ตัวเลขเศรษฐกิจโลกส่งสัญญาณอ่อนแอท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ขณะที่การส่งออกไทยโตชะลอลง

ข่าวหุ้น-การเงิน Tuesday June 30, 2026 10:25 —ThaiPR.net

โลก: ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังคงสูงและสร้างความไม่แน่นอนต่อเศรษฐกิจโลก หลังจากกองกำลังทางเรือของอิหร่านโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง เพื่อตอบโต้การโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน แม้ว่าทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะยุติการสู้รบชั่วคราวและจัดการเจรจาขึ้นในวันที่ 30 มิถุนายน แต่ยังต้องระวังความผันผวนที่อาจสูงขึ้นในระยะข้างหน้าจากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับความยั่งยืนของข้อตกลงหยุดยิงและความขัดแย้งในเลบานอนที่อาจลุกลามและทำให้ราคาพลังงานกลับมาผันผวนอีกครั้ง ทั้งนี้ ตัวเลขชี้วัดทางเศรษฐกิจหลายตัวยังคงอยู่ในเชิงลบ โดยเฉพาะ PMI เบื้องต้นของประเทศแกนหลักของโลกในเดือนมิถุนายน อาทิ (i) ภาคบริการของประเทศสหรัฐฯ ยูโรโซน และญี่ปุ่นที่ยังขยายตัวต่ำกว่าช่วงก่อนเกิดความขัดแย้ง (ii) ต้นทุนวัตถุดิบทั่วโลกที่สูงขึ้น (iii) ความเชื่อมั่นภาคธุรกิจของประเทศสหรัฐฯ และญี่ปุ่น ที่ปรับตัวลง รวมถึง (iv) ดัชนีการจ้างงานของประเทศส่วนใหญ่ที่ลดลงต่อเนื่อง เครื่องชี้เหล่านี้สะท้อนภาพการเติบโตที่มีแนวโน้มอ่อนแอลงในระยะข้างหน้า

จีน: ภาคอสังหาริมทรัพย์ยังคงกดดันเศรษฐกิจ แม้ราคาที่พักอาศัยในเมืองระดับ 1 และ 2 เริ่มหดตัวชะลอลง แต่ในเมืองระดับ 3 ยังคงร่วงลงต่อน่อเนื่อง (ดังรูป) ขณะที่ยอดขายในภาพรวมหดตัวที่ -14.4% YoY ในช่วง 5 เดือนแรก และสต็อกที่พักอาศัยอยู่ในระดับสูง รวมถึงผู้พัฒนายังคงเผชิญกับความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง ดังนั้น วิกฤตภาคอสังหาฯ จึงมีแนวโน้มฉุดรั้งความมั่งคั่งและภาคการบริโภคต่อไป ท่ามกลางแรงกดดันจากตลาดแรงงานที่อ่อนแอ และวิกฤตพลังงาน

ไทย: การส่งออกไทยเดือนพฤษภาคมขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 23 ที่ 10.6% โดยมีมูลค่า 34,333.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ชะลอลงจาก 23.1% ในเดือนเมษายน ขณะที่การนำเข้ามีมูลค่า 40,044.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 35.1% ส่งผลให้ไทยขาดดุลการค้า 5,711.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ในภาพรวม 5 เดือนแรกของปี 2569 ส่งออกขยายตัว 17% และนำเข้าขยายตัว 35.6% ส่งผลให้ไทยขาดดุลสะสม 25,209.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

การส่งออกไทยที่ขยายตัวต่อเนื่องยังมีลักษณะกระจุกตัว (Uneven Growth) โดยแรงขับเคลื่อนหลักมาจากสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ได้รับอานิสงส์จากความต้องการสินค้าเทคโนโลยีขั้นสูง รวมถึงการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) และศูนย์ข้อมูล (Data Center) ทั่วโลก ขณะที่สินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรยังหดตัว ที่ -3.1% และ -13.2% ตามลำดับ ในระยะต่อไปการส่งออกหลายกลุ่มและห่วงโซ่การผลิตของไทย อาจเผชิญความเสี่ยงจากนโยบายภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ภายใต้มาตรา 301 ประเด็นการนำเข้าสินค้าจากประเทศที่ใช้แรงงานบังคับ และการใช้กำลังการผลิตส่วนเกิน นอกจากนี้ แม้การนำเข้าที่เร่งตัวมีแรงขับเคลื่อนหลักจากสินค้ากลุ่มวัตถุดิบและสินค้ากึ่งสำเร็จรูป (สัดส่วน 43.9%) และสินค้าทุน (26.2%) แต่ยังต้องติดตามว่าแรงส่งดังกล่าวเป็นเพียงผลจากราคาสินค้าที่พุ่งขึ้นหรือสะท้อนความต้องการสินค้าที่แท้จริง หากการนำเข้าในกลุ่มดังกล่าวยังมีแรงส่งต่อเนื่อง ก็อาจเป็นปัจจัยช่วยสนับสนุนการผลิตเพื่อการส่งออก การเชื่อมโยงกับห่วงโซ่มูลค่าโลก และการลงทุนระลอกใหม่


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ