จุลินทรีย์ EM สร้างสรรค์แก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม

ข่าวทั่วไป Tuesday December 27, 2011 14:01 —ThaiPR.net

กรุงเทพฯ--27 ธ.ค.--ดีซี คอนซัลแทนส์ฯ มหาอุทกภัยครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย สร้างความเสียหายมหาศาลเป็นวงกว้างทั้งแก่วิถีการดำเนินชีวิต ทรัพย์สิน รวมไปถึงสภาพแวดล้อม หนึ่งในพระเอกขี่ม้าขาวที่ได้รับการกล่าวขวัญอย่างมากในช่วงนี้เพราะมีบทบาทอย่างยิ่งในการฟื้นฟูเยียวยาสภาพแวดล้อม คงหนีไม่พ้น กลุ่มจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพ หรือที่เรารู้จักกันในนาม EM ซึ่งย่อมาจากคำว่า Effective Microorganisms ในงานเสวนา “จุลินทรีย์ EM กับการฟื้นฟู รักษาสิ่งแวดล้อม ป้องกันอุทกภัย” จัดโดยบริษัท เอ็มโร เอเชีย จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ EM ในประเทศไทย ซึ่งก่อตั้งโดย ศ.ดร.เทรูโอะ ฮิหงะ นักวิทยาศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญสาขาพืชสวน ผู้ค้นพบจุลินทรีย์ EM ก็ได้มีวิทยากรหลายท่านมาให้ความรู้เกี่ยวกับประโยชน์และการนำ EM มาประยุกต์ใช้ในการฟื้นฟูบ้านและสภาพแวดล้อมจากน้ำท่วม ให้ดีขึ้น ไม่มีสารเคมีตกค้าง รวมถึงการใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน พร้อมเตรียมรับมือกับอุทกภัยในอนาคต มร.โทรุ โคะโชจิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มโร เอเชีย จำกัด เผยว่า ปัจจุบันมากกว่า 150 ประเทศทั่วโลกมีการนำ EM มาใช้ในการฟื้นฟูเยียวยาสภาพแวดล้อม อาทิ เนเธอร์แลนด์ โปแลนด์ อินเดีย ไต้หวัน จีน มาเลเซีย พม่า เฮติ และญี่ปุ่นที่เพิ่งประสบเหตุแผ่นดินไหวและ สึนามิ EM ถูกนำมาใช้ในหลากหลายรูปแบบในการฟื้นฟูเมือง ทั้งการบำบัดน้ำเน่าเสีย ปรับสภาพดิน ขจัดกลิ่น ทำความสะอาดที่พักอาศัย รวมถึงยังมีการวิจัยร่วมกับสถาบันกัมมันตรังสีแห่งเบลารุส เรื่องการนำ EM มาใช้ในการลดผลกระทบจากรังสีในสิ่งมีชีวิตและพืชผลทางการเกษตร โดยเฉพาะที่จังหวัดฟุคุชิมะ สถานที่ตั้งโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ได้รับความเสียหายอย่างมาก เขายกตัวอย่างถึงปัญหาดินเค็มที่เกิดขึ้นจากการที่สึนามิได้พัดพาน้ำทะเลขึ้นมาบนผืนดินว่า โดยปกติต้องใช้เวลาถึง 3 ปีในการฟื้นฟู แต่คุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ (Anti-oxidation) ใน EM ทำให้การแก้ปัญหาดินเค็มมีประสิทธิภาพ ให้ผลผลิตมากขึ้นและต้นไม้งอกงามดี รวมถึงนำมาใช้ในการฟื้นฟูสภาพน้ำทะเลที่มีขยะเป็นจำนวนมาก ด้านพลตรี จุลเดช จิตถวิล หัวหน้าศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค ๔ ส่วนหน้า ก็ได้รับรองถึงประสิทธิภาพการใช้งานของ EM ว่า เป็นวิธีการฟื้นฟูและเยียวยาความเสียหายจากภัยพิบัติด้วยวิถีธรรมชาติ ซึ่งปลอดภัยต่อสุขภาพ ไม่มีสารพิษตกค้าง ซึ่งทางรัฐบาลไทยเองมีการนำมาใช้และให้การอบรมแก่ชาวบ้านมามากกว่าสิบปีแล้วในหลายภูมิภาค โดยนำไปใช้ได้ทั้งทางการเพาะปลูก เลี้ยงสัตว์ ประมง และการใช้งานทั่วไปในครัวเรือน ล่าสุดคือ การออกพื้นที่นำ EM แก้ปัญหาน้ำเน่าเสียฟื้นฟูบ้านเรือนและสถานที่ต่างๆ ที่ถูกท่วมขังเป็นเวลานาน และตั้งศูนย์ผลิตแจกจ่าย EM แก่ประชาชนที่ประสบภัยใน ๕ จังหวัด นางสาววรนุช จิตธรรมสถาพร อดีตรองผู้ว่าการ การเคหะแห่งชาติ กล่าวเสริมว่า ในส่วนของที่การเคหะฯ ได้มีโครงการบำบัดน้ำเสียแก่ชุมชนด้วยจุลินทรีย์ EM เป็นจำนวนมาก รวมถึงการบำบัดบ่อขยะที่เน่าเสียมากจากปัญหาน้ำท่วมในครั้งนี้ ซึ่งช่วยให้รัฐบาลสามารถประหยัดเวลาและงบประมาณในการแก้ปัญหาได้ นางสาววรนุชอธิบายว่า จุลินทรีย์ EM ที่นำมาใช้กันนั้นมีทั้งแบบน้ำและแบบก้อน สามารถใช้ได้ทั้งกับน้ำจืดและน้ำเค็ม แต่สิ่งสำคัญคือการเลือกใช้คัดเลือกสายพันธุ์จุลินทรีย์ที่นำมาใช้มาหมัก บางสูตรที่หมักจากขยะอาจให้ผลไม่ดีนัก จากประสบการณ์ในการทำงานออกพื้นที่บำบัดน้ำเสีย EM ที่ดีจะเห็นผลทันที คือน้ำใสขึ้น ไม่มีกลิ่น ภายใน 1 ชม. ขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำเสีย ในภาวะที่หลายพื้นที่นำเริ่มลดกันแล้ว จุลินทรีย์ EM ยังมีคุณประโยชน์อื่นๆ ที่ทุกคนสามารถนำมาใช้ได้ในชีวิตประจำวันมากมาย อาทิ ขจัดคราบ ทำความสะอาดอาคารสถานที่พักอาศัยซึ่งสามารถขจัดสปอร์เชื้อราได้ผลดีเยี่ยม ล้างผักผลไม้ ดับกลิ่นไม่พึงประสงค์ทั้งในท่อระบายน้ำ ถังขยะ ห้องน้ำ แก้ปัญหาท่อตัน อาบน้ำสัตว์เลี้ยงแก้ปัญหากลิ่นตัวและโรคผิวหนัง เป็นต้น การดูแลสภาพแวดล้อมเป็นสิ่งสำคัญในการต่อสู้กับปัญหาน้ำท่วมขังจากการหมักหมมของขยะมูลฝอยและสิ่งปฏิกูล ซึ่งเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรคก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพอนามัย และจะส่งผลต่อเนื่องถึงระบบนิเวศน์โดยรวมต่อไปหากน้ำเน่าเสียจากทุกบ้านเรือนไหลลงสู่ทะเล จุลินทรีย์ EM จึงนับได้ว่าเป็นทางออกที่นับว่ามีประสิทธิภาพ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หาได้ง่าย และราคาไม่แพงในช่วงเวลาวิกฤตเช่นนี้ บริษัท ดีซี คอนซัลแทนส์ แอนด์ มาร์เก็ตติ้ง คอมมูนิเคชั่นส์ จำกัด คุณรัชฎา ปสันตา โทร. 0-2610-2352 คุณวราภรณ์ อุดมไพศาล โทร.0-2610-2372

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ