โรงแรมเคปพันวา ภูเก็ต ในเครือ เคป แอนด์ แคนทารี โฮเทลส์ พลิกโฉม 'พันวา ลอดจ์' สู่ 'Tropical Colonial Luxury' เสริมศักยภาพรองรับกลุ่มท่องเที่ยวชั้นนำทั่วโลก

ข่าวท่องเที่ยว Friday September 25, 2026 09:28 —ThaiPR.net

โรงแรมเคปพันวา ภูเก็ต ในเครือ เคป แอนด์ แคนทารี โฮเทลส์ พลิกโฉม 'พันวา ลอดจ์' สู่ 'Tropical Colonial Luxury' เสริมศักยภาพรองรับกลุ่มท่องเที่ยวชั้นนำทั่วโลก

โรงแรมเคปพันวา ภูเก็ต ยกระดับประสบการณ์ลักชัวรีไลฟ์สไตล์ ด้วยการรีดีไซน์ "พันวา ลอดจ์" (Panwa Lodge) บ้านพักริมทะเลของโรงแรมฯ ในสไตล์ "ทรอปิคอล โคโลเนียล" (Tropical Colonial) ที่ผสานเสน่ห์ของสถาปัตยกรรมตะวันตกเข้ากับบรรยากาศเขตร้อนอย่างลงตัว พร้อมพื้นที่พักผ่อนส่วนตัวและสระว่ายน้ำขนาดกว้างขวาง เพื่อมอบประสบการณ์การพักผ่อนที่เหนือระดับและเป็นส่วนตัวยิ่งขึ้น

การปรับโฉมครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งโครงการสำคัญของ เคป แอนด์ แคนทารี โฮเทลส์ ในการยกระดับห้องพักและสิ่งอำนวยความสะดวกของโรงแรมในเครือ เพื่อสร้างสรรค์ประสบการณ์การเข้าพักที่ตอบโจทย์นักเดินทางยุคใหม่ และเสริมศักยภาพโรงแรมในเครือให้พร้อมรองรับกลุ่มนักท่องเที่ยวระดับ Premium Luxury ซึ่งมองหาความเป็นส่วนตัว ความโดดเด่นเฉพาะตัว และประสบการณ์การพักผ่อนที่เหนือกว่าการเข้าพักทั่วไป โดยโรงแรมเคปพันวา ภูเก็ต ได้เริ่มโครงการเรโนเวตห้องพักและห้องอาหารตั้งแต่ปลายปี 2568 อาทิ ห้องอาหารสไตล์เมดิเตอร์เรเนียน "Top of the Reef" ห้องพักประเภท Pool Villa, Panwa Suite Sea View และ Panwa Suite Garden View

ธีรวัลคุ์ ปังศรีวงศ์ กล่าวถึงแนวคิดในการปรับโฉม "พันวา ลอดจ์"

คุณธีรวัลคุ์ ปังศรีวงศ์ (แวว) เจ้าของธุรกิจและผู้จัดการฝ่ายพัฒนาโครงการกลุ่มโรงแรมในเครือ เคป แอนด์ แคนทารี โฮเทลส์ ผู้รับผิดชอบหลักด้านการพัฒนาและปรับปรุงโรงแรมในเครือ กล่าวถึงแรงบันดาลใจในการปรับโฉมบ้านพักริมทะเล "พันวา ลอดจ์" ว่า

"พันวา ลอดจ์ เป็นบ้านพักสไตล์บีชฟร้อนท์ มีจุดเด่นคือพื้นที่ใช้สอยขนาดกว้างขวางที่สามารถปรับเปลี่ยนเป็น 3 ห้องนอนได้อย่างลงตัว ขณะที่พื้นที่ส่วนกลางออกแบบให้ใช้งานได้อย่างเป็นสัดส่วน ทั้งห้องนั่งเล่น ห้องอาหาร และเคาน์เตอร์บาร์ จึงให้ความรู้สึกเหมือนได้มาพักผ่อนในบ้านริมทะเลที่เป็นส่วนตัวอย่างแท้จริง นอกจากนี้ ยังมีสระว่ายน้ำส่วนตัวขนาดใหญ่แวดล้อมด้วยความร่มรื่นของต้นไม้เขียวชอุ่ม พร้อมพื้นที่สำหรับการพักผ่อนและอาบแดดขนาดกว้างขวาง ซึ่งสามารถใช้จัดปาร์ตี้ริมสระว่ายน้ำได้

"พันวา ลอดจ์ ได้รับการออกแบบในสไตล์ Tropical Colonial เพื่อถ่ายทอดเสน่ห์ของบ้านพันวาเฮ้าส์ ซึ่งเป็นแมนชันสไตล์ชิโน-โปรตุกีส โดยเลือกใช้โทนสีเขียวมะกอกและสีเอิร์ธโทนเป็นหลัก การตกแต่งเน้นความเรียบง่ายและอบอุ่น พร้อมแทรกสีสันและชีวิตชีวาของเมืองเขตร้อนผ่านพรรณไม้นานาชนิด

"สำหรับเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหลัก เรายังคงเก็บของแอนทีคดั้งเดิมไว้ ทั้งเตียงไม้สี่เสา โต๊ะ และตู้ไม้ทรงคลาสสิก นำมาผสมผสานกับเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งสไตล์ทรอปิคอล ทั้งเก้าอี้ไม้บุหวาย บาร์ โคมไฟ และของตกแต่งดีไซน์หลากหลาย ทุกชิ้นถูกคัดสรรและจัดวางอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้ทุกอย่างดูกลมกลืนและเติมชีวิตชีวาให้กับบ้าน โดยเราให้ความสำคัญกับการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์จากท้องถิ่นและผู้ผลิตในประเทศ" คุณธีรวัลคุ์กล่าวทิ้งท้าย

พันวา ลอดจ์ (Panwa Lodge)

บ้านพักริมทะเลขนาด 321 ตารางเมตร แบ่งเป็นพื้นที่ภายในบ้าน 160 ตารางเมตร พร้อมสระว่ายน้ำกลางแจ้งขนาด 37.6 ตารางเมตร ออกแบบขึ้นเพื่อมอบประสบการณ์การพักผ่อนอย่างแท้จริง ท่ามกลางบรรยากาศร่มรื่นและทัศนียภาพอันงดงามของธรรมชาติ เมื่อเปิดประตูเข้าสู่บ้าน จะพบกับโถงห้องนั่งเล่นขนาดกว้างขวาง โดยห้องนอนทั้ง 2 ห้อง พร้อมห้องน้ำส่วนตัว ตั้งอยู่บริเวณปีกขวาของบ้าน ขณะที่อีกด้านหนึ่งของห้องนั่งเล่นเป็นห้องรับประทานอาหารขนาดใหญ่ พร้อมเคาน์เตอร์บาร์ ส่วนพื้นที่ด้านหลังจัดเป็นห้องพักผ่อน ซึ่งสามารถปรับเป็น Sofa Bed สำหรับห้องนอนได้อย่างสะดวกสบาย

พันวา ลอดจ์ โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์ "Tropical Colonial" แนวทางการออกแบบที่ผสมผสานเสน่ห์ของสถาปัตยกรรม Colonial ซึ่งได้รับอิทธิพลจากตะวันตก เข้ากับบริบทของภูมิอากาศและวิถีชีวิตในเมืองเขตร้อน ถ่ายทอดบรรยากาศของบ้านริมทะเลที่โอบล้อมด้วยต้นไม้เขตร้อนนานาพันธุ์ พร้อมประดับประดาด้วยไม้ฉลุลวดลายบริเวณชายคาในแบบฉบับบ้านขนมปังขิง (Gingerbread House) โดยนำรายละเอียดของไม้ฉลุเหล่านี้มาต่อยอดเป็นองค์ประกอบตกแต่งภายในอย่างประณีตและกลมกลืน

บริเวณด้านหน้าของบ้านเป็นระเบียงกว้างขวางที่เปิดออกสู่สระว่ายน้ำส่วนตัวขนาดใหญ่ พร้อมพื้นที่พักผ่อนและเตียงอาบแดด ขณะที่พื้นที่ภายในได้รับการออกแบบให้โปร่ง โล่ง สบาย บานหน้าต่างและประตูกระจกรอบบ้านช่วยเชื่อมโยงพื้นที่ภายในให้เป็นหนึ่งเดียวกับทัศนียภาพภายนอก ทั้งยังเปิดรับแสงธรรมชาติและเติมความมีชีวิตชีวาให้กับทุกมุมของบ้าน

โทนสีเขียวมะกอก สีครีม และสีเอิร์ธโทน เป็นหัวใจสำคัญของการตกแต่ง เฟอร์นิเจอร์และของประดับทุกชิ้นผ่านการคัดสรรและจัดวางอย่างพิถีพิถัน เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวที่เชื่อมโยงถึงกัน ขณะเดียวกันก็แทรกความสนุกสนานและสีสันแบบทรอปิคอลไว้อย่างมีชั้นเชิง ต้นไม้เขียวชอุ่มนานาชนิดช่วยเติมความสดชื่นให้กับบรรยากาศ ขณะที่รายละเอียดเล็ก ๆ อย่างโคมไฟรูปต้นมะพร้าวที่สานจากหวาย ลวดลายต้นมะพร้าวบน หมอนอิง กระเบื้องลายต้นมะพร้าวสีน้ำตาลเข้ม และภาพวาดต้นมะพร้าวสีเขียวสดใสบริเวณหลังบาร์ ล้วนร่วมกันสร้างเรื่องราวของเมืองเขตร้อนในแบบเฉพาะตัว

อีกหนึ่งดีเทลที่สะดุดตาคือโต๊ะหวายสานรูปทรงลิง ซึ่งเป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นเด่นที่ชวนให้ต้องหันกลับมามองซ้ำ เช่นเดียวกับเก้าอี้โครงไม้บุพนักด้วยหวาย แจกัน กระถางต้นไม้ ตู้ไม้ และของตกแต่งหลากหลายสไตล์ที่แม้แตกต่างกัน แต่กลับถูกนำมาจัดวางร่วมกันในแต่ละมุมได้อย่างลงตัว ผ้าม่านและปลอกหมอนเลือกใช้วัสดุจากธรรมชาติอย่างผ้าลินินและผ้าฝ้าย ช่วยเสริมสัมผัสที่อบอุ่นและผ่อนคลาย

ในห้องรับประทานอาหาร ชุดโต๊ะและเก้าอี้สีน้ำตาลเข้มทรงคลาสสิกเข้ากันอย่างลงตัวกับพื้นกระเบื้องโทนสีส้มอันอบอุ่น ขณะที่สีครีมและสีเขียวมะกอกช่วยสร้างสมดุล ทำให้พื้นที่ดูอบอุ่น สบายตา และน่านั่ง

ภายในห้องนอนถูกออกแบบให้มีบรรยากาศนุ่มนวลและสงบยิ่งขึ้น เตียงไม้สี่เสาสไตล์แอนทีค เฟอร์นิเจอร์ไม้และหวาย ผสานเข้ากับโทนสีครีมและสีเขียวอ่อนอย่างกลมกลืน สร้างพื้นที่พักผ่อนที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น เป็นธรรมชาติ และผ่อนคลายอย่างแท้จริง

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสำรองห้องพักได้ที่ โทร. 0-7639-1123 หรือเว็บไซต์ www.capepanwa.com

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ