กรมอนามัยดัน "เมืองเดินได้ เมืองสุขภาพดี" ร่วมมือ อปท. เปลี่ยนเมือง เพิ่มกิจกรรมทางกาย ลดเนือยนิ่ง ลด PM2.5 เพื่อขจัด NCDs

ข่าวทั่วไป Wednesday September 9, 2026 15:40 —ThaiPR.net

กรมอนามัยดัน

กรมอนามัยเดินหน้าขับเคลื่อนแนวคิด "เมืองเดินได้ เมืองสุขภาพดี" ชวนทุกภาคส่วนร่วมออกแบบเมืองโดยมี "คน" เป็นศูนย์กลาง เพิ่มทางเท้าและเลนจักรยานที่ปลอดภัย เชื่อมต่อระบบขนส่งและพื้นที่สาธารณะ เพื่อให้คนทุกวัยเดินทางและมีกิจกรรมทางกายได้สะดวก ควบคู่การลดมลพิษ ฝุ่น PM2.5 และความเสี่ยงโรค NCDs แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า กระแสการพัฒนาเมืองยุคใหม่กำลังให้ความสำคัญกับแนวคิด "เมืองเดินได้ เมืองสุขภาพดี" ซึ่งมุ่งเน้นการออกแบบพื้นที่เมืองให้เอื้อต่อการเดินการใช้จักรยาน และการเข้าถึงพื้นที่สาธารณะอย่างทั่วถึง เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนมีกิจกรรมทางกายเพิ่มขึ้น ควบคู่กับการลดปัญหามลพิษและยกระดับคุณภาพชีวิตในระยะยาว ทั้งนี้ เมืองที่ดีไม่ควรถูกออกแบบเพื่อรถยนต์เป็นหลัก แต่ควรคำนึงถึง "คน" เป็นศูนย์กลาง โดยการจัดทำทางเท้าที่ปลอดภัย มีความกว้างเพียงพอ ร่มรื่น และเชื่อมต่อกับระบบขนส่งสาธารณะอย่างสะดวก ขณะเดียวกันการสร้างเลนจักรยานที่ปลอดภัยก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ประชาชนหันมาใช้จักรยานในชีวิตประจำวันมากขึ้น นอกจากนี้ พื้นที่สาธารณะ เช่น สวนสาธารณะ ลานกิจกรรม และพื้นที่สีเขียว ยังมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมสุขภาพกายและสุขภาพจิตของประชาชน โดยเปิดโอกาสให้คนทุกวัยสามารถออกกำลังกาย พบปะและทำกิจกรรมร่วมกัน ซึ่งช่วยสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน

กรมอนามัยดัน

นายแพทย์ปกรณ์ ตุงคะเสรีรักษ์ รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า การขับเคลื่อน "เมืองเดินได้ เมืองสุขภาพดี" จะประสบความสำเร็จได้ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชน เพื่อร่วมกันออกแบบและใช้ประโยชน์จากพื้นที่เมืองอย่างเหมาะสม ในอนาคต แนวทางการพัฒนาเมืองที่ให้ความสำคัญกับการเดินและสุขภาพ อาจกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของการใช้ชีวิตในเมือง ที่ไม่เพียงช่วยให้ผู้คนมีสุขภาพดีขึ้น แต่ยังสร้างสภาพแวดล้อมที่น่าอยู่และยั่งยืนสำหรับคนทุกคน กรมอนามัยพร้อมบูรณาการความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) โดยเฉพาะเทศบาลนครและเทศบาลเมือง เพื่อส่งเสริมให้เป็นพื้นที่ต้นแบบ ที่สามารถนำแนวคิดการออกแบบเมืองที่เอื้อต่อสุขภาพไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่ และขยายผลไปยังชุมชนและพื้นที่อื่นๆ ต่อไป

นายแพทย์วันฉัตร ชินสุวาเทย์ ผู้อำนวยการกองกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพ กล่าวว่า การพัฒนาเมืองในลักษณะดังกล่าวประชาชนทุกเพศทุกวัยสามารถเดินทาง เดินเล่น ออกกำลังกาย และทำกิจกรรมทางกายได้อย่างสะดวก ปลอดภัย และเท่าเทียม และยังช่วยเรื่องสิ่งแวดล้อม เพราะสามารถช่วยลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ลดฝุ่น PM2.5 การเพิ่มพื้นที่สีเขียว สวนสาธารณะ และพื้นที่กิจกรรมของชุมชน ยังช่วยส่งเสริมทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิต ลดความเครียด สร้างความสัมพันธ์ในสังคม และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในทุกช่วงวัย และยังมีส่วนสำคัญในการเพิ่มกิจกรรมทางกาย ลดพฤติกรรมเนือยนิ่ง ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงของโรค NCDs


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ