
ไลฟ์สไตล์และความสนใจของคนยุคใหม่กำลังปลุกให้วงการศิลปะและงานอาร์ตเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ แกลเลอรี นิทรรศการ และงานอาร์ตแฟร์กลายเป็นอีกหนึ่งจุดหมายของผู้คนในการออกค้นหาแรงบันดาลใจ เปิดรับ มุมมองใหม่ พร้อมเป็นแรงขับเคลื่อนให้เกิดพื้นที่และผลงานรูปแบบใหม่ ๆ ที่เชื่อมโยงผู้คนในวงการทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ล่าสุด ประเทศไทยมีอีกหนึ่งปรากฏการณ์สำคัญก้าวใหม่วงการศิลปะอย่าง "art bangkok 2026 The First Chapter" อาร์ตแฟร์นานาชาติน้องใหม่ที่จัดขึ้นใจกลางกรุงเทพฯ ที่ NEX Hall และ Art Jewel ชั้น 5 สยามพารากอน ระหว่างวันที่ 7-11 ตุลาคม 2569
งาน "art bangkok 2026 The First Chapter" เกิดขึ้นจากความร่วมมือของ สมาคมแกลเลอรีไทย (Thai Galleries Association: TGA) ร่วมกับ The Cloud และ ธนาคารยูโอบี (UOB) ในฐานะ Lead Partner พร้อมด้วย สยามพารากอน ในฐานะ สนับสนุนพื้นที่ในการจัดงาน จัดแสดงผลงานบนพื้นที่กว่า 1,500 ตารางเมตร โดยรวบรวมศิลปะหลากหลายสไตล์มาไว้ในพื้นที่เดียว ตั้งแต่แกลเลอรีและผลงานของศิลปินไทย-ต่างประเทศ ทั้งศิลปินรุ่นใหม่และศิลปินที่มีชื่อเสียงในวงการ ไปจนถึงผลงานจากคอลเลกชันขององค์กรภาครัฐและพิพิธภัณฑ์ เอกชน พร้อมเปิดให้ผู้ชมได้สัมผัสอีกด้านของโลกศิลปะที่ไม่เคยรู้ผ่านองค์ประกอบที่อยู่เบื้องหลังการจัดแสดง ทั้งการสะสม การขนส่ง การดูแล และการอนุรักษ์ผลงาน สะท้อนภาพ Art Ecosystem ที่เชื่อมโยงผู้คนทุกส่วน ในแวดวงจากไทยและต่างประเทศเข้าด้วยกัน
เปิดผลงานไฮไลต์จากแกลเลอรีไทยและต่างประเทศ
ในส่วนของ Gallery Zone Ways of Seeing ถือเป็นหัวใจสำคัญของงานที่รวบรวมแกลเลอรีจากไทยและ ต่างประเทศ ซึ่งแตกต่างกันทั้งแนวคิด เทคนิค และวัสดุ โดยหนึ่งในตัวอย่างผลงานจากศิลปินที่น่าสนใจคือ แช ซองพิล (Chae Sung-Pil) จาก Gallery Grimson เป็นศิลปินเกาหลีที่นำ "ดิน" มาเป็นส่วนสำคัญของกระบวนการ สร้างงาน โดยใช้สีสกัดจากดินมาถ่ายทอดความเป็นธรรมชาติ สื่อถึงความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ ธรรมชาติ และผืนดิน
อึน ลี (Eun Lee) จาก Blue Velvet Underground เชี่ยวชาญเทคนิคและการใช้วัสดุสร้างพื้นผิวที่มีมิติ มีผลงานในชุด Sea ที่ถ่ายทอดภาพของท้องทะเลที่เปลี่ยนแปลงไปตามช่วงเวลา ผ่านการเผาเซรามิก สี และการเคลือบพื้นผิว อีกด้านหนึ่งยังมีผลงานของศิลปินรุ่นใหม่และศิลปินไทยร่วมสมัยให้ค้นพบ ทั้ง จิรวัฒน์ วรรณรัตนศิลป์ จาก M Contemporary Bangkok กับผลงาน Sunk (2026) ที่สะดุดตาด้วยการลงแสงเงาของร่างมนุษย์ที่ตัดกับสีน้ำเงินสด ช่วยสร้างมิติให้ภาพจิตรกรรมมีความรู้สึกคล้ายประติมากรรม และซันเกอร์ กาเนช (Sanker Ganesh) จาก Artas Gallery ผู้ใช้ร่างกายมนุษย์เป็นพื้นที่สะท้อนความเหนื่อยล้า ภาระ และความอดทน
ณฐกร คำกายปรง จาก Richard Koh Fine Art เป็นอีกหนึ่งศิลปินไทยที่พาเรื่องราว และภาพคุ้นตาจากวิถีชีวิต ประจำวันมาบอกเล่าผ่านภาพ ไม่ว่าจะเป็นดอกไม้ คาเฟ่ หรือผู้คนบนท้องถนน และ พัทธ์ ยิ่งเจริญ จาก Number 1 Gallery กับผลงานที่นำภาพและองค์ประกอบจากประวัติศาสตร์ศิลปะกลับมาตีความผ่านมุมมองร่วมสมัย นอกจากนี้ ยังมีแกลเลอรีที่น่าสนใจอื่น ๆ อาทิ Art Agenda, Artas Galeri, Artemis Art, Blue Velvet Underground, Gallery CURU, G13 Gallery, Galeri Sasha, Gallery Grimson, Joyman Gallery, KYLA Gallery, L GALLERY, M Contemporary Bangkok, M Contemporary Seoul, Maison JE, Number 1 Gallery, Palette Art Space, Richard Koh Fine Art และ WORKS WORKS
Art Jewel เปิดโลกการสะสม รวมงานศิลปินดาวรุ่งถึงระดับตำนาน
อีกหนึ่งพื้นที่สำคัญของงานคือ Art Jewel ที่เปิดมุมมองสู่โลกของการสะสมศิลปะ ผ่านผลงานของศิลปินหลากหลายรุ่น ตั้งแต่ศิลปินดาวรุ่งไปจนถึงศิลปินระดับตำนาน ภายในพื้นที่นำเสนอ Past | Present | Future A Curated Dialogue Across Generations ชวนผู้ชมเปลี่ยนวิธีมองจาก "งานที่อยู่ตรงหน้า" ไปสู่การสำรวจความสัมพันธ์ของ ศิลปะในแต่ละช่วงเวลา ผ่านการนำผลงานของศิลปินชั้นครู ศิลปินร่วมสมัยที่ได้รับการยอมรับ และศิลปินรุ่นใหม่ มาอยู่ในบทสนทนาเดียวกัน เพื่อให้เห็นทั้งสิ่งที่ถูกส่งต่อ สิ่งที่เปลี่ยนแปลง และภาษาทางศิลปะที่พัฒนาไปตาม แต่ละเจเนอเรชัน
รวมผลงานของศิลปินไทยดาวรุ่งจากเวที UOB Painting of the Year ครั้งที่ 17 ของประเทศไทย ไปจนถึงผลงานของ มิลโล (Millo) ที่ถ่ายทอดความเหงาของการใช้ชีวิตท่ามกลางเมืองที่กำลังพัฒนา และ อี กีฮุน (Lee Gihun) จาก Dorothy Circus Gallery
ขณะที่ Bangkok Art Auction ศูนย์ประมูลศิลปะไทย ได้นำผลงานส่วนหนึ่งที่เตรียมเข้าสู่ November Auction มาจัดแสดงล่วงหน้า อาทิ ผลงานของ เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์, จักรพันธุ์ โปษยกฤต, ถวัลย์ ดัชนี, กรกฤต อรุณานนท์ชัย, Crybaby Molly และ Gongkan ให้ผู้ชมได้สัมผัสผลงานก่อนเข้าสู่การประมูลจริง
อีกมุมที่พาทุกคนไปสำรวจคุณค่าของงานศิลปะผ่านสายตาของผู้สะสมกับ Museums & Institutions Living with Art ณ Art Jewel ที่ชวนตั้งคำถามว่า อะไรทำให้ผลงานหนึ่งชิ้นถูกเลือกเข้าสู่คอลเลกชัน และหลังจากนั้นผลงาน จะได้รับการดูแลและส่งต่อคุณค่าอย่างไร โดย art bangkok ร่วมคิวเรท 2 นิทรรศการกับ สำนักงานศิลปวัฒนธรรม ร่วมสมัย (OCAC) ตัวแทนคอลเลกชันภาครัฐ ผ่านไฮไลต์ผลงานของ อานนท์ นงเยาว์ และ MoNWIC Museum of Narong Waleeporn Intanate Collection พิพิธภัณฑ์เอกชนที่โชว์ผลงานของ วสันต์ สิทธิเขต และ ถัง มุน คิต (Tang Mun Kit) จากคอลเลกชันของ Narong and Waleeporn Intanate เปิดให้เห็นอีกด้านของการ "Living with Art" ที่ไม่ได้จบเพียงการครอบครอง แต่ครอบคลุมถึงการคัดเลือก ดูแล เก็บรักษา และส่งต่อคุณค่าของงานศิลปะ ให้ยังคงมีชีวิตอยู่ในระยะยาว
ชมเบื้องหลังที่ไม่เคยรู้ กับการขนส่งและติดตั้งงานอาร์ต
กว่าผลงานศิลปะหนึ่งชิ้นจะเดินทางจากสตูดิโอหรือแกลเลอรีมาถึงพื้นที่จัดแสดง ยังมีอีกหลายขั้นตอนที่ต้องอาศัย ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง ซึ่งในงานได้แสดงให้เห็นถึง Art Care & Stewardship Caring for Art ที่เจาะลึกเบื้องหลังการทำงานผ่าน Helutrans Artmove ในฐานะ Official Logistics Partner ของ art bangkok ตั้งแต่ การบรรจุและขนส่ง การติดตั้ง และการเคลื่อนย้ายผลงาน โดยมีจุดเด่นที่ AE System เทคโนโลยีสำหรับติดตั้ง งานศิลปะจากออสเตรเลีย ที่ออกแบบให้สามารถแขวนและยึดผลงานเข้ากับผนังได้โดยลดการสัมผัสกับตัวชิ้นงาน
นอกจากนี้ ยังมีอีกหนึ่งมุมมองการดูแลจาก Talk Program "The Art of Conservation" ในวันที่ 10 ตุลาคม 2569 เวลา 14.00-15.30 น. ณ Main Stage, Art Jewel กับ Chiraporn Aranyanark Master Conservator ที่จะพาไปรู้จักศาสตร์และความละเอียดอ่อนของการอนุรักษ์ รวมถึงบทบาทของนักอนุรักษ์ ในการทำให้งานศิลปะ สามารถเดินทางผ่านกาลเวลาและส่งต่อไปยังคนรุ่นต่อไป
รวมพลังของผู้ขับเคลื่อนวงการ Art Ecosystem
ท้ายที่สุดแล้ว หัวใจสำคัญของงานคือการเติบโตไปด้วยกันแบบ Art Eco System Inclusive Art Circle ที่จะชวนทุกคนมองให้ไกลกว่าแค่ตัวผลงาน แต่ยังรวมถึงเครือข่ายผู้คนและองค์กรที่มีส่วนขับเคลื่อนวงการศิลปะ ตั้งแต่ Press & Media, Art Prize, Collectors Community ไปจนถึง Association & Foundation ซึ่งต่างมีบทบาททั้งในการสร้างพื้นที่ เปิดโอกาส สนับสนุนองค์ความรู้ และเชื่อมโยงศิลปะให้เข้าถึงผู้คนในวงกว้าง พร้อมเปิดพื้นที่ VIP Lounge ให้นักสะสม ศิลปิน แกลเลอรี และผู้คนในแวดวงได้พบปะ แลกเปลี่ยนมุมมอง และสร้างความสัมพันธ์ใหม่ ๆ
เสน่ห์ของการเดินอาร์ตแฟร์ไม่ใช่แค่การได้เห็นผลงานชื่อดัง แต่คือการได้พบกับผู้คนและแรงบันดาลใจใหม่ ๆ ที่ไม่เคยรู้มาก่อน สำหรับผู้ที่สนใจสามารถมาร่วมเปิดมุมมองใหม่ ๆ กับโลกศิลปะได้ที่ art bangkok 2026 The First Chapter ระหว่างวันที่ 7-11 ตุลาคม 2569 ที่ NEX Hall และ Art Jewel ชั้น 5 สยามพารากอน