สทนช. เร่งขับเคลื่อนแผนรับมืออุทกภัยจังหวัดน่านอย่างยั่งยืน มุ่งยกระดับการแจ้งเตือนภัยและเสริมความพร้อมการรับมือให้ประชาชน

ข่าวทั่วไป Tuesday July 21, 2026 11:55 —ThaiPR.net

นายชยันต์ เมืองสง เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เป็นประธานการประชุมคณะทำงานจัดทำแผนงานการเตรียมความพร้อมรับมือภัยแล้งและอุทกภัยให้เกิดความยั่งยืนในพื้นที่จังหวัดน่าน ครั้งที่ 2/2569 โดยมีนายบรรจง ขุนเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน พร้อมด้วยผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมเจ้ามหาพรหมสุรธาดา ศาลากลางจังหวัดน่าน อำเภอเมือง จังหวัดน่าน และผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์

เลขาธิการ สทนช. เปิดเผยว่า ในวันนี้ที่ประชุมได้ติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานของหน่วยงานตามมติการประชุมครั้งที่ผ่านมา ได้แก่ ความก้าวหน้าแนวคิดในการปรับปรุงฝายธงน้อย ความคืบหน้าโครงการอ่างเก็บน้ำน้ำกิและอ่างเก็บน้ำน้ำรี การซ่อมบำรุงเรดาร์ตรวจอากาศและบูรณาการสถานีตรวจวัดน้ำฝน การติดตั้งระบบโทรมาตร การทบทวนจุดอ่อนระบบป้องกันน้ำท่วม การกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ การขุดลอกลำน้ำ การนำแผนที่พื้นที่เสี่ยงดินถล่มมาใช้ในเส้นทางคมนาคม การจัดทำแผนบูรณาการปัญหาในพื้นที่ พร้อมกันนี้ ได้พิจารณา (ร่าง) แผนงานการเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัยให้เกิดความยั่งยืนในพื้นที่จังหวัดน่าน รวม 619 โครงการ วงเงินงบประมาณรวม 13,759.7846 ล้านบาท ซึ่งเมื่อดำเนินการแล้วเสร็จจะสามารถป้องกันพื้นที่น้ำท่วมได้รวม 137,392 ไร่ โดยที่ประชุมมอบหมายให้หน่วยงานตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนของข้อมูล รวมถึงยืนยันสถานะความพร้อมของแผนงานโครงการภายในเดือนกรกฎาคมนี้ ก่อนจะมีการประชุมร่วมกันอีกครั้งในช่วงต้นเดือนสิงหาคม เพื่อทบทวนและจัดลำดับความสำคัญของแผนงานโครงการ แบ่งเป็น 4 ระยะ ได้แก่ ระยะเร่งด่วน ระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว โดยระยะเร่งด่วนจะเน้นโครงการขนาดเล็กที่มีความพร้อมในการซ่อมแซมและเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำเดิม ก่อนเสนอต่อคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ เพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้พิจารณา (ร่าง) คู่มือการแจ้งเตือนสถานการณ์น้ำ จังหวัดน่าน เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้เป็นแนวทางในการแจ้งเตือนสถานการณ์น้ำอย่างเป็นระบบ ทันเวลา และสอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ รวมถึงพิจารณา (ร่าง) คู่มือประชาชนเพื่อรับมืออุทกภัย เพื่อเป็นเครื่องมือในการสื่อสารความเสี่ยงและเสริมสร้างความพร้อมของประชาชนอย่างเป็นระบบและเข้าใจง่าย ลดผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สิน โดย สทนช. จะนำความเห็นที่ได้รับจากที่ประชุมไปใช้ในการปรับปรุงแก้ไขให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น

เลขาธิการ สทนช. กล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับการบูรณาการบริหารจัดการสถานการณ์น้ำ โดยนายกรัฐมนตรีได้เห็นชอบการจัดตั้งศูนย์บัญชาการเดี่ยว (Single Command) โดยมีนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เพื่อเชื่อมโยงการทำงานจากส่วนกลางกับพื้นที่ โดยมี สทนช. ทำหน้าที่ฝ่ายเลขานุการร่วมกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงประสานความร่วมมือกับอาจารย์จากสถาบันการศึกษาที่มีความเชี่ยวชาญในแต่ละพื้นที่ เพื่อสนับสนุนการวิเคราะห์ข้อมูลและให้ข้อเสนอแนะด้านวิชาการ โดยปัจจุบัน สทนช. ได้ติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์น้ำเป็นประจำทุกวัน โดยบูรณาการข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยา สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงประเมินผลกระทบและพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะการเฝ้าระวังการเกิดฝนตกหนักเฉพาะพื้นที่ เพื่อประสานแจ้งเตือนไปยัง ปภ. ซึ่งจะส่งต่อข้อมูลไปยังจังหวัดอย่างทันท่วงที พร้อมทั้งประเมินปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำมาวางแผนบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งนี้ การแก้ไขปัญหาอุทกภัยในระยะยาวจำเป็นต้องดำเนินการควบคู่กับการบริหารจัดการเชิงพื้นที่และการอยู่ร่วมกับธรรมชาติ ทั้งการเพิ่มพื้นที่เก็บกักน้ำ ฟื้นฟูป่าต้นน้ำ เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ พัฒนาระบบเตือนภัย และเตรียมความพร้อมด้านการอพยพ โดยขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานภาครัฐผ่านช่องทางต่าง ๆ เพื่อให้สามารถเตรียมตัวและรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ