
จากสถานการณ์ฝนทิ้งช่วง ประกอบกับกระแสลมแรงและสภาพอากาศร้อนจัด ส่งผลให้เกิดไฟไหม้ ป่าพรุควนเคร็งในเขตพื้นที่ห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย จังหวัดนครศรีธรรมราช ทำให้ควันไฟปกคลุมพื้นที่หมู่ 1, 6, 8, 9 และ 11 ตำบลเคร็ง อำเภอชะอวด รวมถึงบริเวณด้านหลังโรงเรียนชะอวดเคร่งธรรมวิทยา กรมอนามัย มีความห่วงใยสุขภาพประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ จึงได้ส่งทีม SEhRT ลงพื้นที่ดูแลประชาชนในชุมชนโดยรอบ พร้อมเฝ้าระวังผลกระทบด้านสุขภาพ ให้คำแนะนำการป้องกันตนเองจากฝุ่นละอองและควันไฟและสนับสนุนหน้ากากป้องกันฝุ่นและควันไฟแก่ประชาชนในพื้นที่เสี่ยง

แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า สถานการณ์ ไฟไหม้ป่าพรุในพื้นที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย จังหวัดนครศรีธรรมราช ยังคงน่าเป็นห่วง เนื่องจากเกิดไฟไหม้ต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 และยังคงลุกลามเป็นบริเวณกว้างจากกระแสลมแรง โดยเฉพาะบริเวณป่าเสม็ดขาวในพื้นที่ป่าพรุ ก่อนลุกลามเข้าสู่สวนปาล์มน้ำมันของประชาชน และเข้าใกล้โรงเรียนชะอวดเคร่งธรรมวิทยา ซึ่งอยู่ห่างประมาณ 150 เมตร เบื้องต้นพบประชาชนในพื้นที่ รวมกลุ่มเสี่ยง กลุ่มเปราะบางที่อาศัยอยู่ ใต้กระแสลมได้รับผลกระทบจากควันไฟแล้วกว่า 3,000 คน จึงมอบหมายให้ ทีม SEhRT ศูนย์อนามัยที่ 11 นครศรีธรรมราช ประสานทีม SEhRT สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครศรีธรรมราช สำนักงานสาธารณสุขอำเภอชะอวด ลงพื้นที่ชุมชนโดยรอบจุดเกิดเหตุ เพื่อประเมินและเฝ้าระวังผลกระทบต่อสุขภาพ พร้อมให้คำแนะนำประชาชนในการป้องกันตนเองจากฝุ่นละอองและควันไฟ รวมทั้งสนับสนุนหน้ากากป้องกันฝุ่น และควันไฟแก่ประชาชนในพื้นที่เสี่ยง
นายแพทย์นเรศฤทธิ์ ขัดธะสีมา รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวเสริมว่า เหตุไฟไหม้ครั้งนี้ทำให้เกิดฝุ่นละอองและควันไฟปกคลุมพื้นที่โดยรอบ โดยเฉพาะประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้พื้นที่เกิดเหตุ รวมถึง กลุ่มเปราะบาง ได้แก่ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์และผู้ที่มีโรคประจำตัว จึงจำเป็นต้องเร่งสำรวจและประเมินผลกระทบด้านสุขภาพจากควันไฟในพื้นที่โดยรอบ พร้อมแนะนำประชาชนหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้พื้นที่เกิดเหตุ หากจำเป็นต้องอยู่ในบริเวณที่มีควันหนาแน่น ควรสวมหน้ากากป้องกัน และปิดประตูหน้าต่างเพื่อลดการนำควันเข้าสู่อาคาร หากมีเขม่าควันตกค้างภายในบ้าน ควรใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดทำความสะอาดพื้น ผนัง และพื้นผิวสัมผัสต่าง ๆ รวมทั้งล้างมือทุกครั้งก่อนรับประทานอาหารหรือสัมผัสใบหน้า ทั้งนี้ หากสถานการณ์รุนแรงหรือควันไฟปกคลุมหนาแน่น ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่และอพยพไปยังพื้นที่ปลอดภัยที่องค์การบริหารส่วนตำบลเคร็งจัดเตรียมไว้แล้ว หากมีอาการผิดปกติจากการสูดดมควันไฟ เช่น แสบตา น้ำตาไหล ไอ เจ็บคอ หายใจลำบาก แน่นหน้าอก เวียนศีรษะ คลื่นไส้ หรือหมดสติ ให้รีบพบแพทย์โดยเร็ว โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง ผู้มีโรคประจำตัว โดยเฉพาะโรคระบบทางเดินหายใจ
ทั้งนี้ ทีม SEhRT กรมอนามัย จะติดตามและประเมินความเสี่ยงด้านสุขภาพอย่างต่อเนื่อง พร้อมให้คำแนะนำแก่ประชาชน เพื่อให้สามารถป้องกันและลดผลกระทบต่อสุขภาพจากเหตุไฟไหม้ป่าพรุได้อย่างเหมาะสม