MOVIE: Double Trouble พ่อสั่งมาฟัด

ข่าวบันเทิง ThaiPR.net -- พฤหัสบดีที่ 24 มกราคม 2556 15:21:01 น.
กรุงเทพฯ--24 ม.ค.--ชัยพีอาร์
Trouble “พ่อสั่งมาฟัด” 48 ชั่วโมง สุดฮา บ้า วิ่งฟัด ของ “เจย์ซี ชาน”

Double Trouble “พ่อสั่งมาฟัด” 48 ชั่วโมง ที่ หนุ่ม “เจย์ซี” จะวิ่งฟัดแทนเฉินหลง แอ็คชั่นคอเมดี้ผลงานของผู้กำกับ “เดวิด ซุย เหว่ยชาง” นำแสดงโดย “เจย์ซี ชาน” (ลูกชายเฉินหลง), “เซียะหยู” ,“เจสสิก้า ซี”, “เฉินให้เทียน” กำหนดฉายเข้าฉาย 31 มกราคม 2556

เรื่องราวเกิดจาก ภาพวาดสมบัติของประเทศอายุ 400 ปีถูกนำออกแสดงเป็นครั้งแรกในไทเป เจ ผู้รักษาความปลอดภัยของภาพวาด กำลังวุ่นวายอยู่กับการจัดงาน และกำลังเซ็งกับนักท่อง เที่ยวจากปักกิ่ง โอเชี่ยน ซึ่งโอเชี่ยนเองทำงานเป็นหน่วยรักษาความปลอดภัยเข่นกันได้รับรางวัลแรฟเฟิลและได้มาทัวร์ที่ไต้หวัน ตอนที่เขาไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ เขาเป็นพยานคนเดียวที่เห็นการจารกรรมภาพวาดโดยหัวหน้าแก๊งค์ข้ามชาติ ซี เจบังคับให้โอเชี่ยนมาร่วมทีมกับเขาไปเอาภาพวาดกลับคืนมา ระหว่างทางทั้งสองคนขัดแย้งกันตลอด แต่ในที่สุดต่างก็ยอมรับความต่างและทำงานร่วมกันเป็นทีม หลังจากรู้ว่าภาพวาดอยู่ในกระเป๋าบนรถทัวร์ของโอเชี่ยน เจและโอเชี่ยนไล่ตามรถบัสและได้ปะทะกับนักฆ่าสาวของซี วีและเอ็ม การต่อสู่บนไฮเวย์จึงเกิดขึ้นด้วยความช่วยเหลือจากสาวสวย แมสคอทในวัดและหัวหน้าแก๊งค์ท้องถิ่น วู ทั้งสองคนหาที่ตั้งของซีได้.ซึ่งใกล้อ่าวเกาเซียง การต่อสู้ครั้งสุดท้ายเกิดขึ้น ก่อนที่เรือของซีจะมาถึงและเอาภาพวาดจากไปชั่วนิรันดร์

ผู้กำกับ “เดวิด ซุยเหว่ยชาง” เกิดในปี 1976 ใน เมืองฉางฮุย ไต้หวัน เติบโตในครอบครัวนักธุรกิจโรงภาพยนตร์ เหมือนกับเด็กๆในหนังอมตะเรื่อง “Cinema Paradiso” ความใฝ่ฝันในการทำหนังของเขาเริ่มต้นนับตั้งแต่นั้น และเริ่มเรียนด้านถ่ายภาพยนตร์ตั้งแต่อายุ 13 ปี เมื่อครอบครัวของเขาอพยพไปยังแวนคูเวอร์ แคนาดา อายุ 14 เขาก็ได้รางวัลด้านภาพยนตร์ครั้งแรกในโรงเรียน พอ 15 ก็ได้กำกับภาพยนตร์เรื่องแรกในชีวิต “Cinderella 93” ในปี 1998 เขาได้เข้าเรียนที่ University of British Columbia เอกภาพยนตร์และภาษาฝรั่งเศส ภาพยนตร์สั้นเรื่อง “Quest for Fire” ทำให้เขาได้ทุนเรียนฟรีและขายให้กับโทรทัศน์ท้องถิ่น หลังสำเร็จการศึกษา เขาได้ทำงานในโรงละครเป็นเวลา 3 ปี และได้ร่วมงานกับ Brightlight Pictures ในตำแหน่ง ผู้ควบคุม Post Production ชางกลับมาไต้หวันปี 2004 และเริ่มงานภาพยนตร์เรื่อง 1st AD ทันที พรสวรรค์และความเป็นมืออาชีพทำให้เขามีโอกาสได้ทำงานใหญ่ๆ กับฉีเคอะ และหว่องกาไว เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับความฝันของเขาในการกำกับภาพยนตร์ เขาตัดสินใจเรียนการแสดงกับนักแสดงและผู้สร้างภาพยนตร์ในตำนาน อย่าง ซิลเวีย จาง และได้ร่วมงานกับ หลี่ซินเจี๋ย ปี 2010 ชางได้แสดงในภาพยนตร์ของซิลเวียเรื่อง 10+10 ด้วยประสบการณ์ด้านการแสดงทำให้เขารู้วิธีการที่จะกำกับการแสดง และเริ่มทำงานทั้งสองด้านไปพร้อมๆ กัน

ข้อความจาก ผู้กำกับ “ผมได้ทำงานเป็นผู้ช่วยผู้กำกับในไต้หวันมา 7 ปี ผมได้เรียน รู้ทักษะหลายๆด้าน จากผู้กำกับและเข้าใจถึงองค์ประกอบที่จำเป็นในหนัง เพราะการเปิดการท่องเที่ยวระหว่างจีนและไต้หวันเมื่อหลายปีก่อน Double Trouble จึงได้รับการพัฒนาขึ้นครับ ความตลกในสถาน- การณ์ที่เกิดจากความแตกต่างทางวัฒนธรรมระหว่างจีนและไต้หวัน ที่แม้ว่าจะพูดภาษาจีนกลางเหมือนกัน การแยกกันนับสิบปี การใช้ภาษาก็เลยแตกต่างกันไปครับ ซึ่งความแตกต่างนี้ก็นำมาซึ่งเสียงหัวเราะ แต่ความจริงแล้ว การสร้างความสนุกจากความแตกต่างทางวัฒนธรรมไม่ใช่เรื่องหลักของหนังเรื่องนี้หรอกครับ แต่ที่เราต้องการเน้นคือ “มิตรภาพ” และ “ความเป็นพี่น้อง” ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้ในสถานการณ์ที่แตกต่างกันและท่ามกลางผู้คนที่ไม่มีความคล้ายคลึงกัน หนังแอ็คชั่นและตลกเป็นแนวหนังที่ผมชอบมาตั้งแต่เด็ก เพื่อที่จะได้เล่าเรื่องทำนองนี้ จึงเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นและผมมั่นใจว่า งานหนังเรื่องนี้จะเป็นเรื่องที่ดีซึ่งจะสร้างเสียงหัวเราะกับผู้ชมได้ ได้รับแรงบันดาลใจจาก “Rush Hour” ผมจำโปสเตอร์หนังเรื่องนี้ได้พร้อมคำโปรย “มือที่เร็วที่สุดจากตะวันออกพบกับปากที่ไวที่สุดจากตะวันตก”ใน Double Trouble นักแสดงนำทั้งสองคนต่างก็เป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยแต่คนหนึ่งมาจากปักกิ่ง อีกคนมาจากไทเป สภาพการณ์ของทั้งสองคนแตกต่างกัน และวิธีการจัดการกับปัญหาก็แตกต่างกันด้วย เมื่อโอเชี่ยนหนุ่มวัยกลางคนที่มาจากปักกิ่งมาพบกับหนุ่มน้อยเจที่มาจากไทเป พวกเขาไม่ชอบหน้ากันแต่แรก แต่พวกเขาถูกบังคับให้ช่วยเหลือและนำสมบัติของชาติกลับมา แม้ว่าแนวคิดของหนังอาจจะเป็นแบบไฮและน่าขำ แต่ในเวลาเดียวกัน เราก็สามารถสรุปได้ว่า “แม้ว่าเราจะต่างกันอย่างมาก แต่เราก็มีรากวัฒนธรรมเดียวกัน” ความหวังของผมอีกเรื่อง คือ ใครก็ตามที่เกิดในไต้หวัน ผมอยากให้หนังเรื่องนี้ช่วยส่งเสริมให้คนมาเที่ยวไต้หวัน และส่งเสริมความสวยงามของวัฒนธรรมไต้หวัน”

Double Trouble “พ่อสั่งมาฟัด” นำแสดงโดย “เจซี ชาน” เกิดในลอสแองเจลิส เมื่อปี 1982 เจซี ชานเป็นลูกชายคนเดียวของนักแสดงระดับตำนานอย่างเฉินหลง และ เจน หลิน เขาย้ายมาฮ่องกงใน ปี2003 เพื่อสานต่อธุรกิจของครอบครัว ได้เริ่มงานแสดงภาพยนตร์ครั้งแรกคือ “Twins Effects II” นับจากนั้นเขาก็มีโอกาสร่วมงานกับผู้กำกับชั้นนำหลายท่าน อาทิ ดีเร็ค ยี, เจียง เหวิน, เบนนี่ ชาน และเจฟฟ์ หลิว รวมไปถึงการได้ร่วมงานกับผู้กำกับหน้าใหม่อย่าง เคนเนธ บี, บาบาร่า หว่อง, แฟรนท์ เกียว, หลี่หยาง และเดวิด ชาง เขาได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการเป็นนักแสดง อย่างเช่นหนังแอ็คชั่นเรื่อง Invisible Target หนังดราม่า เรื่อง Break Up Club และหนังอาร์ตอย่าง The Sun Also Rises เขายังเป็นนักร้องและนักแต่งเพลงที่มีความสามารถโดยออกอัลบั้มแรกใน ปี 2004

“เซียะหยู” เกิดในเมืองชิงเต้น ปี 1976 เริ่มงานแสดงครั้งแรกในหนังของเจียงเหวินเรื่อง In the Heat of the Sun และนั่นทำให้เขาเป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติ ตอนอายุ 17 เขาเป็นนักแสดงอายุน้อยที่สุดที่ได้รับรางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมจากเทศกาลภาพยนตร์เวนิส จากความสำเร็จนี้เขาจึงได้เข้าเรียนโรงเรียนการแสดงที่มีชื่อเสียงในปักกิ่ง ปี 2004 เขาเป็นตัวแทนของคนรุ่นใหม่ในภาพยนตร์แนวโรแมนติคคอมเมดี้ของเต้ยาน อึ้ง เรื่อง Waiting Alone และได้รับรางวัลนักแสดงนำยอดเยี่ยมจากเทศกาลภาพยนตร์นักศึกษามหาวิทยาลัยปักกิ่ง , “เจสสิก้า ซี” เกิดในชิคาโก ปี 1988 เจสสิก้า เป็นนางแบบแถวหน้าทั้งในฮ่องกงและลอสแองเจลิส ผลงานการแสดงเรื่องแรกคือ Beach Spike ซึ่งเป็นเรื่องราวของนักวอลเลย์บอล ในเรื่อง “Double Trouble” เธอได้แสดงความสามารถในการเล่นตลกและแสดงฉากต่อสู้และ “เฉินให้เทียน” เป็นนักแสดงตลกมานานนับสิบปี หลังจากที่เข้าทดสอบการแสดงโชว์ในรายการโทรทัศน์เมื่อ ปี 2006 เขาได้รับคะแนนโหวตจากผู้ชมทางบ้านมากที่สุดและได้เซ็นสัญญาที่จะแสดงประจำในรายการตลกทางโทรทัศน์รายการหนึ่ง เอกลักษณ์ของเขาคือสามารถเลียนแบบนักการเมืองและคนมีชื่อเสียงได้ ทำให้มีแฟนคลับเป็นกลุ่มวัยรุ่นมากมาย เฉินเริ่มงานภาพยนตร์ครั้งแรกในหนังแนวแก๊งสเตอร์ เรื่อง “Monga”

ผลงานหนังเรื่องล่าสุด โดยผู้กำกับ “เดวิด ซุยเหว่ยชาง” นำแสดงโดย “เจซี ชาน” (ลูกชายเฉินหลง), “เซียะหยู” ,“เจสสิก้า ซี”, “เฉินให้เทียน” แอ็คชั่นคอเมดี้ ที่ ฮา ตั้งแต่ต้นจนจบโดยทีมพากย์ “พันธมิตร” กำหนดเข้าฉาย 31 มกราคม 2556 ในโรงภาพยนตร์

ข่าวที่เกี่ยวข้อง