บทสัมภาษณ์ “ก้องเกียรติ โขมศิริ” ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่อง “อันธพาล”

ข่าวบันเทิง ThaiPR.net -- พฤหัสบดีที่ 7 มิถุนายน 2555 22:03:21 น.
กรุงเทพฯ--7 มิ.ย.--สหมงคลฟิล์ม

“ก้องเกียรติ โขมศิริ หรือ โขม” จบการศึกษาจากคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ มีความสามารถทั้งเป็นนักเขียนบท และผู้กำกับ โดยเริ่มเขียนบทภาพยนตร์เรื่องแรกคือ บางระจัน ก่อนที่จะมีผลงานด้านเขียนบทภาพยนตร์มากมาย อาทิ องค์บาก, ขุนแผน, 7 ประจัญบาน 1 และ 2, ขุนศึก, เปนชู้กับผี ฯลฯ หลังจากนั้นเริ่มหันหน้ามากำกับภาพยนตร์ พร้อมทั้งเขียนบทด้วยตัวเอง กับเรื่อง “ลองของ” และมีผลงานกำกับภาพยนตร์ เช่น ไชยา, เฉือน, หลุดสี่หลุด(ตอน ร้านของขวัญเพื่อคนที่คุณเกลียด) ด้วยความสามารถและฝีมือคุณภาพ ก้องเกียรติ คว้ารางวัลผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม จากงานรางวัลภาพยนตร์แห่งชาติ สุพรรณหงส์ ครั้งที่ 19 (ปี 2552)

และล่าสุด “ก้องเกียรติ โขมศิริ” กำลังจะมีอีกหนึ่งผลงานระดับคุณภาพ ที่ทั้งเขียนบทเอง กำกับเอง กับภาพยนตร์เรื่อง “อันธพาล” แนวแอ็คชั่น-ดราม่า ที่เตรียมจะเข้าฉายเดือนมิถุนายน2555 นี้

จุดเริ่มต้นโลกของ “อันธพาล” เวอร์ชั่น ก้องเกียรติ โขมศิริ

โดยจุดเริ่มต้น เราอยากทำหนัง Gangster ในรูปแบบหนัง Thai Gangster ที่ว่าด้วยเรื่องของอิทธิพลมาเฟียในประเทศไทย โดยแรงบันดาลใจอันดับแรกคือ เราจะนำเสนอเรื่องของแก๊งอันธพาลในแง่มุมไหนดี เราไม่ได้พูดถึงในแง่ประวัติศาสตร์ หรือความเป็นฮีโร่ เชิดหน้าชูหน้าตา โดยสำหรับหนังเรื่องนี้เราเลือกที่จะนำเสนอแง่มุมความเป็นมนุษย์ ความเป็นมิติของตัวละครในทุกๆด้าน ว่าอันธพาลก็เป็นคนเหมือนกับพวกเรานี่แหละ มีสุข เศร้า เหงา มีความเป็นครอบครัว มีรักกัน มีโกรธกัน มีมิติความเป็นคนทุกอย่าง การจะเอาปืนไปยิงคน หรือมีดแทงคน มันมีความกลัว และอะไรก็เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา คุณเป็นอันธพาลใหญ่ระดับบิ๊ก แต่ก็สามารถเดินไปเหยียบแก้วตำเท้าได้ เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้กับมนุษย์ทุกคน นั่นคือไอเดียแรกที่อยากจะทำเรื่องเกี่ยวกับอันธพาลแบบครบมิติที่สุด ภายใต้หนังแนวแอ็คชั่น

ประเด็นต่อไปที่อยากจะเล่าก็คือ เราจะเลือกเล่าในยุคสมัยไหน และสิ่งที่เราคำนึงถึงตลอดเวลาก็คือ การเปลี่ยนแปลง เราจึงเลือกช่วงยุคสมัยที่มีการเปลี่ยนแปลง นั่นก็คือ ยุคพีคสุดของร็อคแอนด์โรล ยุคพีคสุดของเอลวิส, เจมส์ดีน พีคสุดของอันธพาลรุ่นใหญ่ๆ รุ่นแดง รุ่นจ๊อด พอหลังจากนั้นจุดเปลี่ยนสำคัญ เกิดการปฏิวัติโดยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เกิดการปราบโจรครั้งใหญ่ จากไอดอลที่เป็นต้นแบบฮีโร่เด็กวัยรุ่นในยุคนั้นทุกคนโดนจับติดคุกหมด

อันธพาล กับการเลือกช่วงยุคสมัยมาถ่ายทอดสู่บทภาพยนตร์

สมัยของยุคร็อคแอนด์โรลมันเทิร์นเข้าสู่ยุคบุปผาชน ยุคของฮิปปี้ ยุคของยา ความรุนแรงหลายอย่าง ยุคของการเปลี่ยนแปลงที่ถูกบันทึกประวัติศาสตร์ความรุนแรงในประเทศไทย ที่มาพร้อมกับแฟชั่น วัฒนธรรม ทุกอย่างกำลังถูกเปลี่ยน แม้กระทั่งนักเลงรุ่นเก่าที่มีความเป็นนักเลง ต่อสู้ด้วยการมัดมือแล้วเอามีดแทงวัดใจกัน แบบใจกับใจ ตัวต่อตัว ก้าวเข้าสู่เจนเนอเรชั่นใหม่ ที่เลือกหยิบปืนยิงกันเพราะมันเร็วกว่า ไอเดียหลักๆว่าด้วยของจุดเปลี่ยน ความรุนแรงของกลุ่มอิทธิพลในประเทศนี้ ซึ่งมันมีผลแวดล้อมทั้งกับตัวละครที่โลดแล่นอยู่ในนั้น และก็คนที่อยู่ในประเทศทุกวันนี้ที่ได้เคยรับความรู้สึกนั้น

หนังเดินทางไปจบที่ยุคบุฟผาชน ช่วงที่มีเจนเนอเรชั่นใหม่ขึ้นมา ที่ว่าด้วยเรื่องของเด็กวัยรุ่น 2 คน ที่มีจ๊อด กับ แดง เป็นไอดอลนักเลงในดวงใจ ในขณะที่รุ่นเก่ากำลังเบื่อการตีรันฟันแทง เริ่มเรียนรู้สัจธรรม แต่รุ่นใหม่ เจนเนอเรชั่นใหม่มาพร้อมกับความห้าวเต็มรูปแบบ มีปืน มีการฆ่ากันได้ง่ายมากขึ้น กลายเป็นความขัดแย้งของคน 2 ยุค

ขั้นตอนการเตรียมงานสร้างสู่รูปแบบ อันธพาล ครบมิติในครั้งนี้

ในแง่ความเป็นข้อมูลถือว่าหนัก เราใช้คำว่าเราเลาะตะเข็บของจริง เราไม่ได้พูดว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นในหนังเรื่องนี้เป็นเรื่องจริงๆ เพียงแต่การจะทำอะไรได้เราต้องรู้เรื่องจริงเท่าที่ข้อมูลเอื้อให้เรารู้ได้มากที่สุด ก่อนจะทำตั้งแต่เขียนบท การรีเสิร์ทข้อมูลอย่างหนักสำคัญ เวลาเราให้ทีมรีเสิร์ท หรือตัวเราเองหาข้อมูล เราไม่ได้อยากหาว่าเขาเป็นใครทำอะไร ที่ไหน อย่างไร เราอยากหาอย่างที่หนังจะนำเสนอ มิติของเขาเป็นอย่างไร เขาคิดอะไร อย่างไร เพราะฉะนั้นการเข้าไปหาคนพวกนี้ บางคนก็ไม่ได้อยู่ให้เราไปสัมภาษณ์ ข้อมูลมาเป็นตัวหนังสือมาจากคนนู้นคนนี้เขียนใส่ไข่เข้าไปไม่รู้อันไหนจริงอันไหนปลอม เราต้องเลือกสักข้อมูลนึงที่มันเอื้อกับการเล่าเรื่องของเราที่สุด มันมีข้อมูลเป็นสิบข้อมูล บางข้อมูลก็ขัดแย้งกันอยู่ เอาแค่เรื่องการเสียชีวิตของแดง มีกันหลายแบบมาก พูดกันไป 7-8 แบบ แต่เราก็เลือกสักอย่างนึง พอข้อมูลมันกองตรงหน้าเยอะมากเราจะทำอย่างไรที่จะอัดอยู่ในหนังเพียง 2 ชม. คำแรกที่เราถามเลยคือ หนึ่งคนดู ดูแล้วจะได้อะไร หนังเรื่องนี้ไม่ใช่บันทึกสารคดี บันทึกประวัติศาสตร์ทั้งหมด แต่ในขณะเดียวกันมันก็ไม่ใช่เรื่องแต่งที่ไม่จริง มันเดินคู่เป็นการผสมผสานทั้งเรื่องจริงและเรื่องไม่จริง

แท็คทีมร่วมกับทีมงานคุณภาพ เพื่อการดีไซน์ และสร้างสรรโลกแห่ง “อันธพาล”

ในส่วนของงานออกแบบงานสร้าง ทีมหลักยังเป็นคุณธนะ เมฆาอัมพุท เป็นโปรดักชั่นดีไซน์ เราร่วมงานกันมาตั้งแต่ภาพยนตร์เรื่อง ไชยา, เฉือน ตั้งแต่หนังก่อนๆแล้ว ซึ่งเราคุยกันว่ามันต้องรู้สึกจริง แต่ในความจริงมันต้องเท่ด้วย เป็นโจทย์แรกที่คิดกัน คือ เข็มมันไปทางเรียลลิสติกสูง แต่ในขณะเดียวกันมันก็ไม่ใช่จริงจนเกินไป หนังต้องมีความน่าสนใจ หนังต้องมีเสน่ห์ ด้วยยุคสมัยมันเอื้อให้เราเยอะ เอื้อในงานศิลปกรรมที่ถูกนำมาเล่นเยอะมาก เพราะว่ายุคนั้นเป็นยุคของแฟชั่น จุดเด่นเป็นเรื่องของแฟชั่น ของเสื้อผ้าหน้าผม ซึ่งมันไม่ธรรมดาอยู่แล้ว มันมีสีสัน มันมีความสนุกอยู่ในนั้นเยอะมาก เพียงแต่ทีมออกแบบต้องบาลานซ์อย่างไรไม่ให้ออกมาดูโอเว่อร์ และสามารถจับต้องได้ด้วย จับต้องได้ว่าเป็นคนไทยคนนึงในสมัยนั้น ที่ทำแบบนี้ นี่คือคีย์หลัก หรือบางอย่างเราใส่ความต้องการส่วนตัว ก็อาจจะทำให้เดือดร้อนกันบ้าง คือเราอยากเห็นรถรางเพราะเรารู้สึกว่าเราไม่เคยเห็นรถรางในหนังเลย เด็กสมัยนี้ก็คงไม่เคยเห็นรถราง สมัยก่อนในกรุงเทพจะมีรถรางวิ่งไปมา ในหนังเรื่องนี้แหละจะได้เห็นกันครับ

ทีมงานโลเกชั่น เนื่องจากการถ่ายทำเราไม่ได้เซ็ตสตูดิโอใหญ่ๆขึ้นมาทั้งหมด และทุกอย่างมันจะเป็นพีเรียดหมด มันก็ตีกรอบเข้ามาว่ายาก เราหากันมาก็หลายที่และทิ้งไปก็หลายสถานที่ครับ เพราะโลเกชั่นไม่ใช่ว่าเห็นแล้วสมบูรณ์พร้อมถ่าย เอากล้องตั้ง ตัวละครวางเริ่มถ่ายกันได้เลย แต่เราต้องเห็นโครงก่อน เราจะใช้ถนนเส้นนี้แหละ แล้วนอกเหนือจากนั้นเราจะทำอะไรได้บ้าง ยิ่งเดี๋ยวนี้บ้านเมืองเปลี่ยนไป ภาพของพลับพลาไชย หัวลำโพง เยาวราช มันเปลี่ยนไป และไม่เหลือเค้าโครงเดิมแล้ว ทำให้ฉากย่านถนนเยาวราช เราจึงต้องหาสถานที่ในการถ่ายทำที่ใกล้เคียงเยาวราชมากที่สุด ทีมงานโลเกชั่นก็เลือกใช้ถนนที่เมืองกาญจนบุรี แล้วเราก็ต้องม็อคอัพฉากนั้นขึ้นมาใหม่ทั้งหมด เซ็ตฉากให้มีความเหมือนถนนเยาวราช เหนื่อยครับแต่สนุก

ทีมงานออกแบบเครื่องแต่งกาย ยังคงเป็นทีมงานเดิมที่เราเคยร่วมงานกันมา คุณโก้ ชาติชาย ซึ่งเราจะรู้ทางกันเป็นอย่างดี ทีมของคุณโก้จะรู้ว่าผมชอบสไตล์การผสมกันระหว่างความเป็นจริง กับความเป็นแฟนตาซีที่ลงตัวกันอย่างกลมกลืน แล้วคุณโก้ก็ดีไซน์ชุดเครื่องแต่งกายในหนังเรื่องนี้ได้อย่างดีครับ ตอนแรกที่เห็นคิดว่าชุดแบบนี้ใครจะกล้าแต่งเดินออกมาบนถนน โดนขำตายแน่ๆ ตอนนักแสดงแต่งออกมายืนเรายังรู้สึกว่า จริงเหรอว่ะ! ก็แอบเถียงกันนั่งขำกัน แต่พอนักแสดงทุกคนมายืนรวมตัวกัน แล้วเราเริ่มถ่าย เฮ้ย!มันใช่เลย จริงว่ะ มันดูเท่มากครับ ต้องบอกว่าเวลาที่เราทำหนังสไตล์แบบนี้ เราห้ามเอาความคิดของคนยุคนี้ใส่เข้าไปเลยนะ แต่เราต้องกระโดดเข้าไปเป็นคนยุคนั้นแทนครับ การทำหนังอันธพาลเรื่องนี้มันสนุกตรงที่ทุกอย่างพอประกอบร่างเข้าด้วยกัน แล้วเรารู้สึกเหมือนเรานั่งอยู่ในยุคร็อคแอนด์โรลจริงๆ สไตล์การแต่งตัวไม่ได้แค่แฟชั่น แต่คนสมัยนั้นพวกเขาแต่งกันเอาตายนะครับ ผมว่าคงไม่ต่างกับยุคปัจจุบันที่นิยมทำสีผมกันจนรู้สึกว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดามากๆ คนสมัยนั้นเขาก็อัดครีมทาผมกันแบบเต็มเหนี่ยวครับ

การเลือกนักแสดงนำคุณภาพ เพื่อสวมบทบาท “อันธพาลดาวดัง”

เรื่องคาแร็คเตอร์นักแสดงแต่ละคนก็ยากอยู่เหมือนกัน อย่างตัวละครหลัก จ๊อด เป็นคนเงียบๆแต่ใจร้อน เป็นคนพูดน้อยต่อยหนัก ไม่ค่อยพูด เป็นคนจริง สุขุม พูดจาดี สุภาพ แต่คนคนนี้สามารถลุกขึ้นมาแทงคุณโดยคุณไม่รู้ตัว เราเลือกพี่น้อย กฤษดา ซึ่งพี่น้อยมีเคมีนี้อยู่ 100% เขาเป็นคนเงียบๆดูเหมือนจะไม่มีพลังอะไรมาก แต่ทุกครั้งเราก็เห็นบทบาทการเป็นนักร้อง ทุกครั้งที่พี่น้อยร้องเพลงหรือ Performance (การแสดง) ใดๆเขาเป็นคนแบบนี้ เขาเป็นคนนิ่งๆที่สามารถเปลี่ยนแปลงร่างไปเป็นอีกคนที่มี Energy สูงมากพลังสูงมากโดยที่เรารู้สึกว่า คนนี้คือคนเดียวกันหรอ เป็นอีกมิติที่เหมาะกับตัวจ๊อด เพราะจ๊อดเป็นแบบนี้ อย่างพี่น้อยเวลามาเข้าฉาก หรือไม่ได้เข้าฉาก เพียงแค่เดินเข้ามาในกองทุกคนรู้ว่านี่ผู้ชายที่ชื่อ จ๊อด พี่น้อยเป็นจ๊อดตั้งแต่เข้ากองถ่ายจนกลับบ้าน ทีมงานทุกคนเชื่อ เพราะฉะนั้นมิติของจ๊อดจะชัดและเป็นเสาหลักของหนังเรื่องนี้ด้วยครับ

ในขณะเดียวกันคาแร็คเตอร์ของ แดง ต้องมีลักษณะเป็นไอดอล ความเป็นไอดอลของคนยุค ยุคนึงซึ่งมีวันจะร้างลาแล้วก็อ่อนตัวลง บทบาทของแดงในเรื่องคือ แดงที่เป็นต้นแบบของนักเลงทุกคน เราเลือกพี่เต๋า สมชาย เพื่อมารับบทนี้ ซึ่งพี่เต๋าน่าจะอินกับ Position นี้ ที่วันนึงเค้าเคยเป็นเต๋า สมชาย แล้ววันนี้เขาก็ยังเป็นเต๋า สมชาย และยังมีศักยภาพเล่นหนังที่น่าสนใจอยู่ คนที่เป็นซุปเปอร์สตาร์ จะจำความรู้สึกของซุปเปอร์สตาร์ได้อย่างดี เพราะฉะนั้นมันคือความรู้สึกเดียวกันของแดง ตามข้อมูลจากการรีเสิร์ทชัดเจนอย่างมาก ว่าแดงเดินไปที่ไหนมีแต่คนกรี๊ด สาวกรี๊ด เท่ เกเร คือเราไม่ได้บอกว่าเต๋าเกเรนะ(หัวเราะ) เพียงแต่บอกว่าในความรู้สึกของเต๋าเหมาะที่สุดกับคาแร็คเตอร์นี้ครับ

พร้อมคัดเลือกนักแสดงหน้าใหม่ สวมบทอันธพาลรุ่นน้อง ปะทะ อันธพาลรุ่นเก๋า

สำหรับคาแร็คเตอร์ของ ธง กับ เปี๊ยก เราตั้งใจวางตัวละคร 2 คนนี้เป็นตัวแทนของคนรุ่นใหม่ ของคนปัจจุบัน ที่จะนำพาคนดูในปัจจุบันเข้าไปมองโลกวันนั้น เราจึงต้องคัดเลือกเด็กรุ่นใหม่มาเป็นตัวแทน ภาพแรกตอนเขียนบทเราคิดไว้คือ ตัวโย่งตัวนึง ตัวซื่อๆตัวนึง ซึ่งมันต้องดูเป็นเพื่อนรักกันโดยไม่รู้สึกเกย์ รู้สึกเป็นเพื่อนผู้ชายเกเรๆ ไล่เตะตูดกัน โดยคาแร็คเตอร์ของ 2 คนนี้น่าสนใจ โดยเรื่องทั้งเรื่องจะดำเนินด้วยจ๊อด บวกกับนักแสดง 2 คน ที่เป็นอีกเจนเนอเรชั่นใหม่ ซึ่งเราเลือกคุณคริน สาครินทร์ กับคุณบิ๊ก กฤษฎา เด็ก 2 คนนี้มีความน่าสนใจมาก มีคาแร็คเตอร์แบบกวนๆ ในขณะเดียวกันก็มีชีวิตชีวาบางอย่างอยู่ข้างใน และมีความเป็นกบฏอยู่เยอะ คือคนพวกนี้หนึ่งอย่างที่เราเลือกมาส่วนใหญ่ที่เราเลือกจะมีความเป็นขุมพลังอยู่ลึกๆคือ ความกบฏ เพราะการจะเป็นอันธพาลการเป็นนักเลง เชื่อสิ มันไม่ใช่คนหัวเรียบหรอก จะมีความกบฏอยู่ในใจ

สร้างสีสันแห่งโลกอันธพาล โดยเหล่านักแสดงมืออาชีพคับคั่งแห่งวงการบันเทิง

อย่างตัวละคร โอวตี่ นับว่าเป็นมิติสำคัญกับเรื่องมากๆ บทบาทของ โอวตี่ รับบทโดยคุณแฟรงค์ ภคชนก์ ก่อนหน้านี้เราก็รู้จักเ และเคยทำงานร่วมกันมาบ่อย ก็ได้คุยกันมาหลายที เลยบอกแฟรงค์ว่ามีบทอันนึงสนใจ อ่านไหม แต่ว่าเราจะขอเปลี่ยนแฟรงค์เลยนะ แฟรงค์มีศักยภาพด้านการแสดงสูงมาก ซึ่งบทบาทพิธีกรเป็นบทบาทนึงในชีวิตของเขา เราเองเคยเห็นแล้วว่าแฟรงค์มีศักยภาพทางการแสดงสูงมาก เราต้องทำยังไงไม่ให้คนดูติดภาพ แฟรงค์ เดอะสตาร์ ถ้าเราเห็นแฟรงค์ในคราบของโอวตี่ในอันธพาล ก็จะเปลี่ยนภาพเป็นอีกคนไปเลย จะมีความดิบกร้านขึ้น แต่บางอย่างที่เป็นข้อดีของแฟรงค์เราก็ยังเก็บไว้คือความเป็นคนอารมณ์ดี เป็นตัวละครที่มีมิติมากที่สามารถฆ่าคนได้โดยอารมณ์ดี โอวตี่เป็นนักฆ่าที่หัวเราะไปฆ่าไปได้อย่างสบายใจ แฟรงค์เอามิติตรงนี้ออกมาแสดงซึ่งทำได้ดีเชียว ตอนแรกก็ห่วงว่าแฟรงค์กับพี่น้อยเข้าฉากด้วยกันแล้วจะเป็นอย่างไร แต่เขา 2 คนจูนกันติด ทำให้แสดงแล้วออกมาดูดีเลยครับ

หลักๆแล้วเราพยายามเน้นเรื่องการแสดง ที่ไม่ใช่การแสดงโพสต์ความเท่ หล่อ หรือว่าพยามทำตัวเท่ๆ เดินเท่ๆ เราพยามให้มีความเป็นมนุษย์มากที่สุด ฉะนั้นในเนื้อแท้ของตัวละครแต่ละตัวเราจะบรีฟนักแสดง และเลือกนักแสดงให้มีมิติไม่มากก็น้อย การโผล่มาบางทีมันไม่ได้มี Story ในหนังหรอก แต่คนดูจะรู้สึกได้ว่ามีมิติอยู่ ตัวละครจะกลมมันมีที่มาที่ไป อย่างตัวเล็กตัวน้อยในเรื่อง ตัวละคร ทุย(ไชยศุภกิต ผลพิมาย), น้าหำ ที่ได้อาจารย์สืบ(บุญส่ง นาคภู่) ซึ่งเป็นอาจารย์สอนการแสดงฝีมือเอก มาเล่นให้ ทำให้ตัวละครตัวนี้ดีขึ้นเยอะมากเลย หรือแม้กระทั่งตัวน้องตรี(นันทรัตน์ ชาวราษฎร์) ที่มาเล่นเป็นดอกไม้ดอกเดียวในหนังเรื่องนี้ ก็ทำได้ดี และก็รับเชิญจะมี สน เดอะสตาร์ ซึ่งมันมีสนธิสัญญาบางอย่างระหว่างเรากับสนว่า มีเราก็จะมีสนอยู่ในหนังเรา รับเชิญมากบ้าง น้อยบ้าง ว่ากันไป สนไม่ได้มาแสดงศักยภาพ เรารู้อยู่แล้วว่าศักยภาพของสนมีมากมายอยู่แล้ว แต่คราวนี้หนังเรื่องนี้รับเชิญมาแก้คิดถึง สนยังบ่นว่าทำไมมาน้อยจัง(หัวเราะ) หรือแม้แต่นักแสดงรุ่นใหญ่ พี่จิ๊บ วสุ กับบทสารวัตคำนึง และพี่อ๊อฟ พงษ์พัฒน์ ที่รับเชิญมาในบท เฮียเซ้ง ซึ่งมาร่วมสร้างสีสันในหนังเรื่องนี้

เรื่องย่อ อันธพาล

หนังเริ่มต้นที่อันธพาลยุค แดง ขึ้นสู่จุดสูงสุดของชีวิตของการเป็นอันธพาล โด่งดังไปทั่วราชอาณาจักร ภายใต้ความโด่งดังได้ไม่กี่วัน เกิดการปฏิวัติภายในประเทศ เกิดกฎหมายซ่องโจรขึ้น โดยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เป็นผู้ประกาศ ก็เกิดการปราบปรามครั้งใหญ่ จากไอดอลเพียงไม่กี่วันก็กลายเป็นผู้ร้ายหนีคุก โดนจับติดคุกกันต่างๆนานา 4 ปีผ่านไปคนพวกนี้ออกมาจากคุก โลกมันมีการเปลี่ยนแปลง เจนเนอร์เรชั่นของอันธพาลรุ่นใหม่ก้าวเท้าทับกันขึ้นมา แล้วทีนี้เขาจะอยู่บนโลกนี้ได้อย่างไร หรืออันธพาลรุ่นใหม่จะได้เรียนรู้โลกของรุ่นเก่าแบบไหน ตัวละครทุกคนที่โลดแล้นอยู่ในหนังเรื่องนี้ จะเดินทางข้ามการเปลี่ยนแปลงไปได้ไหมโดยเฉพาะสิ่งที่ตัวตนเป็นอยู่แต่โลกไม่เคยหยุด อำนาจมันยังหมุนทำหน้าที่ของมันต่อไป

อันธพาล จัดเป็นภาพยนตร์แนวไหน

แอ็คชั่น-ดราม่า มีเนื้อความเป็นแอ็คชั่น แล้วก็ดราม่าอยู่ เพียงแต่ว่าคงไม่ใช่ดราม่าบีบเค้นน้ำตา ถ้าถามว่าจะจัดชองค์ให้มันจะเรียกว่ามันเป็น ไทยGangster อยากจะทำหนังมาเฟียไทยๆ ที่มันเหมือนเราเคยรู้สึกกับ ก๊อดฟาเธอร์(The Godfather), Goodfellas หรือแม้กระทั่ง Infernal Affairs ที่เรารู้สึกว่า เฮ้ย!ทำไมมันดูเป็นมาเฟียร์อิตาลีจังว่ะ มาเฟียฮ่องกงจังว่ะ อันธพาลก็จะเป็นสไตล์มาเฟียไทยๆที่มีกลิ่นรสชาติไทยๆ ครับ

แอ็คชั่น บู้ระห่ำ สไตล์ของ “โขม ก้องเกียรติ” เป็นอย่างไร

หลายคนชอบพูดกันว่าทำไมหนังแอ็คชั่นไม่มีเรื่อง ทำไมหนังแอ็คชั่นเอาแต่แอ็คชั่นอย่างเดียวไม่เห็นมีเรื่องราว เราก็พยามจะทำในจุดนั้นคือ พยายามทำหนังแอ็คชั่นเรื่องหนึ่งที่มันมีมิติของตัวละคร มีเรื่องราวของมัน มีความเป็นหนังเราจะเรียกว่าดราม่าหรือเปล่าไม่รู้นะ แต่มิติของตัวละคร ไม่ใช่แค่การแอ็คชั่นกันอย่างเดียว สัดส่วนมันพอๆกัน เรื่องที่เราต้องซีเรียสเลยคือ การยิงกันมันต้องสนุก บทหรือแอ็คชั่นก็ต้องสนุก แต่ในขณะเดียวกันความสนุกนั้นมันต้องรู้จักตัวละครด้วย

ตัวอย่างฉากแอ็คชั่นไฮไลท์สุดเจ๋ง

ยกตัวอย่างฉากแอ็คชั่นอย่างฉากดวลมีดระหว่างจ๊อด กับเฮียเซ้ง รับเชิญโดย คุณอ๊อฟ พงษ์พัฒน์สมัยก่อนการดวลมีด ถือว่าเป็นการให้เกียรติกันมาก มีการมัดมือกัน ห่างกันเมตรนึง แล้วดวลมีดกันตัวต่อตัว สำหรับฉากนี้เราถ่ายกัน 3 ครั้ง โดยวันแรกระหว่างถ่าย เกิดฝนตกก็ถ่ายต่อไม่ได้ จึงต้องถ่ายใหม่ ฉากนี้เวลามองมันเหมือนจะง่ายถ่ายกันแค่ 2 คน แล้ววิธีการมัดมือระยะห่างกันแค่นี้ จะถ่ายทอดหรือทำยังไงให้มันดูสนุก ดูน่ากลัว จึงต้องทำการบ้านกับเรื่องช็อตเยอะพอสมควร

หรือฉากแอ็คชั่นใหญ่สุด ของ 2 แก๊งอันธพาลถล่มกัน เป็นแอ็คชั่นเต็มรูปแบบ มันเหมือนสงครามกลางเมืองย่อยๆเลย ภาพที่ออกมามันต้องเหมือนคนดูเข้าไปอยู่ในท่ามกลางคนยิงกันจริงๆ มันอาจจะไม่ประดิษฐ์ มันจะดิบๆแต่จะทำยังไงให้คนดูเข้าไปตกอยู่ท่ามกลางของแก๊งเหมือนยิงข้ามหัวคุณไปมา ก็พยายามหาทางดีไซน์ว่าจะทำยังไงให้มันดูแอ็คชั่น มัน และสมจริงครับ

ความยาก และท้าทายกับฉากแอ็คชั่นในครั้งนี้

โดยเฉพาะฉากแอ็คชั่นใหญ่ ถือว่ายากเราถ่ายกัน 3 — 4 รอบ เป็นฉากงานเลี้ยงแซยิดของเจ้าพ่อใหญ่ ในงานเลี้ยงก็ต้องจัดโต๊ะจีน มีวงดนตรีชาโด้ อารมณ์เป็นงานเลี้ยงงานใหญ่ปิดซอยเลี้ยงกันเลย และก็มีแอ็คชั่นยิงกันถล่มเยอะมาก วันนั้นยิงกันหูดับ กล้อง 3-4 ตัว ทำหน้าที่กันเต็มที่ เราใช้กล้องทุกประเภทในการเก็บฟุตเทจมันออกมา กล้องทุกประเภทที่มันเอื้อในการถ่าย แม้กระทั่ง Go Pro กล้องแบบแอบติดไปตามหัว เราใช้ทุกอย่างเพื่อหาฟุตเทจที่มันจริงที่สุดครับ

ซึ่งแต่ละฉากมันมีความยาก ความง่ายแตกต่างกัน แต่ถ้าในแง่ที่หนักสุด เหนื่อยสุด ใช้คนเยอะสุด วุ่นสุด เอ็ฟเฟ็กเยอะ มันรวมอยู่ในฉากแอ็คชั่นสุดท้ายนี้เลย นับว่าเป็นฉากใหญ่ของเรื่อง และถ้าหากมีการเทคทีนึงก็ว่ากันใหม่หมดเลยครับ

อันธพาล แตกต่างจากภาพยนตร์เรื่องอื่นๆที่เคยกำกับมาอย่างไรบ้าง

ความละเมียดความเนียนมีมากขึ้น เราพยายามเล่าเรื่องให้ลื่นไหลมากขึ้น ประสบการณ์จาการกำกับมาจากหลายๆเรื่องจะสอนให้เรามีวิธีการเล่าหนังได้เนียนขึ้น ความเป็นตัวเรามันก็ยังมีอยู่แหละ มันมีอยู่โดยไม่ได้ไปดีไซน์ว่าฉันจะต้องเป็นอย่างนี้ แต่ว่าพอทำไปแล้วก็มีภาษาที่เป็นเราอยู่ในนั้น เพียงแต่มันอาจจะด้วยวุฒิภาวะ ด้วยประสบการณ์ มันก็คือเพชรเม็ดเดิมที่เจียรออกมาเป็นเหลี่ยมมากขึ้น

ผนึกกำลังแอ็คชั่นด้วยนักแสดงนำคุณภาพ “เต๋า สมชาย” และ “น้อย กฤษดา” ร่วมงานกันรู้สึกอย่างไรบ้าง

แน่นอน 2 คนนี้เป็นมืออาชีพ ขอบคุณได้ตรงนี้ก็ขอบคุณเลยแล้วกันนะครับ ขอบคุณพี่น้อย พี่เต๋า ครับ สุดยอดครับ ขอบคุณที่ได้ร่วมงานกัน พี่เต๋าเราก็คุยกันหลายๆเรื่อง เอาเข้าจริงๆผมดูหนังเขามาก่อนผมจะมาทำหนังอีก กับพี่น้อย ให้ใจมากคนแบบนี้หาได้ไม่ง่าย ถือว่าเป็นคนที่มีศักยภาพมากในประเทศไทยที่เวลาทำอะไรแล้วให้คุณค่าของการทำงานศิลปะมาก ที่จะให้พลังในชีวิตทั้งหมดทุ่มเทลงไป แล้วมิติมันก็เกิด เราชอบการทำงานแบบนี้ เรารู้สึกว่าเฮ้ย! งานกำกับหนังมันไม่ใช่ให้ทุกคนมานั่งฟังว่า โขมจะเอาอะไร แต่ว่ามันคือการที่เราทุกคนมาทำงานศิลปะกัน แลกเปลี่ยนกัน พี่น้อยเป็นคนมี Energy มีพลังอะไรไม่รู้อยู่ข้างใน เวลาพี่น้อยเดินเข้ามาทุกคนจะรู้สึก โอ้! โอ้โห! ทุกครั้ง เข้าฉากทีทุกคนก็จะตบขา โอ้โห! เล่นขนาดนี้เลยหรอ

อย่างพี่เต๋าเค้ามืออาชีพ เขารู้ว่าเขาจะทำอะไร เราไม่ต้องพูดอะไรเยอะแค่ปรับๆเท่านั้นเอง เขาพร้อมจะฟังเรา ผมมองว่าอย่างนี้ใช่ไหมๆ คือทุกอย่างคุยกัน จะนั่งคุยกันหมด เราให้เกียรตินักแสดง นักแสดงก็ให้เกียรติเรา

ดาวดวงใหม่ที่ถูก โขม ก้องเกียรติ ขัดเกลาสู่บทบาทอันธพาลดาวรุ่ง

ในรุ่นเจนเนอเรชั่นเด็กๆอาจจะมีการโดนลงแซ่ไปบ้างเล็กน้อย(ยิ้ม) ธรรมดาแหละครับ กำกับหนัง กำกับเด็กรุ่นใหม่ ถามว่าความพยายามมีไหม แน่นอนมี บางทีเขาจะติดภาพนักเลงอันธพาลต้องเท่ๆ ติดแอ็คเท่ๆ ซึ่งเราจะห้ามตลอด พยายามอธิบายว่าเราเป็นมนุษย์ ตอนนี้รู้สึกอย่างไรล่ะ ในโมเม้นท์ที่เท่มันก็เท่ แต่ไม่ใช่เราไปทำตัวเท่ตลอดเวลา เพราะไม่มีมนุษย์คนไหนที่ทำตัวเท่ตลอดเวลา มันก็นั่งตัดเล็บเท้า แคะขี้มูกกันบ้าง มันเป็นเรื่องธรรมชาติ มันไม่ต้องทำเป็นพูดเท่ๆ เสียงเท่ๆมันจะดูกร็งๆไป เราก็พยามให้เขาเชื่อใหม่ว่าไม่ใช่ ไม่ต้องทำเท่ แต่เดี๋ยวมันจะเท่เอง ก็ปรับเปลี่ยนกันพอสมควร

เรื่องของยุคก็มีส่วน อย่างในฉากไปเสิร์ฟโอเลี้ยงในบ่อน เขาจะเรียกโกปี้ โกปี้ไหมพี่ ก็เล่นไม่ได้สักที เพราะไม่รู้ว่าโกปี้คืออะไร ก็ต้องมาจูนกัน พาเขาเข้าไปเที่ยวในโลกของมันให้ได้ หรือฉากเลิฟซีนของคริน ก็จะขวยเขินกัน กว่าจะได้ก็กล่อมกันน่าดู เฮ้ย!เราไม่ได้ทำหนังโป๊นะ เขาก็เข้าใจแต่เขาก็ยังอาย(หัวเราะ) แต่เราก็ต้องเข้าใจเขานะ เราก็พยามปลอบประโลมมันในที่สุด ยอมโดยไม่รู้ตัว

สำหรับคริน และบิ๊ก การแสดงเรียกว่ากลมกลืนกันมาก ด้วยความที่เขาทั้งคู่ก็ฝึกกันมาเยอะ สนิทกันจนเป็นพี่น้อง ทำให้มิติคนคู่นี้ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆซึ่งเป็นเรื่องที่ดีมากครับ

สิ่งที่ต้องการนำเสนอในอันธพาล

จริงๆเราอยากให้มองหนังเรื่องนี้ดีๆว่ามัน คือ ภาพจำลองของประเทศนี้ ในปัจจุบันนี่แหละ สุดท้ายหนังอันธพาลพูดเรื่องครอบครัว จุดเริ่มต้นที่ง่ายสุด ทุกคนโหยหาที่จะรักษาตรงนี้ไว้ แต่มันมีกลไกอำนาจ หรือการแกร่งแย้งที่มันเข้ามา แล้วไม่มีอะไรจีรัง ไม่ว่าคุณจะเป็นนักเลง เป็นตำรวจ เป็นนักเลงดัง มันไม่มีอะไรจีรังมันเกิดและดับได้ทุกเมื่อ ยิ่งโลกของนักเลงวันนี้คุณโด่งดัง คุณเจ๋งขนาดไหน พรุ่งนี้คุณอาจจะโดนยิงตายก็ได้ ตายข้างถนนไม่ได้มีเกียรติอย่างที่คุณคิด

หนังเรื่องนี้สุดท้ายมันพูดเรื่องว่าภาวะของอำนาจ กับภาวะของการแย้งชิงในโลกอาชญากรรมมันยังหมุนของมันต่อไป ผ่านกระบวนการเปลี่ยนแปลงทุกอย่างในโลก แต่อำนาจยังคงอยู่ของมันต่อไปทุกวัน แต่สิ่งที่แหลกสลายไปแล้วคือครอบครัว หรือยากหน่อยเรียกว่า ภารดรภาพ คือความเป็นครอบครัว ความเป็นพี่น้องกัน ระหว่งคนในชาติ หรือว่าความเป็นเพื่อนมิตรภาพของคนเราที่คนไทยเราเคยอยู่กันเป็นแบบครอบครัวเล็กๆ ครอบครัวนึง วันนี้มันมีกลไกอะไรไม่รู้เยอะแยะมากมายพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงประเทศ เหมือนกับในหนังเรื่องนี้ที่มันมีการเปลี่ยนแปลงมากมาย สิ่งที่มันไม่เหลืออยู่คือ ตัวตนจากครอบครัว นี่คือสิ่งที่มันล่มสลายจากการพยายามจะเป็นอะไรสักอย่าง

เสน่ห์ของเรื่องราวแห่งโลก อันธพาล

เสน่ห์คือ การนำเสนอรสชาติของหนังแอ็คชั่นใหม่ๆ ให้คนไทยได้ชิมกัน ถ้าใครคิดว่าเมืองไทยทำไมไม่มีหนัง Gangster เลย ไม่มีหนังมาเฟีย สนุกๆเลย ก็อยากให้ไปดูหนังเรื่องนี้ ไม่ได้มีแค่การตีกันอย่างเดียว แต่มีเรื่องราว โดยจุดเด่นของหนังเรื่องนี้คือ การเล่าเรื่อง ถึงจะเป็นหนังพีเรียดก็ตาม แต่การเล่าเรื่องทันสมัย เป็นสมัยใหม่ เพียงแต่แฟชั่นเรื่องการแต่งกาย เสื้อผ้า หน้า และผม ย้อนยุคกลับไป เป็นการสะท้อนเรื่องราวของคนสมัยใหม่ มันไม่ได้แปลว่าคุณไม่รู้จักเอลวิส คุณจะไม่อินกับหนัง ไม่ใช่คนยุคนั้นจะมาดูทำไม แต่สิ่งที่ผมต้องการจะบอก อยากให้เข้าไปชมกัน แล้วคุณจะรู้สึกไหลเข้าไปอยู่ในโลกของพวกเขาแบบไม่รู้ตัว และหากคุณดูจบปุ๊ป! โลกของพวกเขาจะไหลเข้ามาอยู่ในตัวคุณโดยไม่รู้ตัว(ยิ้ม)

“อันธพาล” ในความหมายของ “โขม ก้องเกียรติ”

อันธพาล คือ กบฏ เกเร เพียงแต่หนังเรื่องนี้จะนำพาเข้าไปหาคำว่า อันธพาล คำว่า อันธพาลที่เราตีค่าไปแล้วว่ามันเป็นลบ เป็นกุ๊ย 100% อันธพาลมันโจรแน่นอน แต่เราไปเห็นอีกมิติอื่น และใช่ว่าใครจะดำ100% ทั้งหมด มันก็มีขาวของมันอยู่ เพียงแต่มุมดำของมันอาจจะเยอะกว่า เราจะพาไปดูมิติของอันธพาลให้ครบองศา

สิ่งที่ประทับใจจากการทำภาพยนตร์เรื่อง อันธพาล

ประทับใจการแสดงหลายๆครั้งของนักแสดงที่มาแสดง เรารู้สึกว่าเวลาที่พัฒนาคาแร็คเตอร์ตัวละครตัวนี้ขึ้นมา เราก็จะได้เห็นการแสดงที่พัฒนาชัดขึ้น หลังๆภาพนักแสดงมาชัดกว่าภาพหนังอีก คาแร็คเตอร์มันขึ้นมาชัด จนบางทีเราไม่ต้องทำหน้าที่ไปสร้างบรรยากาศเรื่องอะไรมากมายเลย ปล่อยคนพวกนี้เดินไปมามันได้อารมณ์แล้ว

ภาพยนตร์เรื่อง “อันธพาล” ผลงานล่าสุดของ “ก้องเกียรติ โขมศิริ”

ภาพยนตร์เรื่อง อันธพาล อยากให้ไปชมกันครับ มันมากมายไปด้วยความตั้งใจจริงๆที่จะทำหนังแอ็คชั่น ครบรสทุกเนื้อหา ใครที่ชอบงานโขมที่มีลักษณะแบบนี้ ถามหาความแอ็คชั่น ที่มันมีเนื้อหา มิติของตัวละคร สนุกและแอ็คชั่นด้วย อยากให้ไปชมกัน ทั้งทีมงาน และนักแสดงเชื่อเลยว่าอยากให้เป็นหนังไทยอีกเรื่องที่สนุก และดีครับ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง