SCB CIO มองเงินเฟ้อยังลดลงยากเฟดมีโอกาสคงดอกเบี้ยสูง ชี้ธีมAIหนุนตลาดหุ้นโลกแนะลงทุนเน้นหุ้นสหรัฐฯ-เกาหลีใต้

ข่าวหุ้น-การเงิน Tuesday June 30, 2026 15:46 —ThaiPR.net

SCB CIO มองว่า เศรษฐกิจโลกยังเผชิญแรงกดดันจากห่วงโซ่อุปทานที่ตึงตัว ทั้งด้านพลังงาน อาหาร และสินค้าเกษตร จากความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ มาตรการกีดกันการค้าสหรัฐฯ และผลกระทบจากเอลนีโญ ซึ่งอาจทำให้เงินเฟ้อลดลงได้ยาก ส่งผลให้ Fed มีแนวโน้มคงดอกเบี้ยสูงนานขึ้น การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI ยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาดหุ้นโลก ในปีนี้คาดว่า กลุ่ม Hyperscalers จะออกหุ้นกู้ประมาณ 1.7 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ส่วน OpenAI และ Anthropic คาดว่าจะระดมทุนรวมกันไม่ต่ำกว่า 6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ คาดเม็ดเงินบางส่วนอาจออกจากหุ้นผู้นำ AI เดิม และเพิ่มความผันผวนให้กับหุ้นกลุ่ม AI ในระยะสั้น แนะนักลงทุนควรคัดเลือกหุ้นอย่างระมัดระวัง ไม่ลงทุนแบบเหมารวม เน้นบริษัทที่มีงบดุล กระแสเงินสด และอัตรากำไรแข็งแกร่ง รองรับการลงทุนขนาดใหญ่ได้ การจัดพอร์ตระยะยาวควรเน้นพันธบัตร และหุ้นกู้คุณภาพดีระยะสั้นถึงกลางของสหรัฐฯ พร้อมลงทุนในหุ้นสหรัฐฯที่ได้ประโยชน์จากAI หุ้นเกาหลีใต้ที่ได้แรงหนุนจากวัฎจักรเซมิคอนดักเตอร์ รวมถึง REITs โครงสร้างพื้นฐาน และทองคำ ส่วนระยะสั้น แนะหาโอกาสเพิ่มผลตอบแทนในธีมโครงสร้างพื้นฐาน AI และ Mega Forces เช่น พลังงานสะอาด โครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ เซมิคอนดักเตอร์ รวมทั้ง แร่หายากและโลหะเชิงยุทธศาสตร์

นายศรชัย สุเนต์ตา, CFA Deputy Head of High Net Worth and Affluent Banking ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า SCB CIO ได้ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองกับ BlackRock และประเมินว่าเศรษฐกิจโลกยังเผชิญแรงกดดันจากห่วงโซ่อุปทานที่ตึงตัว ทั้งในด้านพลังงาน อาหาร และพืชผลทางการเกษตร ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากความตึงเครียดภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลให้เส้นทางขนส่งสำคัญ โดยเฉพาะบริเวณช่องแคบฮอร์มุซมีความเสี่ยงต่อการสะดุดมากขึ้น

ขณะเดียวกัน สหรัฐฯยังมีแผนออกมาตรการกีดกันการค้าผ่านการเสนอปรับขึ้นภาษีนำเข้าครอบคลุม 60 ประเทศ หรือคิดเป็น 99.4% ของสินค้านำเข้า เพื่อตอบโต้ประเด็นการละเมิดสิทธิแรงงาน ซึ่งอาจเพิ่มแรงกดดันด้านต้นทุนต่อภาคธุรกิจและผู้บริโภค นอกจากนี้ ปรากฎการณ์เอลนีโญที่มีแนวโน้มยืดเยื้อและรุนแรงขึ้น ยังอาจกระทบต่อผลผลิตภาคการเกษตรและหนุนความต้องการใช้ไฟฟ้าให้เพิ่มสูงขึ้น ปัจจัยเหล่านี้ทำให้เงินเฟ้อยังหนืด และมีแนวโน้มปรับลดลงได้ยากขึ้น ส่งผลให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ Fed อาจจำเป็นต้องคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับสูงเป็นระยะเวลานานขึ้น และทำให้นักลงทุนต้องการผลตอบแทนชดเชยความเสี่ยงจากสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น

อีกด้านหนึ่ง แม้การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI Infrastructure จะเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจโลกยุคใหม่ แต่การเติบโตดังกล่าวก็มาพร้อมกับความต้องการใช้ทรัพยากรจำนวนมาก ทั้งพลังงาน วัตถุดิบ แรงงาน และโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง การสร้างศูนย์ข้อมูล หรือ Data Center เพิ่มขึ้นในหลายพื้นที่ ซึ่งอาจส่งผ่านไปยังต้นทุนสินค้าและบริการในระบบเศรษฐกิจในระยะต่อไป

ทั้งนี้ กลุ่มผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ หรือ Hyperscalers จำเป็นต้องระดมทุนเพิ่มทั้งผ่านการออกหุ้นกู้และการเสนอขายหุ้น เพื่อนำเงินไปลงทุนรองรับการเติบโตของ AI ท่ามกลางภาวะต้นทุนทางการเงินที่ยังอยู่ในระดับสูง โดยคาดว่าในปี 2569 กลุ่ม Hyperscalers จะออกหุ้นกู้ราว 1.7 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้นประมาณ 70% จากปีก่อนหน้า และมีมูลค่าใกล้เคียงกับยอดรวมของการออกหุ้นกู้ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา โดยการระดมทุนจะเกิดขึ้นผ่านตลาดทุนหลักทั้งในสหรัฐฯ ยุโรปและญี่ปุ่น นอกจากนี้ ดีล IPO ขนาดใหญ่ของบริษัท AI ชั้นนำ เช่น OpenAI และ Anthropic ซึ่งคาดว่าจะระดมทุนรวมกันไม่ต่ำกว่า 6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ อาจดึงสภาพคล่องบางส่วนออกจากหุ้นผู้นำ AI เดิม และเพิ่มความผันผวนให้กับหุ้นกลุ่ม AI ในระยะสั้น

ผลกระทบต่อสินทรัพย์ลงทุนจะแตกต่างกันไปตามระดับการได้อานิสงส์จากวัฏจักรการลงทุนด้าน AI โดยกลุ่มที่มีแนวโน้มได้ประโยชน์ชัดเจน ได้แก่ หุ้นเทคโนโลยีของสหรัฐฯ และบริษัทเทคโนโลยีต้นน้ำในเอเชีย เช่น ผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์ ชิปหน่วยความจำ และฮาร์ดแวร์ ซึ่งจะเป็นปัจจัยสนับสนุนตลาดหุ้นญี่ปุ่น ไต้หวัน และเกาหลีใต้ ขณะที่ตลาดในกลุ่มละตินอเมริกา มีโอกาสได้รับประโยชน์จากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่อยู่ในระดับสูง ขณะที่ ธุรกิจที่พึ่งพาพลังงาน วัตถุดิบ หรือแรงงานจำนวนมาก จะเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น

โดยรวม SCB CIO มองว่า AI ยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาดหุ้นโลก อย่างไรก็ตาม นักลงทุนไม่ควรลงทุนในหุ้นกลุ่ม AI แบบเหมารวม แต่ควรคัดเลือกบริษัทที่มีศักยภาพรองรับการลงทุนขนาดใหญ่ โดยพิจารณาจากความแข็งแกร่งของงบดุล กระแสเงินสด และความสามารถในการรักษาอัตรากำไรให้ไม่ตึงตัวเกินไป ขณะเดียวกัน นักลงทุนควรพิจารณากระจายเงินลงทุนไปยังโครงสร้างพื้นฐานที่จับต้องได้ เช่น ศูนย์ข้อมูล โรงไฟฟ้า และโครงข่ายไฟฟ้า ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญต่อการเติบโตของ AI และยังได้รับแรงหนุนจากปัจจัยเชิงโครงสร้างระยะยาวอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน หรือการแบ่งขั้วอำนาจทางเศรษฐกิจ และภูมิรัฐศาสตร์โลก กลยุทธ์ดังกล่าวจะช่วยลดความเสี่ยงจากการกระจุกตัวในหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่เพียงไม่กี่ราย ซึ่งปัจจุบันเริ่มมีมูลค่าหุ้น หรือ valuation อยู่ในระดับที่ตึงตัวมากขึ้น

"การที่ตลาดหุ้นพึ่งพาบริษัทขนาดใหญ่เพียงไม่กี่แห่งมากเกินไป ทำให้ผลตอบแทนของตลาดผูกโยงกับปัจจัยเฉพาะของบริษัทเหล่านั้นมากขึ้น แม้ผลประกอบการของบริษัทผู้นำยังคงแข็งแกร่ง แต่หากมีปัจจัยลบเกี่ยวกับ AI เข้ามากระทบเพียงเล็กน้อย ก็อาจสร้างความผันผวนและกดดันให้ดัชนีปรับตัวลงแรงกว่าปกติได้ ดังนั้น นักลงทุนยังควรมีหุ้นกลุ่ม AI อยู่ในพอร์ต แต่ต้องบริหารน้ำหนักการลงทุนอย่างรอบคอบ เพื่อไม่ให้เกิดความเสี่ยงจากการกระจุกตัว" นายศรชัย กล่าว

ทั้งนี้ SCB CIO แนะนำให้นักลงทุนจัดพอร์ตเชิงรุกและกระจายความเสี่ยงในหลากหลายสินทรัพย์ สำหรับการลงทุนระยะยาวตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป แนะนำเน้นสร้างกระแสเงินสดผ่านพันธบัตรและหุ้นกู้คุณภาพดีระยะสั้นถึงกลางของสหรัฐฯ ซึ่งมีความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าตราสารหนี้ระยะยาว หากนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ปานกลางขึ้นไป แนะนำแบ่งเงินลงทุนบางส่วนเข้าสู่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ โดยเน้นคัดเลือกบริษัทที่มีพื้นฐานแข็งแกร่ง มีความสามารถในการทำกำไรและได้รับประโยชน์จาก AI อย่างชัดเจน รวมถึงตลาดหุ้นเกาหลีใต้ ซึ่งมีโอกาสได้แรงหนุนจากวัฏจักรขาขึ้นของกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ นอกจากนี้ ควรมีกลุ่ม REITs และสินทรัพย์โครงสร้างพื้นฐานคุณภาพดีในพอร์ต เพื่อช่วยสร้างกระแสเงินสด และเพิ่มเสถียรภาพให้กับพอร์ตการลงทุน รวมถึงมีกองทุนทองคำเพื่อช่วยกระจายความเสี่ยงในภาวะที่ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ยังอยู่ในระดับสูง

สำหรับการลงทุนระยะสั้น SCB CIO แนะนำให้นักลงทุนหาโอกาสเพิ่มผลตอบแทนในธีมที่ได้รับแรงหนุนจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI และ Mega Forces สำคัญของโลก เช่น กองทุนพลังงานสะอาด โครงสร้างพื้นฐานโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ รวมทั้ง ผู้ผลิตแร่หายากและโลหะเชิงยุทธศาสตร์ โดยสินทรัพย์เหล่านี้สอดคล้องกับแรงขับเคลื่อนระยะยาวจาก AI การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน และการแบ่งขั้วทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งยังมีแนวโน้มเป็นธีมการลงทุนสำคัญต่อไป

ที่มา: Economics and Portfolio Strategy (EPS) ประจำเดือน มิ.ย. 2569
จัดทำโดย SCB CIO ณ วันที่ 22 มิถุนายน 2569 ทั้งนี้ ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ผู้ลงทุนควรใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจลงทุน

คำเตือน

  • การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง รวมถึงควรขอคำแนะนำเพิ่มเติมจากผู้ประกอบธุรกิจก่อนตัดสินใจลงทุน
  • เนื่องจากกองทุนไม่ได้ป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวน ผู้ลงทุนอาจขาดทุนหรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน/หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้
  • สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ SCB Call Center โทร. 02-777-7777


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ