สพฉ. สรุปอุบัติเหตุช่วงเทศกาลสงกรานต์ พบ 5 ปี คนไทยตายจากอุบัติเหตุช่วงสงกรานต์มากถึงร้อยละ8.5พบวันที่ 13 เม.ย. เป็นวันที่เกิดอุบัติมากที่สุด

ข่าวทั่วไป Friday April 19, 2013 16:57 —ThaiPR.net

กรุงเทพฯ--19 เม.ย.--สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ สพฉ. สรุปอุบัติเหตุช่วงเทศกาลสงกรานต์ พบ 5 ปี คนไทยตายจากอุบัติเหตุช่วงสงกรานต์มากถึงร้อยละ8.5พบวันที่ 13 เม.ย. เป็นวันที่เกิดอุบัติมากที่สุด ภาคอีสานครองแชมป์อุบัติเหตุสูงสุด ชี้เตรียมพัฒนามาตรฐานการช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉินให้ครอบคลุมและทันกาล นพ.อนุชา เศรษฐเสถียร เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) สรุปยอดของการเข้ารับบริการสายด่วน 1669 ในรอบ 7 วันอันตรายในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมาว่าวันที่เกิดอุบัติเหตุและประชาชนใช้บริการผ่านสายด่วน 1669 มากที่สุดคือวันที่ 13 เมษายน และในวันสุดท้ายของระยะเวลา 7 วันอันตรายคือวันที่ 18 เมษายนนั้นพบว่าเวลาเกิดอุบัติเหตุมากที่สุดคือเวลา 16.00 น.- 18.00 น.และพื้นที่ที่เกิดอุบัติเหตุจากมากที่สุดคือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคเหนือและภาคใต้ ตามลำดับทั้งนี้จากข้อสังเกตพบว่าผู้บาดเจ็บส่วนใหญ่ยังมารับการรักษาโดยญาติ หรือผู้พบเหตุ ซึ่งประเด็นนี้ในอนาคต สพฉ.จะต้องมีการรณรงค์และเร่งประชาสัมพันธ์ต่อไป เนื่องจากการได้รับการช่วยเหลือโดยผู้ปฏิบัติการทางการแพทย์ฉุกเฉินผ่านสายด่วน 1669 จะทำให้ผู้ป่วยฉุกเฉินมีโอกาสรอดและปลอดภัยมากกว่า “แม้ปีนี้เทศกาลสงกรานต์จะมีสถิติการเกิดอุบัติเหตุและผู้บาดเจ็บลดลง แต่เมื่อเทียบสถิติทั้งหมด 5 ปี ตั้งแต่ปี 2551-2555 พบว่ามีผู้เสียชีวิตในเทศกาลสงกรานต์กว่า1,693 คน จากตัวเลขผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทั้งหมดที่รวบรวมโดยศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน19,891 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 8.5 ของผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทั้งหมดซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงมาก ดังนั้นในอนาคตจะต้องมีการรณรงค์และหาแนวทางในการแก้ปัญหาต่อไป ซึ่งในส่วนของ สพฉ.เองก็จะเร่งประชาสัมพันธ์สายด่วน 1669 และพัฒนามาตรฐานการช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉินภายใน 8 นาทีให้ได้มากที่สุด รวมทั้งจะเร่งขยายหน่วยกู้ชีพให้มีความครอบคลุมในแต่ละพื้นที่มากขึ้นด้วย” นพ.อนุชากล่าว เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) กล่าวต่ออีกว่า สำหรับสถานะของผู้บาดเจ็บนั้นพบว่าเป็นผู้ขับขี่ยวดยานพาหนะเองร้อยละ 65.8 ผู้โดยสารร้อยละ 28.9 และผู้เดินเท้าร้อยละ 4.4 ส่วนพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุมากที่สุดคือรถจักรยานยนต์ คิดเป็นร้อยละ 78.71รถปิคอัพร้อยละ11.80 เปอร์เซ็นต์ และรถเก๋งร้อยละ 4.24 ซึ่งในจำนวนของผู้ที่ได้รับอุบติเหตุนี้พบว่ามีผู้สวมหมวกนิรภัยเพียงแค่ร้อยละ9.1และมีผู้คาดเข็มขัดนิรภัยเพียงร้อยละ1.8 และดื่มสุราร้อยละ 39.11

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ