มาตรการตามแผนการจัดการกรณีทุจริตคอร์รัปชันที่เกิดขึ้นแล้วและที่กำลังเกิดขึ้น

ข่าวทั่วไป Friday September 17, 2004 11:23 —ThaiPR.net

กรุงเทพฯ--17 ก.ย.--กบข.
1. ให้ส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐเร่งรัดการดำเนินการทางวินัยให้รวดเร็ว เปิดเผย ให้ผู้ที่ทำผิดต้องถูกลงโทษโดยให้เห็นผลโทษโดยเร็ว โดยผู้บังคับบัญชาทุกระดับต้องถือเป็นหน้าที่ในการติดตาม และตรวจสอบการดำเนินการของคณะกรรมการไม่ให้มีการล่าช้าหรือมีการช่วยเหลือเกื้อกูลกันเพื่อให้พ้นผิด หากมีกรณีที่ผู้บังคับบัญชาผู้ใดมีการกระทำในลักษณะถ่วงเรื่องการสอบสวน หรือช่วยเหลือเกื้อกูลให้ผู้กระทำผิดพ้นผิด ให้ถือว่าผู้บังคับบัญชานั้นกระทำผิดวินัย
2. ในการตรวจราชการของผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ผู้ตรวจราชการประจำกระทรวง และผู้ตรวจราชการประจำกรม หากพบมีกรณีหรือมูลการทุจริตคอร์รัปชัน ให้รีบแจ้งหน่วยงานของรัฐเจ้าของเรื่อง และแจ้ง ป.ป.ช. ให้ทราบโดยทันที กรณีเพิกเฉยจะถือเป็นความบกพร่องในหน้าที่และอาจมีส่วนผิดทางวินัยขั้นสมยอมด้วย
3. กรณีที่เอกชนรายใดได้รับการพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำการทุจริตร่วมกับหน่วยงานของรัฐ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ ให้หน่วยงานของรัฐแจ้งกระทรวงการคลัง เพื่อรวบรวมประกาศแจ้งเวียนรายชื่อและพฤติกรรมให้ทุกหน่วยงานทราบ และห้ามมิให้หน่วยงานของรัฐว่าจ้างเอกชนดังกล่าวอีกต่อไป กรณีที่หน่วยงานของรัฐหน่วยงานใดฝ่าฝืน ถือว่าเป็นการกระทำผิดทางวินัยและผิดกฎหมาย
4. กรณีเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ใดได้รับโทษฐานกระทำการทุจริตคอร์รัปชัน ควรวางระบบลงโทษทางสังคมด้วย ทั้งนี้ให้มีการปรับปรุงระบบการดำเนินการทางวินัย และมาตรการลงโทษให้รุนแรงขึ้น รวมทั้งเปิดโอกาสให้มีบุคคลภายนอกร่วมเป็นกรรมการสอบสวนหรือเป็นพยาน หรือให้ข้อมูลกรณีการทุจริตคอร์รัปชัน เพื่อสามารถดำเนินการสอบสวนได้อย่างตรงไปตรงมา เฉียบขาดและสามารถเข้าถึงต้นตอของการทุจริตคอร์รัปชันที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว
เรียบเรียงจากเว็บไซต์ ประเทศไทยใสสะอาด www.fact.or.th--จบ--
--อินโฟเควสท์ (นท)--

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ