
บริษัท จีแคป จำกัด (GCAP GOLD) มองทองคำยังได้แรงหนุน หลัง CPI สหรัฐฯ ชะลอตัวตามคาด กดโอกาสเฟดขึ้นดอกเบี้ยเดือนกันยายนเหลือราว 40% ขณะที่สถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซยังไม่คลี่คลาย ความเสี่ยงด้านพลังงานและเงินเฟ้อยังเป็นตัวแปรสำคัญต่อตลาด ฝ่ายวิเคราะห์แนะ "รอซื้อเมื่อราคาย่อตัว" หลีกเลี่ยงการเข้าซื้อใกล้แนวต้าน
นางสาวอารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัท จีแคป จำกัด หรือ GCAP GOLD เปิดเผยว่า CPI สหรัฐฯ เดือนกรกฎาคมออกมาตามตลาดประเมิน โดย Headline CPI ลดลงจาก 3.5% สู่ 3.4% ขณะที่ Core CPI ลดลงจาก 2.6% สู่ 2.5% สะท้อนแรงกดดันเงินเฟ้อที่เริ่มผ่อนคลาย แม้ยังสูงกว่าเป้าหมาย 2% ของเฟด ส่งผลให้ตลาดลดโอกาสการขึ้นดอกเบี้ยเดือนกันยายนเหลือราว 40% และเพิ่มน้ำหนักต่อการคงดอกเบี้ยมากขึ้น ถือเป็นปัจจัยบวกต่อทองคำในแง่ของการลดความเสี่ยงจากนโยบายการเงินที่เข้มงวด โดยราคาทองคำตอบรับด้วยการปรับขึ้นเหนือ $4,400 และทดสอบระดับสูงสุดในรอบกว่า 2 เดือน
อย่างไรก็ตาม ทิศทางดอกเบี้ยของเฟดยังไม่สามารถสรุปได้จาก CPI เพียงตัวเดียว เนื่องจากเงินเฟ้อยังอยู่เหนือเป้าหมาย และราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมาอาจเริ่มส่งผ่านเข้าสู่ข้อมูลเงินเฟ้อเดือนสิงหาคม ขณะที่ตลาดยังต้องติดตามข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ชุดถัดไป เพื่อประเมินว่าแรงกดดันด้านราคาจะชะลอตัวต่อเนื่องหรือไม่ ดังนั้น แม้โอกาสการขึ้นดอกเบี้ยเดือนกันยายนจะลดลง แต่ตลาดยังไม่ปิดโอกาสที่เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยในช่วงที่เหลือของปี หากเงินเฟ้อกลับมาเร่งตัวอีกครั้ง
นอกจากปัจจัยด้านนโยบายการเงินแล้ว สถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซยังเป็นตัวแปรสำคัญที่ต้องติดตาม เนื่องจากการเดินเรือยังไม่กลับเข้าสู่ภาวะปกติอย่างเต็มรูปแบบ ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ส่งผลให้ราคาน้ำมัน Brent ยังเคลื่อนไหวใกล้ $89 ต่อบาร์เรล และ WTI เหนือ $83 ต่อบาร์เรล ทำให้ความเสี่ยงด้านพลังงานและเงินเฟ้อยังไม่หมดไป หากสถานการณ์รุนแรงขึ้น ความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยอาจหนุนทองคำ แต่หากราคาน้ำมันพุ่งจนเพิ่มแรงกดดันเงินเฟ้อ ตลาดอาจกลับมากังวลการใช้นโยบายการเงินเข้มงวดของเฟด ซึ่งจะหนุนดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ และกลับมากดดันทองคำ
ฝ่ายวิเคราะห์ประเมินว่า ราคาทองคำยังอยู่ในโครงสร้างขาขึ้นระยะสั้น หลังสามารถทะลุ $4,300 และกลับมายืนเหนือ $4,400 ได้ อย่างไรก็ตาม ราคาปรับตัวขึ้นค่อนข้างมากในช่วงที่ผ่านมา ทำให้บริเวณ $4,450-$4,500 ยังเป็นโซนที่ต้องระวังแรงขายทำกำไร หากราคาไม่สามารถผ่านบริเวณดังกล่าวได้ อาจเริ่มเห็นการพักตัวในระยะสั้น
ดังนั้น แนะนำกลยุทธ์การลงทุนโดยมุมมองระยะสั้นยังให้น้ำหนักฝั่งขาขึ้น "รอซื้อเมื่อราคาย่อตัว" โดยประเมินแนวรับระยะสั้นที่ $4,350-$4,320 (ราคาทองไทยประมาณ 67,900-67,500 บาท) และมองเป้าหมายทำกำไรบริเวณ $4,450-$4,500 (ราคาทองไทยประมาณ 69,500-70,200 บาท) แต่หากราคาหลุด $4,300หรือราคาทองไทย 67,000 บาท ควรชะลอการเข้าซื้อ เนื่องจากจะเพิ่มความเสี่ยงที่ราคาจะเข้าสู่ช่วงพักฐานลึกขึ้น