
สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ผลักดันการเพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนของ SMEs ไทย ในเวทีหารือกับผู้อำนวยการใหญ่องค์การการค้าโลก (WTO) ชูแนวคิด SME Health Check ช่วยผู้ประกอบการประเมินความพร้อมทางธุรกิจและค้นหาแหล่งเงินทุนที่เหมาะสม ผ่านแพลตฟอร์ม FTI SME Funding Connect ซึ่งพัฒนาร่วมกับเครือข่ายสถาบันการเงิน 8 แห่ง มุ่งลดข้อจำกัดด้านเงินทุน เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และสร้างโอกาสให้ SMEs ไทยเติบโตในห่วงโซ่อุปทานโลก โดย WTO แสดงความสนใจและพร้อมหารือแนวทางความร่วมมือเพื่อสนับสนุนการเข้าถึงเงินทุนของ SMEs
ไทย
ล่าสุดเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2569 นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ส.อ.ท. เข้าร่วมหารือกับ Dr. Ngozi Okonjo-Iweala ผู้อำนวยการใหญ่องค์การการค้าโลก (World Trade Organization: WTO) ณ โรงแรมดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก โดยหนึ่งในประเด็นสำคัญที่ ส.อ.ท. นำเสนอ คือการเพิ่มโอกาสให้ SMEs เข้าถึงแหล่งเงินทุนและบริการสนับสนุนธุรกิจ (Access to Finance and Business Support) ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการไทยให้สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้
นายวีรชัย มั่นสินธร รองประธาน ส.อ.ท. และประธานสถาบันวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมอุตสาหกรรมการผลิต (SMI) กล่าวว่า "ปัญหาสำคัญของ SMEs ไทยไม่ใช่เพียงการขาดแคลนเงินทุน แต่ยังรวมถึงการขาดความพร้อมและข้อมูลที่จำเป็นในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ผู้ประกอบการบางรายมีศักยภาพในการดำเนินธุรกิจ แต่ยังไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้ เนื่องจากข้อจำกัดด้านข้อมูลทางการเงิน หลักประกัน หรือเงื่อนไขการพิจารณาของสถาบันการเงิน ขณะที่บางรายยังไม่ทราบว่าธุรกิจของตนเหมาะสมกับแหล่งเงินทุนหรือมาตรการสนับสนุนประเภทใด"
ส.อ.ท. จึงเดินหน้าพัฒนา FTI SME Funding Connect Platform ผ่านการดำเนินงานของสถาบัน SMI ร่วมกับเครือข่ายสถาบันการเงิน 8 แห่ง เพื่อเป็นช่องทางกลางในการเชื่อมโยงผู้ประกอบการ SMEs เข้ากับผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เหมาะสม โดยให้ความสำคัญกับเครื่องมือ SME Health Check ซึ่งช่วยให้ผู้ประกอบการประเมินความพร้อมของกิจการเบื้องต้น ทั้งด้านสถานะทางธุรกิจ ข้อมูลทางการเงิน และความต้องการเงินทุน เพื่อให้ SMEs เข้าใจศักยภาพและข้อจำกัดของตนเอง ก่อนเข้าสู่กระบวนการขอรับการสนับสนุนจากสถาบันการเงิน
"เราไม่ได้ต้องการเพียงสร้างช่องทางให้ SMEs ยื่นขอสินเชื่อได้สะดวกขึ้น แต่ต้องการให้ผู้ประกอบการรู้จักสถานะธุรกิจของตนเอง รู้ว่ามีความพร้อมมากน้อยเพียงใด และควรเตรียมตัวอย่างไรเพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงแหล่งทุน SME Health Check จึงเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการเชื่อมโยงข้อมูลความพร้อมของผู้ประกอบการ และโอกาสทางการเงินเข้าด้วยกัน" นายวีรชัยกล่าว
ทั้งนี้ แนวทางดังกล่าวจะช่วยลดปัญหาการเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่ไม่สอดคล้องกับความต้องการของธุรกิจ และเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการสามารถพิจารณาทางเลือกด้านเงินทุนได้อย่างเหมาะสมมากขึ้น โดยเฉพาะ SMEs ที่ต้องการเงินทุนหมุนเวียน ขยายกำลังการผลิต ปรับปรุงเครื่องจักร ลงทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมหรือพัฒนาศักยภาพเพื่อเข้าสู่ตลาดต่างประเทศ
ในระยะต่อไป ส.อ.ท. มีแนวทางขยายบทบาทของ FTI SME Funding Connect จากการเชื่อมโยงกับสถาบันการเงิน ไปสู่การเชื่อมโยงหน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานสนับสนุนเงินทุนในรูปแบบอื่น ๆ อาทิ เงินสนับสนุนการพัฒนาธุรกิจ การยกระดับผลิตภาพ การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม และการขยายตลาดเพื่อเพิ่มทางเลือกในการเข้าถึงมาตรการช่วยเหลือที่สอดคล้องกับศักยภาพและความต้องการของผู้ประกอบการแต่ละราย
ด้าน Dr. Ngozi Okonjo-Iweala ผู้อำนวยการใหญ่ WTO แสดงความสนใจต่อแนวทางการดำเนินงาน FTI SME Funding Connect และความพร้อมที่จะหารือรูปแบบความร่วมมือที่เหมาะสม เพื่อสนับสนุน SMEs ไทยในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนและยกระดับความสามารถในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของ WTO ที่ให้ความสำคัญกับการลดข้อจำกัดของผู้ประกอบการรายย่อยในการเข้าร่วมการค้าระหว่างประเทศ โดยเฉพาะการเข้าถึงเงินทุนเพื่อการค้า (Trade Finance) และการสนับสนุนให้ SMEs มีโอกาสเข้าถึงตลาดโลกมากขึ้น
นายวีรชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า "การเข้าถึงเงินทุนต้องเชื่อมโยงกับโอกาสในการพัฒนาธุรกิจและการขยายตลาด เพราะเมื่อ SMEs มีเงินทุนที่เหมาะสม ก็จะสามารถนำไปลงทุนเพิ่มผลิตภาพ พัฒนาสินค้า ยกระดับมาตรฐาน และขยายโอกาสทางการค้าได้ ส.อ.ท. จึงมองว่า FTI SME Funding Connect ไม่ใช่เพียงแพลตฟอร์มทางการเงิน แต่เป็นกลไกเชื่อมโยงความพร้อมของผู้ประกอบการกับโอกาสในการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว"
ส.อ.ท. เห็นว่า ความร่วมมือกับ WTO และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเป็นโอกาสสำคัญในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแนวปฏิบัติที่ดีจากต่างประเทศ โดยเฉพาะแนวทางการเตรียมความพร้อม SMEs ให้เข้าถึงบริการทางการเงิน การเชื่อมโยงข้อมูลและเครื่องมือสนับสนุนธุรกิจ ตลอดจนการพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการให้สามารถเข้าร่วมการค้าระหว่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ FTI SME Funding Connect อยู่ระหว่างการพัฒนาระบบและเตรียมความพร้อมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีแผนประกาศเปิดตัวเบื้องต้นในวันที่ 28 ตุลาคม 2569 เพื่อเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญของ ส.อ.ท. ในการลดข้อจำกัดด้านเงินทุน เสริมสร้างความเข้มแข็งให้ SMEs ภาคอุตสาหกรรมและสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยสามารถปรับตัว แข่งขัน และเติบโตในตลาดโลกได้อย่างยั่งยืน