กองทัพเรือ เตือน โรคติดขนมจนลืมอาหารหลัก

ข่าวทั่วไป Monday May 10, 2004 15:38 —ThaiPR.net

กรุงเทพฯ--10 พ.ค.--สำนักงานเลขานุการกองทัพเรือ
ขนมเป็นของคู่กับเด็กและอยู่ในวิถีชีวิตของคนทุกเพศทุกวัยตามวาระต่าง ๆ ในชีวิต เช่น งานวันเกิดในแบบฉบับวิถีไทย ๆ จะมีการทำบุญตักบาตรและปรุงขนมไทย ๆ นำมาเลี่ยงแขกเหรื่อ แต่ในปัจจุบันขนมเค้กและขนมรูปแบบจากวัฒนธรรมตะวันตกเข้ามาแทนที่
ในโลกยุคปัจจุบันที่มีความก้าวหน้ามาก การพัฒนาด้านอุตสาหกรรมทำให้เกิดธุรกิจด้านขนมขึ้น ทั้งนี้บรรดาพ่อค้าทั้งหลายจับจุดที่ความอร่อย รสชาติต่าง ๆ ซึ่งเป็นการสนองความต้องการของเด็ก เป็นช่องทางในการทำธุรกิจ เนื่องจากเด็กย่อมเป็นศูนย์กลางความรักของผู้ใหญ่ ซึ่งขนมยอดฮิตในปัจจุบันกลายเป็นขนมที่บรรจุมาในถุงฟอยล์อย่างดี รูปลักษณ์ล่อตาล่อใจ รสชาติสารพัดรูปแบบ ซึ่งแต่งกลิ่นสีสังเคราะห์ทั้งสิ้น ซึ่งสารเหล่านี้ไม่มีคุณค่าต่อร่างกายแต่อย่างใด รวมทั้งหากได้รับในปริมาณที่มากเกินไปอาจจะทำให้เกิดโทษต่อร่างกายได้
ขนมไทยเราแต่เดิมจะใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติมาทำเป็นขนม ดังนั้นคุณสมบัติหลายประการ ของผลผลิตตามธรรมชาติก็จะยังคงมีอยู่มาก เช่น กากใยอาหารในผักและผลไม้ที่นำมาใช้ทำขนมยังคงสภาพอยู่ ซึ่งกากใยเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายในขณะที่ขนมรูปลักษณ์ใหม่ ๆ ตามกระแสนั้น มักจะเป็นขนมที่ผ่านกระบวนการย่อยสลายหลายขั้นตอนมาก ซึ่งแป้งที่ใช้ทำขนมส่วนใหญ่จะเป็นแป้งฟอกขาวที่มีสารเคมีมากมายเข้าไปเป็นส่วนผสม รวมทั้งขนมที่ประกอบไปด้วยแป้งและน้ำตาลเหล่านี้สามารถย่อยสลายได้ทันทีภายหลังจากรับประทานเข้าไป ซึ่งจะเกิดกรดและทำให้ฟันผุได้ และเพราะความที่มีกากใยน้อยก็จะมีผลข้างเคียงทำให้เกิดอาการท้องผูก ดังนั้นควรต้องมีการควบคุมการรับประทานขนมในเด็ก แต่การห้ามมิให้เด็กรับประทานขนมย่อมเป็นไปไม่ได้แต่ที่เป็นไปได้คือการจัดวินัยในการรับประทานขนมให้กับเด็กรวมทั้งสอนวิธีการรับประทานขนมให้ถูกต้องเพราะการฝึกวินัยการรับประทานขนมจะเป็นปัจจัยหลักที่จะทำให้เด็กสามารถรับประทานขนมได้อย่างมีความสุข--จบ--
-นท-

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ