งานสัมมนาประจำปีของฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) ซึ่งจัดขึ้นเมื่อช่วงเช้าวันนี้ ได้บรรยายถึงความเสี่ยงในตลาดโลก ตลอดจนแนวโน้มอันดับเครดิตประเทศและภาคธนาคารในภูมิภาค อีกทั้งยังเป็นวาระครบรอบ 25 ปีของการก่อตั้งฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) และครบรอบ 30 ปีที่ฟิทช์เริ่มทำการจัดอันดับเครดิตประเทศไทย เหตุการณ์สำคัญเหล่านี้ยังสะท้อนถึงพัฒนาการของตลาดตราสารหนี้ไทย และบทบาทของผู้ให้ความเห็นอิสระในด้านระดับความน่าเชื่อถือ เพื่อช่วยส่งเสริมความโปร่งใส การคุ้มครองนักลงทุน และการพัฒนาตลาด
งานสัมมนาเริ่มต้นด้วยคำกล่าวเปิดงานโดย ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล อดีตเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย และปัจจุบันเป็นประธานกรรมการสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย จากนั้นเป็นการปาฐกถาโดย คุณวิน พรหมแพทย์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด ซึ่งกล่าวถึงแนวโน้มการลงทุนในประเทศไทยและตลาดโลก
คุณโทมัส รูคมาเคอร์ หัวหน้ากลุ่มจัดอันดับเครดิตประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก จากฟิทช์ เรทติ้งส์ ฮ่องกง ได้กล่าวถึงความเสี่ยงในตลาดโลกและแนวโน้มเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งรวมถึงประเทศไทย โดยระบุว่า ฟิทช์คาดว่าเศรษฐกิจโลกจะยังคงขยายตัวได้ดีที่ 2.6% ในปี 2569 ลดลงเล็กน้อยจาก 2.7% ในปีก่อน เนื่องจากการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ยังไม่มีสัญญาณชะลอตัว ซึ่งจะช่วยบรรเทาแรงกดดันเชิงลบจากวิกฤตพลังงานโลก การส่งออกสินค้าที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT-related) ที่แข็งแกร่งช่วยสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจในเอเชีย รวมถึงเศรษฐกิจของประเทศจีน แม้ว่าอุปสงค์ภายในประเทศจีนยังคงอ่อนแอจากการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรที่ลดลงและการลดภาระหนี้สินของภาคครัวเรือน อย่างไรก็ดี ประเทศในภูมิภาคเอเชียกำลังเผชิญกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ได้ปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ขนาดใหญ่ (large emerging market) เช่น ประเทศอินโดนีเซียและประเทศฟิลิปปินส์
การที่ฟิทช์ปรับแนวโน้มอันดับเครดิตของประเทศไทยเป็น "มีเสถียรภาพ" จาก "แนวโน้มอันดับเครดิตเป็นลบ" เมื่อไม่นานมานี้ สะท้อนถึงการที่ฟิทช์มีความเชื่อมั่นมากขึ้นว่าอัตราส่วนหนี้สินภาครัฐต่อ GDP จะสามารถทรงตัวอยู่ในระดับที่มีเสถียรภาพได้ในระยะปานกลาง แม้ว่ารัฐบาลจะเพิ่มงบประมาณรายจ่ายในปี 2569 เพื่อรับมือกับวิกฤตพลังงานจากสงครามอิหร่าน เศรษฐกิจไทยยังคงเผชิญความท้าทายด้านอัตราการเติบโต แต่ก็ยังสามารถปรับตัวได้ดีกว่าที่คาดการณ์ ในขณะที่แรงกดดันด้านเงินฝืดได้ปรับตัวลดลง และความสามารถที่จะการคาดการณ์ทิศทางของนโยบายมีการปรับดีขึ้นภายหลังการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
การบรรยายในหัวข้อสุดท้ายของสัมมนา เรื่องแนวโน้มการดำเนินงานของภาคธนาคาร โดย คุณพาสันติ์ สิงหะ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายสถาบันการเงินของ ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมาธนาคารไทยได้มีการลดระดับความเสี่ยงที่ยอมรับโดยการชะลออัตราการเติบโตของสินเชื่อและการปรับสัดส่วนโครงสร้างของพอร์ทสินเชื่อ แต่ทั้งนี้ธนาคารไทยยังคงมีความเสี่ยงที่ค่อนข้างสูงในด้านคุณภาพสินทรัพย์ และสินเชื่อด้อยคุณภาพของธนาคารไทยน่าจะยังคงทรงตัวในระดับสูงเมื่อเทียบกับธนาคารอื่นในภูมิภาค อย่างไรก็ดี ความสามารถในการทำกำไรยังคงแข็งแกร่งแม้ต้องเผชิญกับสภาพแวดล้อมในการดำเนินงานที่อ่อนแอ และความสามารถในการรองรับความเสี่ยงในด้านเงินกองทุนน่าจะยังช่วยรองรับความเสี่ยงด้านลบได้ในระดับหนึ่ง
ในคำกล่าวปิดงาน คุณวินเซนต์ มิลตัน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า "ฟิทช์ เรทติ้งส์(ประเทศไทย) มีส่วนช่วยสนับสนุนการพัฒนาตลาดตราสารหนี้ของไทย โดยส่งเสริมความโปร่งใส ธรรมาภิบาล และวินัยทางการเงินให้มีความสอดคล้องกับมาตรฐานเครดิตสากล ทั้งนี้การเพิ่มความโปร่งใส รวมถึงการใช้ผลการจัดอันดับเครดิตจากสองสถาบันเป็นอย่างน้อยนั้นเป็นแนวปฏิบัติที่ดีที่สุดที่ใช้ในตลาดต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นและการบวนการทำงานของตลาดให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น"