
กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข แนะมาตรฐานสถานที่ดูแลผู้สูงอายุ ต้องมีความสะอาด ปลอดภัยพร้อมกำหนดแนวทางด้านสุขอนามัยและสุขาภิบาลในสถานดูแลผู้สูงอายุ ชวนทุกครอบครัวร่วมเติมความสัมพันธ์ผ่านการเยี่ยมเยียนและกิจกรรมร่วมกัน ทั้งผู้สูงอายุที่บ้านหรือสถานที่ดูแล
นายแพทย์ธิติ แสวงธรรม อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า จากกรณีสถานดูแลผู้สูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิงในจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งพบสภาพแวดล้อมและการจัดการภายในที่ไม่เหมาะสม ทั้งด้านสุขาภิบาลอาหาร การจัดการขยะ น้ำเสีย และสภาพห้องน้ำ สะท้อนถึงความสำคัญของการจัดสภาพแวดล้อมในสถานดูแลผู้สูงอายุให้สะอาด ปลอดภัย ถูกสุขลักษณะ และเอื้อต่อคุณภาพชีวิตของผู้รับบริการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข แนะนำสถานดูแลผู้สูงอายุ (Nursing Home) ดังนี้ การดูแลเตียงนอนและห้องนอน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ผู้สูงอายุใช้ชีวิตเป็นประจำ ควรเปลี่ยนผ้าปูที่นอนอย่างสม่ำเสมอ ซักทำความสะอาดและตากให้แห้ง รวมถึงเช็ดทำความสะอาดพื้นผิวเตียง ราวกั้นเตียง และอุปกรณ์ต่าง ๆ อย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง พร้อมรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบของห้องนอน เปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเท และลดฝุ่นภายในห้อง นอกจากนี้ ควรแยกของใช้เฉพาะบุคคลและทำความสะอาดมือก่อน-หลังการดูแล เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อโรค ด้านความปลอดภัย ควรตรวจสอบให้เตียงมีโครงสร้างแข็งแรง ไม่ชำรุด รับน้ำหนักได้เหมาะสม และมีราวกั้นเตียงที่ใช้งานได้ดี ปรับระดับเตียงให้เหมาะกับการลุกนั่งและการเคลื่อนไหวของผู้สูงอายุ พร้อมจัดสิ่งของรอบเตียงให้เป็นระเบียบ มีแสงสว่างเพียงพอ และมีกริ่งหรืออุปกรณ์เรียกขอความช่วยเหลือเมื่อจำเป็น รวมทั้งเลือกที่นอนและอุปกรณ์ที่สะอาด แห้ง ไม่ชำรุด และเหมาะสมกับผู้สูงอายุ เพื่อลดความเสี่ยงต่อการหกล้ม การพลัดตกจากเตียง และการเกิดแผลกดทับ

นายแพทย์ปกรณ์ คุงตะเสรีรักษ์ รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า สิ่งสำคัญคือการให้ความสำคัญกับ "Keep Social Connection" หรือ การรักษาความสัมพันธ์กับครอบครัวและสังคมอย่างต่อเนื่อง เพราะผู้สูงอายุที่พักอาศัยใน สถานดูแลผู้สูงอายุ ยังคงต้องการความรัก ความห่วงใย และการติดต่อจากคนในครอบครัวซึ่งมีความสำคัญต่อสุขภาพกายและใจ ลดความเหงาและความโดดเดี่ยว ไม่รู้สึกว่าถูกทอดทิ้งหรือแยกออกจากสังคม รวมถึงช่วยกระตุ้นความคิดและความทรงจำผ่านการพูดคุย ดูรูป หรือเล่าเรื่องราวต่าง ๆ โดยครอบครัวสามารถใช้การไปเยี่ยมอย่างสม่ำเสมอ โทรศัพท์หรือวิดีโอคอล รับฟังและพูดคุยด้วยความใส่ใจ ร่วมวันสำคัญของครอบครัว ทำกิจกรรมที่ผู้สูงอายุคุ้นเคยและชื่นชอบร่วมกัน รวมถึงร่วมวางแผนดูแลกับสถานดูแล เพื่อให้การดูแลสอดคล้องกับความต้องการและวิถีชีวิตของผู้สูงอายุ เพราะการดูแลผู้สูงอายุที่ดี ไม่ใช่เพียงดูแลร่างกาย แต่ต้องดูแลหัวใจและความสัมพันธ์ไม่ว่าผู้สูงอายุจะยังอยู่ที่บ้าน อยู่กับครอบครัว หรืออยู่ในสถานดูแล ทุกคนควรได้รับโอกาสในการมีชีวิตที่ปลอดภัย มีคุณค่า มีความสุข และไม่รู้สึกโดดเดี่ยว ครอบครัวสามารถเริ่มต้นได้ง่าย ๆ จากการไปเยี่ยม พูดคุย รับฟัง และมีส่วนร่วมในการดูแล เพราะแม้ไม่ได้อยู่บ้านเดียวกัน ก็ยังทำให้ผู้สูงอายุรู้สึกได้ว่าครอบครัวยังอยู่ใกล้เสมอ