ายในการดูแลเด็กที่มีภาวะสมาธิสั้น เพื่อให้ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมทั้งด้านการศึกษา สุขภาพ และคุณภาพชีวิต อันเป็นลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมและสร้างโอกาสการพัฒนาอย่างยั่งยืนให้แก่เด็กและเยาวชนทุกกลุ่มในพื้นที่กรุงเทพมหานคร

นางสาวกาญจนา ภูพิพัฒน์ผล ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาสังคม (สพส.) กทม. กล่าวว่า กทม. โดย สพส.มีภารกิจดำเนินงานศูนย์สร้างโอกาสเด็กกรุงเทพมหานคร เพื่อจัดสวัสดิการ สงเคราะห์ ช่วยเหลือ และคุ้มครองเด็กเร่ร่อน เด็กในสภาวะยากลำบาก และเด็กที่ประสบปัญหาความเดือดร้อน ผ่านการให้คำปรึกษา การส่งต่อความช่วยเหลือ การส่งกลับภูมิลำเนา การส่งเสริมฟื้นฟูสุขภาพ การรักษาพยาบาล การสอนหนังสือ การเสริมสร้างทักษะการดำรงชีวิต การพัฒนาทักษะอาชีพ การหางานทำ และการให้ความช่วยเหลือตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง ปัจจุบัน กทม. เปิดให้บริการศูนย์สร้างโอกาสเด็ก จำนวน 6 แห่ง ได้แก่ ศูนย์สร้างโอกาสเด็กสวนลุมพินี เขตปทุมวัน ศูนย์สร้างโอกาสเด็กทุ่งครุ เขตทุ่งครุ ศูนย์สร้างโอกาสเด็กพระราม 8 เขตบางพลัด ศูนย์สร้างโอกาสเด็กจตุจักร เขตจตุจักร ศูนย์สร้างโอกาสเด็กพระปกเกล้า เขตคลองสาน และศูนย์สร้างโอกาสเด็กพฤกษชาติคลองจั่น เขตบางกะปิ ครอบคลุมการให้ความช่วยเหลือทั่วพื้นที่กรุงเทพฯ โดยสามารถคัดกรอง เยี่ยมบ้าน วิเคราะห์ปัญหา วางแนวทางพัฒนาและแก้ไขปัญหา เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตเด็กและเยาวชนกลุ่มเปราะบาง รวมถึงส่งเสริมการศึกษา นอกระบบและการฝึกอาชีพตามความสนใจ เช่น หลักสูตรบาริสต้าในโรงเรียนฝึกอาชีพกรุงเทพมหานคร (คลองเตย) นอกจากนี้ สพส. ยังบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรภาคประชาสังคม อาทิ กรมกิจการเด็กและเยาวชน กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) มูลนิธิส่งเสริมการพัฒนาบุคคล (ศูนย์เมอร์ซี่) และองค์การเฟรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย เพื่อส่งต่อความช่วยเหลือ ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างโอกาสทางสังคมให้เด็กและเยาวชนอย่างเท่าเทียม

สำหรับการส่งเสริมการจัดตั้งและพัฒนาชุมชน ปัจจุบัน กทม. มีระเบียบ กทม. ว่าด้วยชุมชนและคณะกรรมการชุมชน พ.ศ. 2564 และฉบับที่ 2 พ.ศ. 2568 ซึ่งกำหนดประเภทชุมชนไว้ 5 ประเภท ได้แก่ ชุมชนแออัด ชุมชนเมือง ชุมชนชานเมือง ชุมชนอาคารสูง และชุมชนรูปแบบพิเศษ โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนรวมตัวและแจ้งความประสงค์ต่อสำนักงานเขต เพื่อจัดตั้งเป็นชุมชนของ กทม. ได้ ทั้งนี้ กทม. อยู่ระหว่างการปรับปรุงระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้สอดคล้องกับสภาพสังคมปัจจุบัน เพื่อลดข้อจำกัดและอำนวยความสะดวกให้การจัดตั้งชุมชนครอบคลุมมากยิ่งขึ้น โดยประชาชนสามารถขอคำแนะนำได้ที่ฝ่ายพัฒนาชุมชนและสวัสดิการสังคมของสำนักงานเขตทั้ง 50 เขต

นอกจากนี้ กทม. ได้สนับสนุนงบประมาณสำหรับกิจกรรมพัฒนาชุมชนตามขนาดของชุมชนเป็นประจำทุกเดือน รวมถึงสนับสนุนค่าเบี้ยประชุมให้แก่คณะกรรมการชุมชนในการประชุมภายในชุมชนและการประชุมร่วมกับสำนักงานเขต พร้อมทั้งอยู่ระหว่างการปรับปรุงระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการสนับสนุนการพัฒนาชุมชนในรูปแบบต่าง ๆ ให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น เช่น การปรับปรุงเกี่ยวกับอัตราค่าสนับสนุนการดำเนินงานของชุมชนรายเดือนให้แก่ชุมชนรูปแบบพิเศษ เป็นต้น ทั้งนี้ แม้พื้นที่ใดยังไม่ได้จดทะเบียนเป็นชุมชนกับ กทม. สำนักงานเขตยังคงมีภารกิจในการดูแล แก้ไขปัญหา และให้บริการประชาชนอย่างเสมอภาคและเท่าเทียม พร้อมประสานความร่วมมือกับภาคเอกชนและภาคีเครือข่ายในพื้นที่ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในทุกมิติอย่างต่อเนื่อง

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ