
SINGER โชว์โมเมนตัมแกร่ง ไตรมาส 2/69 ทำกำไร 149 ล้านบาท สูงสุดนับตั้งแต่ต้นปี 66 หนุนครึ่งปีแรกทำกำไร 292 ล้านบาท ขณะที่รายได้โต 30.3% รับแรงส่งจากยอดขายมือถือและธุรกิจการเงิน พร้อมต่อยอดโมเดล Lock Phone สู่ "Lock Appliance" ด้าน SGC บริษัทย่อยท็อปฟอร์ม กำไรไตรมาส 2 พุ่ง 186% ทำสถิติสูงสุดนับตั้งแต่เข้าตลาดฯ และครึ่งปีแรกทะยาน 229% หลัง Lock Phone ขึ้นแท่นพอร์ตสินเชื่ออันดับ 1 ควบคู่คุณภาพพอร์ตดีขึ้น เดินหน้าเร่งเครื่องต่อครึ่งปีหลัง
นายนราธิป วิรุฬห์ชาตะพันธ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SINGER เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 เติบโตโดดเด่น โดยมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 149 ล้านบาท สูงสุดนับตั้งแต่ต้นปี 2566 เทียบกับขาดทุน 14 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ขณะที่รายได้รวมเพิ่มขึ้น 28.7% YoY สู่ 1,102 ล้านบาท ส่งผลให้งวด 6 เดือนแรกมีกำไรสุทธิ 292 ล้านบาท และรายได้รวมแตะ 2,115 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30.3% สะท้อนโมเมนตัมผลประกอบการที่แข็งแกร่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง
การเติบโตของ SINGER ได้แรงหนุนจากทั้งธุรกิจขายสินค้าและธุรกิจการเงิน โดยรายได้จากการขายในช่วงครึ่งปีแรกอยู่ที่ 490 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 93.7% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน จากยอดจำหน่ายโทรศัพท์มือถือที่ขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ หลังนำแพลตฟอร์ม SG Finance+ เข้ามาสนับสนุนพนักงานขายและดีลเลอร์ในการจำหน่ายโทรศัพท์มือถือแบบ Lock Phone ควบคู่กับการขยายสาขาทั้งในและนอกห้างสรรพสินค้า ขณะที่รายได้ดอกเบี้ยรับจากสัญญาเช่าซื้อและเงินให้กู้ยืมเพิ่มขึ้น 17.8% YoY สู่ 1,532 ล้านบาท
สำหรับทิศทางไตรมาส 3/2569 SINGER ตั้งเป้ายอดขายเติบโต 25% จากไตรมาสก่อน (QoQ) รับแรงหนุนจากยอดขายโทรศัพท์มือถือและการขยายช่องทางจำหน่าย พร้อมเตรียมเปิดตัว "Lock Appliance" ในช่วงปลายเดือนกันยายน เพื่อต่อยอดโมเดล Lock Phone สู่กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า เพิ่มโอกาสสร้างยอดขายและมาร์จิ้น ควบคู่กับการบริหารคุณภาพพอร์ต เพื่อสร้างแรงส่งการเติบโตต่อเนื่องในช่วงครึ่งปีหลัง
ด้าน นายอโณทัย ศรีเตียเพ็ชร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสจี แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ SGC เปิดเผยว่า SGC ซึ่งเป็นบริษัทย่อยและหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของกลุ่ม สร้างผลงานโดดเด่นจากการเติบโตของธุรกิจ Lock Phone ภายใต้สินเชื่อ SG Finance+ โดยไตรมาส 2/2569 มีกำไรสุทธิ 203.50 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 186.42% YoY ทำสถิติสูงสุดนับตั้งแต่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ขณะที่รายได้รวมเพิ่มขึ้น 16.73% สู่ 810.63 ล้านบาท ส่งผลให้ครึ่งปีแรกมีกำไรสุทธิ 379.71 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 229.29% และรายได้รวม 1,581.03 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.52% สะท้อนการเติบโตของกำไรที่โดดเด่นกว่ารายได้อย่างมีนัยสำคัญ
โดย Lock Phone เป็นหัวใจสำคัญของการเติบโต ครึ่งปีแรก SGC มียอดปล่อยสินเชื่อ Lock Phone 6,221 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 64% YoY คิดเป็น 97% ของยอดปล่อยสินเชื่อใหม่ทั้งหมด ส่งผลให้ ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2569 พอร์ตลูกหนี้ Lock Phone เพิ่มขึ้นเป็น 8,441 ล้านบาท หรือ 60% ของพอร์ตสินเชื่อรวม เพิ่มขึ้น 30% จากสิ้นปี 2568 และก้าวขึ้นเป็นพอร์ตสินเชื่ออันดับ 1 ของบริษัท ขณะที่รายได้ดอกเบี้ยจาก Lock Phone ครึ่งปีแรกพุ่ง 67.68% สู่ 1,171.44 ล้านบาท
นอกจากการขยายตัวของพอร์ตแล้ว คุณภาพกำไรยังปรับตัวดีขึ้นควบคู่กัน จากการปรับ Portfolio Mix โดยเพิ่มน้ำหนักไปยัง Lock Phone และทยอยลดพอร์ตสินเชื่อรถทำเงินตามกลยุทธ์ ส่งผลให้ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) ในไตรมาส 2 ลดลง 25.35% YoY เหลือ 269.20 ล้านบาท และครึ่งปีแรกลดลง 22.49% เหลือ 554.56 ล้านบาท เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่หนุนให้กำไรเติบโตในอัตราสูงกว่ารายได้
สำหรับครึ่งปีหลัง SGC เดินหน้า เร่งสเกล Lock Phone ผ่านแพลตฟอร์ม SG FINANCE+ และเครือข่ายร้านค้าพันธมิตรกว่า 7,000 แห่งทั่วประเทศ ครอบคลุมสมาร์ตโฟน 8 แบรนด์หลัก โดยตั้งเป้ายอดปล่อยสินเชื่อใหม่ปี 2569 ไม่น้อยกว่า 14,000 ล้านบาท เติบโตกว่า 50% จาก 9,300 ล้านบาทในปี 2568 ก่อนขยับสู่เป้าหมายระยะถัดไปกว่า 20,000 ล้านบาท และฐานลูกค้าราว 1.7 ล้านราย พร้อมเดินหน้าบริหารต้นทุนและคุณภาพพอร์ต ควบคู่การต่อยอดรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยผ่าน SG Shield เพื่อเสริมฐานรายได้และสนับสนุนการเติบโตของผลประกอบการในระยะต่อไป