MovieGangster Squad แก๊งสเตอร์ สควอด

ข่าวบันเทิง Monday January 7, 2013 15:53 —ThaiPR.net

กรุงเทพฯ--7 ม.ค.--MMM Digital Asset เบลฟลาวเวอร์ บูเลอวาร์ดเป็นถนนสายกว้างทางตอนใต้ย่านใจกลางเมืองของลอสแองลิส ที่นี่ไม่เปลี่ยนไปจากเดิมเมื่อ 60 ปีที่แล้วมากนัก ด้านหน้าของร้านถูกทาสีและติดวอลเปเปอร์เอาไว้ แต่สถาปัตยกรรมของยุคโดดเด่นด้วยรถคันใหญ่ แก๊งค์สเตอร์ติดสายรัดและแต่งตัวเหมือนดารา ในตรอกนี้มีตึกหลังหนึ่งที่มีขนาดใหญ่โดดเด่นด้วยสัญลักษณ์จากไฟนีออนรูปวงแหวนที่สวยงามบอกให้รู้ว่า เราเดินทางมาถึงสแลปซี่ แม็กซี่แล้ว เมื่อเข้าไปด้านในจากด้านนอกที่ถูกแดดเผา เรารู้สึกเหมือนกำลังย้อนเวลากลับไป ตึกถูกแปลงสภาพเป็นไนท์คลับที่มีการตกแต่งแบบยุค 1940 ตั้งแต่ห้องที่มีไว้ตรวจเช็คหมวก และโปรเตอร์คาร์เม็น มิแรนด้าที่อยู่ตรงทางเข้า ไปจนถึงโคมไฟสีทองที่ห้อยประดับอยู่ โซฟาผ้าไหม โต๊ะที่ดูเรียบง่าย เวทีประดับไฟสลัวตรงห้องโถงของคลับ สถานที่แห่งนี้ได้รับการคัดเลือกมาด้วยความพิถีพิถันมาก เพื่อใช้ถ่ายทำภาพยนตร์แอ็คชั่นดราม่าเรื่องใหม่ Gangster Squad เป็นเรื่องของการต่อสู้แบบกองโจรที่เกิดขึ้นในลอสแองเจลิส เมื่อกลุ่มตำรวจที่ถูกคัดเลือกด้วยตัวเองร่วมมือกันทวงเมืองคืนจากหัวหน้าแก๊งค์มาเฟียผู้โหดเหี้ยมอำมหิตตลอดกาล “เราใช้สถานที่ในลอสแองเจลิสที่แตกต่างกันถึง 55 แห่งในช่วง 65 วัน” ผู้กำกับฯ รูเบ็น เฟลสเชอร์ เล่าให้เราฟังระหว่างพักการถ่ายทำ “บางวันเรามีนักแสดงสมทบมากถึง 20 คน มีบทพูด 65 ส่วน ต้องใช้การออกแบบท่าทางและฉากแอ็คชั่นมากมาย ถือว่าเป็นภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ได้เลย” หลังกำกับภาพยนตร์แนวคอมเมดี้เกี่ยวกับซอมบี้ Zombieland เป็นเรื่องแรก และภาพยนตร์แอ็คชั่นคอมเมดี้ 30 Minutes or Less มาแล้ว เฟลสเชอร์มีจินตนาการสำหรับการสร้างภาพยนตร์เรื่อง Gangster Squad ให้เป็นภาพยนตร์แนวแก๊งค์สเตอร์แนวใหม่ขึ้นมา “ปกติผมเป็นแฟนหนังแนวนี้ ผมเลยตื่นเต้นที่มีโอกาสทำหนังแนวแก๊งค์สเตอร์ของตัวเองขึ้นมา” เขาเล่าว่า “ประเด็นสำคัญอยู่ที่ Gangster Squad เป็นหนังแอ็คชั่น มีฉากใหญ่ๆ หลายฉาก เช่น ฉากขับรถไล่ล่าและการยิง เราพยายามสร้างให้ดูน่าตื่นเต้นมากที่สุด ผมว่าเป็นโอกาสที่ดีสำหรับการสร้างนิยามหนังเรื่องนี้ขึ้นมาแบบร่วมสมัย” ผู้กำกับรู้สึกเหมือนถูกแจ็คพ็อตกับการคัดเลือกตัวนักแสดง นักแสดงทั้งหมดนำทีมโดย จอช โบรลิน (No Country For Old Men) รับบทเป็นนักสืบกรมตำรวจแอล.เอ. จอห์น โอ’มาร่า หัวหน้าทีมที่มีตัวตนจรริง, ไรอัน กอสลิง (Drive) รับบทเป็นนักสืบเลือดร้อน เจอร์รี่ วูทเตอร์ส, นิค โนลเต้ รับบทเป็น หัวหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจลอสแองเจลิส พาร์คเกอร์, เอ็มม่า สโตน (The Amazing Spider-Man) รับบทเป็น เกรซ ฟาราเดย์ หญิงสาวผู้ตกอยู่ในสงครามกองโจรที่ดุเดือดในลอสแองเจลิส และฌอน เพ็นน์ นักแสดงเจ้าของรางวัล Oscar? (Dead Man Walking) รับบทเป็นมิคกี้ โคเฮน ผู้รวมตัวแก๊งค์สเตอร์สคอว์ด โรเบิร์ต แพทริค (Flags of Our Fathers) รับบทเป็นแม็กซ์ เค็นนาร์ด, ไมเคิล พีน่า (Battle Los Angeles) รับบทเป็นนาวิแดด รามิเรซ, จิโอแวนนี่ ริบิซี่ (Avatar) รับบทเป็นคอนเวย์ คีเลอร์ และ แอนโธนี่ มิคกี้ (The Hurt Locker) รับบทเป็นโคลแมน แฮร์ริส ซึ่งเราจะได้พบกับพวกเขากัน “ผมไม่รู้ว่าจะพูดถึงเหล่านักแสดงยังไง นอกจากผมเป็นคนที่โชคดีมาก” เฟลสเชอร์เล่าว่า “มิคกี้ โคเฮนเป็นตัวร้ายของเรื่อง ฌอนเป็นคนเดียวที่ผมพิจารณาให้มารับบทเขา ถ้าคุณอ่านถึงคำบรรยายถึงจอห์น โอ’มาร่าจะรู้ว่าเขาเป็นคนที่น่ากลัว ทำตัวน่าชก และผมรู้สึกว่าเหมาะกับโบรลินเมื่อเทียบกับที. ไรอันที่เป็นตัวตนของเขา นิสัยหลายอย่างของเจอร์รี่ วูทเตอร์สตัวจริง ผมเคยร่วมงานกับเอ็มม่าในเรื่อง Zombieland และรู้สึกตื่นเต้นที่ได้ร่วมงานกับเธออีกครั้ง ผมว่าเธอเป็นคนเก่งมาก และผมยังมีผู้ชายที่น่าอัศจรรย์อีก 4 คนมาร่วมทีมในบทจิโอแวนนี่, แอนโธนี่, โรเบิร์ต และไมเคิล นิค โนลเต้มารับบทเจ้าหน้าที่ตำรวจพาร์คเกอร์ได้อย่างน่าทึ่ง มันเป็นรูปร่างขึ้นมาเรื่อยๆ” ภาพยนตร์สร้างขึ้นจากเรื่องจริงที่บันทึกไว้ในหนังสือ Gangster Squad ของพอล ลายเบอร์แมน โดยผู้เขียนเปิดเผยเป็นครั้งแรกในบทความหลายเรื่องของเขาในนิตยสาร Times ของลอสแองเจลิส จากนั้นบทภาพยนตร์ถูกขัดเกลาขึ้นมาโดยผู้เขียนบทฯ วิล บีอัล เขาเป็นแฟนพันธุ์แท้หนังแนวแก๊งค์สเตอร์ไม่ต่างจากเฟล็สเชอร์ “ครั้งแรกที่เราได้ลิขสิทธิ์ของเรื่อง ผมเอาไปให้เควิน แม็คคอร์มิค ผู้ทำหน้าที่พัฒนาภาพยนตร์ของ Warner Bros. Pictures’ ช่วงนั้นทันที” แดน ลิน ผู้อำนวยการสร้างฯ นึกย้อนได้ว่า “เขาถามผมว่า ‘นี่มัน L.A. Confidential หรือเปล่า? บั๊กซี่ใช่มั้ย?’ ผมตอบว่าผิดทั้งหมด เราไม่เคยพบเรื่องนี้มาก่อน ลอสแองเจลิสเป็นเมืองที่ตกอยู่ในอันตราย และเธอต้องการทีมลับมาช่วยชีวิตเธอ เราใช้เรื่องแนวพีเรียดและใส่ความรู้สึกที่ทันสมัยลงไป” แม็คคอร์มิค เล่าต่อว่า “หนังบางเรื่องเราได้รับอิทธิพลจากฟิล์มนัวร์ในช่วงแรก แต่ผมคิดว่า Gangster Squad มีความโดดเด่นกว่า และมีความเป็นแอ็คชั่นแบบตะวันออกมากกว่าฟิล์มนัวร์ส่วนใหญ่ ถึงแม้ Gangster Squad จะสร้างขึ้นจากเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อหลายปีก่อน หนังของเราก็ต้องมีความทันสมัยอยู่ในเรื่องด้วย” ทีมงานที่ร่วมงานกันมาแบ่งปันความหลงใหลในภาพยนตร์ และการทำให้ Gangster Squad เป็นหนังที่โดดเด่นแตกต่างในประเภท “ผมอยากทำหนังแก๊งค์สเตอร์มาตลอดทั้งชีวิต” ไมเคิล แทดรอส ผู้อำนวยการสร้างฯ เล่าว่า “และนี่เป็นบทภาพยนตร์ที่สนุกมาก ผมไม่ได้อ่านบทแบบนี้มานานมากแล้ว ผมโดดเข้ามาร่วมโปรเจ็กต์เพราะมันเป็นเรื่องที่สนุกมาก และผมรู้สึกเหมือนอยู่รายล้อมไปด้วยบรรดาคนเก่ง ตั้งแต่ผู้สร้างภาพยนตร์ไปจนถึงหัวหน้าแผนกต่างๆ และเหล่านักแสดง องค์ประกอบทั้งหมดมารวมตัวกันได้อย่างงดงาม” ในช่วงเวลาสายของวัน บนชั้น 2 ของตึกที่ลึกลับมีการเตรียมฉากไว้สำหรับฉากระเบิดที่แก๊งค์สเตอร์สคอว์ด เดิมพันที่บ่อนของมิคกี้ โคเฮน สแลปซี่ แม็กซี่ ผู้กำกับฯ เล่าให้ฟังว่า “ไม่ใช่แค่แหล่งมั่วสุมของมิคกี้เท่านั้น แต่ยังเป็นแหล่งรวมธุรกิจผิดกฎหมายของเขาด้วย พอพวกเขามาบุกที่นี่จึงยิงไม่ยั้ง จากนั้นขึ้นไปชั้นบนและระเบิดทั้งบ่อนให้กระจุย” บนชั้น 3 ของตึกนี้เคยเป็นร้านขายเฟอร์นิเจอร์มาก่อน ทำให้เฟล็สเชอร์และทีมงานสร้างฉากขึ้นมาได้อย่างต่อเนื่อง สำหรับห้องพนัน ซึ่งเป็นแหล่งรวมการพนันผิดกฏหมายทั้งหมดจริงๆ แล้วจะอยู่ชั้น 2 การพนันเป็นส่วนหนึ่งในธุรกิจของโคเฮนที่แทรกซึมอยู่ในด้านมืดของแอล.เอ. เพื่อครอบคลุมกิจกรรมผิดกฏหมายของเมืองยังมีการผลิตของเลียนแบบ ซึ่งเป็นการยกตัวอย่างเพียงบางส่วน “มิคกี้ทำเงินได้เร็วเหมือนพิมพ์เงินออกมาได้” เฟล็สเชอร์กล่าวติดตลก ภายในฉาก 2 จุดที่ตกแต่งเชื่อมต่อกันอย่างพิถีพิถันท่ามกลางกองมอนิเตอร์ภาพและอุปกรณ์อื่นๆ ถูกจัดขึ้นมาอยู่ฝั่งหนึ่ง เพื่อดูฉากที่กำลังถ่ายทำอีกด้านหนึ่ง ซึ่งเป็นห้องเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยโต๊ะ โต๊ะแต่ละตัวจะมีโคมไฟเขียวตัวเล็ก โทรศัพท์อยู่ด้านล่างกระดานดำขนาดใหญ่ ผู้กำกับฯ ปรึกษาผู้กำกับภาพ ดีออน บีเบ้ ระหว่างที่ทีมงานปรับเปลี่ยนฉากในวินาทีสุดท้าย ในห้องโถงที่อยู่ด้านนอกประตูมีนักแสดงหลักผู้รับบทเป็นแก๊งค์สเตอร์สคอว์ด นำโดยโบรลินตามมาด้วยแพทริค พีน่า ริบิซี่ และแม็คกี้ เมื่อผู้กำกับมาประจำอยู่ที่ด้านหลังมอนิเตอร์ นักแสดงสมทบผู้รับบทเป็นผู้รับแทงพนันต่างเข้ามาเรียงแถวตรงโต๊ะ เฟล็สเชอร์อยากซ้อมฉากผาดโผนที่สำคัญก่อนเดินกล้อง “แอ็คชั่น!” ผู้ช่วยผู้กำกับตะโกน ผู้รับแทงพนันเริ่มปฏิบัติการเสียงดังผ่านโทรศัพท์ รับพนันจากทั่ว West Coast กันอย่างดุเดือด ทันใดนั้นจอมวายร้ายโรยตัวทะลุผ่านเข้ามาทางหน้าต่าง และโอ’มาร่าซึ่งเป็นตัวละครของโบรลินเตะประตูเข้ามา บุรุษ 2-3 นายพยายามรั้งพวกเขาไว้ โบรลินจึงเบี่ยงเบนความสนใจบุรุษหนึ่งในนั้นด้วยการชกด้านขวา “ดีมาก” เฟล็สเชอร์กล่าวชม “คัท!” ผู้ช่วยผู้กำกับตะโกน ทุกคนปรบมือให้กับสตั๊นท์ นักแสดงแอนโธนี่ แม็คกี้ตะโกนถามว่า “มีใครอยากโรยตัวทางหน้าต่างมั้ย?” บรรยากาศในฉากมีแต่ความสุข ทุกคนมีความสนุก เหล่านักแสดงมามุงรอบเฟล็สเชอร์ในขณะที่เขาเปิดดูฉากย้อนหลังบนมอนิเตอร์ หมัดที่โบรลินเหวี่ยงใส่บนหน้ากล้องดูไม่ต่อเนื่องกันสักเท่าไหร่ “มาซ้อมกันอีกรอบ” เฟล็สเชอร์บอก “และดูอีกทีว่าเป็นไง” มีการแสดงฉากนั้นอีกครั้ง คราวนี้การเหวี่ยงหมัดดูต่อเนื่องกันดี ตอนนี้ทีมงานเสริมเพลทแก้วของแท้ไว้ตรงหน้าต่าง เพื่อให้สตั๊นท์แมนพุ่งทะลุผ่านไปได้ ถึงเวลาถ่ายทำฉาก A157 ของจริงแล้ว “แอ็คชั่น!” หน้าต่างแตกกระจายเมื่อสตั๊นท์แมนพุ่งตัวเข้ามา เศษกระจกกระจายบนโต๊ะเล็กๆ ทำให้นักแทงพนันเกิดความตื่นตระหนก “เอาล่ะทุกท่าน ที่นี่ปิดบริการแล้ว!” โบรลินตะโกน “ทำไมเดินทางมาช้าจัง?” แอนโธนี่ แม็คกี้ ถาม แก๊งค์สเตอร์สคอว์ดได้แหวกเข้าไปในห้องเล็กๆ โบรลินฮุกหมัดเข้าไปอย่างจัง “คัท!” ในช่วงสายของวันนั้นหลังจากฉากจู่โจมถ่ายทำสิ้นสุดลง นักแสดงมารวมตัวกันที่ชั้นล่างซึ่งเป็นฉากของคลับที่ตกแต่งสวยงามอย่างมีศิลปะ นักแสดงสมทบกว่า 200 คนสวมเสื้อผ้าแนวพีเรียด นักแสดง 19 คนรวมตัวกันในฉากชุมนุมสำคัญที่เจอร์รี่ วูทเตอร์ส ตัวละครของกอสลิงได้สบตากับ เกรซ ฟาราเดย์ ตัวละครของสโตนที่ถูกนำเข้ามาโดยมิคกี้ โคเฮนและแก๊งค์ของเขาเป็นครั้งแรก ในวันนี้สถานที่แห่งนี้ว่างเปล่า แต่ยังดูโอ่โถงดี โบรลินในชุดสูทนั่งอยู่ที่โต๊ะดื่มค็อกเทลใต้โคมไฟงามระยิบ เขาดูผ่อนคลายราวกับอยู่ที่บ้าน โบรลินบรรยายถึงตัวละครของเขาไว้ว่า “เป็นผู้ยึดมั่นอุดมการณ์ที่ยึดมั่นในสิ่งที่เขาทำ เมื่อทหารกลับสู่สงครามได้พบกับหลายสิ่งที่เปลี่ยนไป เกิดการทุจริตเกิดขึ้นมากมาย เมื่อมิคกี้ โคเฮนเข้ามาสร้างความเสื่อมเสียและอยากครอบครองลอส แองเจลิส โอ’มาร่าจึงอยากจัดการมากเป็นการส่วนตัว การรับบทเป็นคนที่มีอารมณ์แบบนั้นก็สนุกดี” เมื่อการต่อสู้เริ่มขึ้น ทั้งทีมของโอ’มาร่าและองค์กรอาชญากรรมของมิคกี้ โคเฮน ได้ฝังรากลึกปฏิบัติการโดยไม่มีตราหรือสิ่งคุ้มกันใดๆ ที่เป็นทางการ แก๊งค์สเตอร์สคอว์ดใช้ยุทธวิธีที่ไม่เหมือนใคร เพื่อพยายามสยบโคเฮนลง แต่ปฏิบัติการสร้างความสูญเสียให้โอ’มาร่าเช่นกัน “ผมว่าโอ’มาร่าหมกมุ่นและประเมิณค่าการสยบมิคกี้ โคเฮนต่ำเกินไป เขาจึงเริ่มเสียจุดยืนของเขา” โบรลินเล่าว่า “มีกฏหมายไม่กี่ฉบับที่พวกเขายึดมั่น ผมว่านั่นเป็นจุดที่ทำให้เขามีสิทธิ์ทำบางอย่าง ซึ่งถือว่าค่อนข้างแรงสำหรับยุคนี้” ไรอัน กอสลิงรับบทเป็นเจอร์รี่ วูทเตอร์ส เขาผ่านคดีหนักๆ มาน้อยกว่าโอ’มาร่า แต่มีความนับถือเขาและเป็นความเคารพที่สะท้อนโดยนักแสดงเหล่านี้ “ผมว่าจอชเหมาะกับบทโอ’มาร่าที่สุด” กอสลิงกล่าว “เขาอยู่ที่ตะวันตก เคยแสดงหนังแอ็คชั่นและประสบความสำเร็จทุกเรื่อง เขาจึงเป็นผู้นำที่ดีจากแง่นั้น เขาพกประสบการณ์หลายอย่างมาแสดงบทนี้” กอสลิงพูดถึงวูทเตอร์สว่า “ไม่ยึดหลักความถูกต้องเท่าสมาชิกคนอื่นๆ ในแก๊งค์ เพราะเขามาร่วมแก๊งค์ด้วยเหตุผลส่วนตัว พวกเขามารวมตัวกันเพราะทนรับความอยุติธรรมไม่ได้ รู้สึกอยากลบล้างสิ่งชั่วร้าย แต่วูทเตอร์สต้องสูญเสียคนใกล้ชิดไป และเขาตกหลุมรักกับผู้หญิงที่มีความสัมพันธ์กับมิคกี้ โคเฮน เขาจึงมีเหตุผลส่วนตัวในการไปที่นั่น” เขาพูดเสริมอย่างรวดเร็วว่า “ผมพูดถึงตัวละครเท่านั้นนะ ไม่ได้พูดถึงตัวจริง” “ทุกครั้งที่เราต้องรับผิดชอบกับเรื่องที่จริง” แม็คคอร์นิค ผู้อำนวยการสร้างกล่าวเสริมว่า “เราต้องให้เกียรติในประเด็นสำคัญเอาไว้ แต่เราต้องมีการถ่ายทอดเรื่องราวด้วย นั่นคือสิ่งที่ถูกปรับเปลี่ยนและจัดเรียงขึ้นมาใหม่ ต้องสร้างตัวละครบางตัวขึ้นมาด้วย” ตัวละครหลายตัวคือส่วนประกอบ อิงมาจากตัวละครที่มีตัวตนจริงที่เกี่ยวข้องในเหตุการณ์จริง กอสลิงมองว่าเป็นโอกาสในการสร้างตัวละครของเขาขึ้นมาเอง “ผมเลือกที่จะไม่สร้างนิสัยของเขาขึ้นมาเอง เพราะมีหลายเหตุการณ์ที่เห็นได้ว่าเขาไม่ได้อิงจากความเป็นจริง” เขากล่าว “แต่ผมก็พยายามแสดงให้เกียรติเรื่องราวเกี่ยวกับเขานะ” ฌอน เพ็นน์เป็นนักแสดงที่ได้รับคำชมจากภาพยนตร์อย่าง Dead Man Walking, Milk และ Mystic River สร้างตัวละครดั้งเดิมขึ้นมาโดยใช้ มิคกี้ โคเฮน ตัวจริงเป็นรากฐาน “ผมคิดว่ามันน่าสนุกดีที่ได้แสดงบทนี้ และทำให้เป็นรูปร่างขึ้นมาจากภูมิหลังเล็กๆ น้อยๆ ของโคเฮน” นักแสดงเล่าว่า “เขาเป็นนักชกเจ้าของรางวัล แต่สไตล์การต่อสู้จะดูเรียบง่ายกว่าทุกวันนี้ และโคเฮนมีความป่าเถื่อนกว่าในหลายๆ ด้าน” “ฌอน เพ็นน์รับบทเป็นมิคกี้ โคเฮน ผู้มีทั้งความโหดเหี้ยมและอารมณ์ขัน” ลินอธิบายว่า “ในชีวิตจริงโบรลินเป็นคนที่มีชื่อเสียงมาก เขาสามารถเป็นคนสนุกได้ในช่วงหนึ่ง แต่โหดเหี้ยมได้ในเวลาเพียงไม่กี่วินาทีต่อมา เขาอยากครอบครองลอสแองเจลิสในแบบของเขาที่แตกต่างไป” เฟล็สเชอร์ตื่นเต้นกับการแสดงของนักแสดงในบทโคเฮน “ฌอนเป็นคนที่น่าทึ่งมาก” ผู้กำกับเล่าว่า “ตอนแรกผมก็กังวล แต่เขาแสดงได้ดีมาก และเป็นเพราะเขาเป็นผู้กำกับคนเก่งด้วย เขาเป็นคนใจกว้างมาก เขามีไอเดียเจ๋งๆ หลายอย่าง มันได้ความรู้สึกของการร่วมงานกันจริงๆ” เพ็นน์เองก็รู้สึกเหมือนกัน “ผมคิดว่ามันเป็นหนังแก๊งค์สเตอร์แบบโอลด์สคูลที่สนุก ได้ร่วมงานกับนักแสดงที่ผมชื่นชอบมาก” เพ็นน์เล่าว่า “และเมื่อได้พบกับรูเบ็น เฟล็สเชอร์ ผมก็ตกลง” โบรลิน กอสลิง และเพ็นน์เป็นนักแสดงคนแรกๆ ที่มีชื่ออยู่ในภาพยนตร์ ส่วนนักแสดงที่เหลือต่างมาห้อมล้อมพวกเขา “พอได้ฌอน จอช และไรอันมาร่วมงาน การคัดเลือกบทอื่นก็ง่ายขึ้นมาก เพราะทุกคนอยากมาร่วมงานกับพวกเขา” แม็คคอร์มิคกล่าว ในภาพยนตร์เรื่อง Gangster Squad เอ็มม่าสโตนได้กลับมาร่วมงานกับไรอัน กอสลิงอีกครั้ง เธอเคยเกิดเคมีกับเขาอย่างลึกซึ้งในภาพยนตร์โรแมนติกคอมเมดี้ เรื่อง Crazy, Stupid, Love สโตนต้องรับบทเป็นเกรซ ผู้หญิงของโคเฮนที่ไปตกลุมรักเจอร์รี่ วูทเตอร์ส “เกรซออกจากฮอลลีวูดพื่อมาเป็นดาว ไม่ใช่นักแสดง เธอคือดาว” สโตนอธิบาย เธอมีสไตล์เหมือนตัวละครของเธอ เป็นนักแสดงสาวที่สะท้อนถึงยุคทองแห่งฮอลลีวูด “มันไม่สวยหรูสำหรับเธอเอาซะเลย แถมเธอต้องตกไปอยู่ในดงของมิคกี้ โคเฮน ฉันว่าเขาทำให้เธอรู้สึกเป็นดาว เป็นที่จับตามอง ได้อยู่ในอ้อมกอดของบุรุษผู้ทรงอิทธิพลเหมือนที่เธอต้องการมาโดยตลอด ฉันว่ามันไม่ใช่สิ่งที่ทำให้เธอมีความสุขได้อย่างแท้จริง แต่เธอต้องปลอบตัวเองว่านั่นก็ดีพอสำหรับเธอแล้ว ฉันเข้าใจเธอดีนะ แต่เธอให้ความรู้สึกที่ต่างจากตัวละครทุกตัวที่ฉันมีโอกาสลองเล่นมาก่อน เธอเป็นตัวละครน่าทึ่งในการแสดงเลย” สมาชิกของแก๊งค์สเตอร์สคอว์ดที่เหลือคือนักแสดงผู้ได้รับคำชม และสนิทสนมกันดีเหมือนเวลาอยู่ต่อหน้ากล้อง “เคมีระหว่างหนุ่มๆ เห็นแล้วเพลินดี” ลินเล่าว่า “ทุกคนมีบุคลิกที่แตกต่างเป็นเอกลักษณ์ พวกเขารวมทีมกันได้ดี แต่ละคนจะแสดงมิติที่แตกต่างกันไปของหน่วยสคอว์ด” “ทุกคนมีเอกลักษณ์ของตัวเอง” แอนโธนี่ แม็คกี้ ผู้รับบทเป็น โคลแมน แฮร์ริส เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ชอบควงมีดพก เขาต้องออกลาดตระเวนในย่านที่เกิดอาชญากรรมมากที่สุดของเมือง “เรามีจอชที่เป็นคนจริงจัง มีไรอันที่เปรียบเสมือนแมวเจ้าเล่ห์ มีจิโอแวนนี่ที่ชอบทำตัวเนิร์ด มีไมเคิลที่สร้างเสียงหัวเราะ และมีโรเบิร์ตที่เหมือนนักปรัชญาของกลุ่ม” เขาเล่าถึง แม็คกี้ ตัวละครของเขาเองว่า “ในปี 1949 เกิดจุดพลิกผันที่น่าสนใจเกี่ยวกับวัฒนธรรมชาวแอฟริกัน-อเมริกัน เรามีกลุ่มคนผิวสีที่มีสายตาอันแหลมคมที่มองว่า อยากให้วัฒนธรรมกลุ่มคนเหล่าหนี้เป็นไปในทางใด พวกเขาทำงานอย่างแข็งขันเพื่อบรรลุถึงเป้าหมาย และตัวละครของผมคือหนึ่งในนั้น” สมาชิกในแก๊งค์ที่อายุมากสุดคือ แม็กซ์ เค็นนาร์ด รับบทแสดงโดย โรเบิร์ต แพทริค ที่ต้องลดน้ำหนักลง 30 ปอนด์เพื่อมารับบท “ตัวละครที่เหมือนคาวบอยผู้สูงผอม” เขาเล่าว่า “เค็นนาร์ดเป็นผู้รักษากฏหมายในแบบฉบับของผู้รักษากฏหมายสมัยก่อน เขารู้ว่าอะไรถูกต้อง แต่ผมว่าเขาไม่ทำให้มันถูกต้องตามหลักการปกครอง สิ่งที่ผมต้องพยายามกับบทนี้คือ แสดงให้เขาดูเป็นผู้ปกป้องของทุกคน เขาเหมือนคนคอยคุ้มกันหลังทุกคน เขารู้สึกว่าต้องรับผิดชอบทุกคน” คู่หูจอมตื่นตูมเกินเหตุของเค็นนาร์ดอย่าง นาวิแดด รามิเรซ รับบทแสดงโดย ไมเคิล พีน่า บรรยายถึงตัวละครของเขาไว้ว่า “มีความกระตือรือร้นมาก เขาเพิ่งจบจากโรงเรียนตำรวจ ไม่มีใครอยากจับคู่กับเขาเพราะเชื้อสาย ของเขา พวกเขาไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับชาวลาติน เค็นนาร์ดไม่สนใจและพูดว่า ‘ผมให้โอกาสเด็กคนนี้’ เหมือนเป็นเรื่องของพ่อลูกที่เขาคอยเฝ้าระวังให้รามิเรซ คอยฝึกฝนและสอนมวยให้เขา เพราะเขามองว่าตัวเองเก่ง” สมาชิกคนสุดท้ายของแก๊งค์สเตอร์สคอว์ด คือผู้ชำนาญด้านเทคนิค คอนเวย์ คีเลอร์ ผู้ชำนาญด้านไฟฟ้าที่ภูมิใจกับการซ่อมรถมอเตอร์ไซค์ให้ลูกชายของเขามาก เขาชอบเล่นกับอุปกรณ์ด้านกองทัพที่ได้รับการทดลอง ริบิซี่เป็นนักแสดงผู้มากประสบการณ์ตั้งแต่อายุยังน้อย เขารู้สึกว่าผู้กำกับฯ สร้างฉากให้มีบรรยากาศของความตื่นเต้นและเพรียบพร้อมสำหรับการถ่ายทำ “จะเห็นว่ากำลังใจในฉากขึ้นอยู่กับอารมณ์และการจัดการของผู้กำกับ” ริบิซี่กล่าว “เฟล็สเชอร์มีความถนัดด้านนั้น เขาค่อนข้างเป็นเด็กใหม่ของแถวนี้กว่าหลายคนที่ส่วนร่วมในหนัง และเขาควบคุมได้อย่างดีเยี่ยม ราวกับเขาอยู่ที่นี่มานานแล้ว” นอกจากการคัดเลือกตัวนักแสดง การถ่ายทอดความรู้สึกของลอสแองเจลิสเมื่อปี 1949 คือหัวใจสำคัญในความสำเร็จของภาพยนตร์ “มีหลายส่วนในลอสแองเจลิสที่ไม่เปลี่ยนไปตั้งแต่ปี 30 และ 40” ผู้อำนวยการสร้างฯ แทดรอส เล่าว่า “ฉะนั้นปัญหาบางอย่างของเราอยู่ที่สัญลักษณ์ถนนและเส้นแบ่งการจราจร แต่ถ้าเราจัดยานพาหนะโบราณไปวางนอกตึกมากพอ ภาพโดยรวมจะเปลี่ยนไปทันที” ผู้กำกับฯ หนุ่มคิดดูแล้วรู้สึกว่าตัวเองโชคดีที่มีทีมงานผู้ชำนาญ ตั้งแต่ผู้ออกแบบฉาก เมเฮอร์ อาหมัด และผู้ลำดับภาพฯ อลัน บวมการ์เทน ทั้งสองคนเคยร่วมงานกันในเรื่อง 30 Minutes or Less และ Zombieland และมีผู้กำกับภาพเจ้าของรางวัล Oscar ดีออน บีเบ้ (Memoirs of a Geisha) และผู้ออกแบบเครื่องแต่งกายเจ้าของรางวัล Oscar แมรี่ โซเฟียร์ส (True Grit) “ภายใต้การควบคุมของแมรี่ ผมเดาว่าเราสร้างชุดกว่า 100 ตัวขึ้นมาจากการร่างแบบ โดยใช้เนื้อผ้าสมัยก่อนที่ใช้กันในยุคนั้น ตัวละครต้องมีชุดที่ดูทันสมัยที่สุด แต่ใส่แล้วต้องดูมีชีวิตชีวาในชุดเหล่านั้นด้วย” จากสถานที่ถ่ายทำที่กระจัดกระจาย ทีมงานมีการสำรวจย่านไชน่าทาวน์ของลอสแองเจลิส หอดูดาวอันเป็นสัญลักษณ์ Griffith Park และ Park Plaza Hotel ที่ติดกับ MacArthur Park ของลอสแองเจลิส อนุสาวรีย์แห่งประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของเมืองลอสแองเจลิส โรงแรมถูกสร้างขึ้นเมื่อปี 1925 ด้วยสไตล์แบบนีโอโกธิค “การพบสถานที่สะดุดตาเหล่านี้ในลอสแองเจลิสถือเป็นความอัศจรรย์” แทดรอสเล่าว่า “เมเฮอร์สร้างลอสแองเจลิสให้ดูร่วมสมัยได้อย่างน่าทึ่ง เขาเปลี่ยนแอล.เอ.ให้มีหน้าตาเหมือนช่วงปลายปี 1940 เลย” แต่ย้อนไปที่เบลฟลาวเวอร์ ในช่วงบ่ายวันนี้ สแลปซี่ แม็กซี่ ตัวละครของเฟล็สเชอร์มาเข้าฉาก และต้องตะลึงกับผลงานที่น่าทึ่งจากทีมงานของเขา ช่วงเวลาของภาพยนตร์เรื่องนี้คือส่วนสำคัญที่ทำให้หนังถูกถ่ายทอดออกมา “มันสวยงามมาก” เขากล่าว “เรานั่งอยู่ในที่แบบนี้ มันไม่เหมือนกับช่วงยุคสมัยใหม่เลย สไตล์ของทุกคน รถ เสื้อผ้า และทุกๆ สิ่ง มันเป็นโลกแห่งความตื่นเต้นเมื่อได้เข้าไป เหมือนเราเดินทางย้อนเวลาด้วยไทม์แมชชีน” ภาพยนตร์เรื่อง Gangster Squad เริ่มฉาย 10 มกราคม 2013 ผลงานจาก Warner Bros. Pictures และในบางประเทศโดย Village Roadshow Pictures รายละเอียดเพิ่มเติม https://www.facebook.com/GangsterSquadThailand
แท็ก Movie:   ลาว  

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ