“สมพงศ์ ไชยวรรณ” ผู้ได้รับรางวัลเสาเสมาธรรมจักร ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา สาขาส่งเสริมกิจการสงฆ์ ปี ๒๕๕๗

ข่าวทั่วไป Monday May 12, 2014 11:35 —ThaiPR.net

กรุงเทพฯ--12 พ.ค.--กระทรวงวัฒนธรรม “สมพงศ์ ไชยวรรณ” ผู้ได้รับรางวัลเสาเสมาธรรมจักรทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา สาขาส่งเสริมกิจการสงฆ์ ปี ๒๕๕๗ความภาคภูมิใจ เกียติยศสูงสุด ต่อตนเองและครอบครัว รางวัลเสาเสมาธรรมจักร เปรียบเสมือนรางวัลแห่งเกียรติยศสูงสุดที่คณะกรรมการฝ่ายคัดเลือกพิจารณามอบให้แก่บุคคลหรือหน่วยงานที่ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา เพื่อส่งเสริมยกย่องคุณความดีและประกาศเกียรติคุณแด่บุคคล องค์กร และหน่วยงานที่บำเพ็ญประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนาให้ปรากฏแก่พุทธศาสนิกชน อีกทั้งเป็นแบบอย่างแก่สังคมและเยาวชนของชาติ เป็นเกียรติ เป็นกำลังใจในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาสืบต่อไป ซึ่งบุคคลหรือองค์กรที่ได้รับรางวัลพระราชทานเสาเสมาธรรมจักร พร้อมด้วยประกาศเกียรติคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารีนั้นจะมีสิทธิ์เพียงครั้งเดียว เพราะถือว่าเป็นรางวัลทรงเกียรติสูงสุดในชีวิต โดยรางวัลเสาเสมาธรรมจักรถูกสร้างจากวัสดุธรรมดาทั่วไป เป็นรูปกงล้อธรรมจักรประดิษฐานบนเสากลม ภายใต้แนวคิดว่าที่ว่าพระธรรมจักรเป็นเครื่องหมายแห่งการประกาศพระพุทธศาสนาและผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนาก็ได้ชื่อว่าเป็นเสาหลักของพระพุทธศาสนานับได้ว่าเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการช่วยจรรโลงพระพุทธศาสนาดำรงไว้ซึ่งคุณธรรมจริยธรรมที่ดีงาม อีกทั้งยังช่วยเผยแผ่พระพุทธศาสนาให้ไพศาลยิ่งๆ ขึ้นไป ปัจจุบันพิธีพระราชทานรางวัลเสาเสมาธรรมจักรจะถูกจัดขึ้น ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ในช่วงงานสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา เนื่องในเทศกาลวิสาขบูชาเป็นประจำทุกปี โดยมีสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นองค์ประธานในพิธีพระราชทานรางวัลเสาเสมาธรรมจักรแด่ผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา ซึ่งหลักเกณฑ์คัดเลือกผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนาเริ่มมาตั้งแต่ปี 2525 เป็นปีแรกและ ปี 2527 เป็นปีที่มีการก่อตั้งศูนย์ส่งเสริมพระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทยสืบต่อมาจนถึงปัจจุบัน สำหรับการคัดเลือก กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมการศาสนา เป็นหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบในการคัดเลือกผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา เนื่องจากเล็งเห็นความสำคัญถึงผู้ทำคุณประโยชน์เป็นผู้ที่เสียสละทั้งกำลังกาย กำลังสติปัญญากำลังทรัพย์และเวลาอันมีคุณค่าเพื่อทำนุบำรุง ส่งเสริม สนับสนุนกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา จนมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ ซึ่งบุคคล องค์กรหรือหน่วยงานนั้น ย่อมได้ชื่อว่านำเอาคุณธรรมมาใช้ในการดำเนินชีวิตสามารถเป็นแบบอย่างที่น่ายกย่องคุณความดีด้วยการประกาศเกียรติคุณต่อพุทธศาสนิกชนและสาธารณชน รางวัลเสาเสมาธรรมจักรได้แบ่งประเภทการคัดเลือกออกเป็น 10 ประเภท และในปี 2557 มีบุคคล หน่วยงานได้รับรางวัลสาเสมาธรรมจักรทั้งหมด 125 รูป/คน/แห่ง จาก 10 ประเภท แบ่งเป็น บรรพชิต 49 รูป ฆราวาส 67 คน และหน่วยงาน 9 แห่ง คือ ประเภทส่งเสริมการศึกษาพระพุทธศาสนา จำนวน 15 คน/รูป ประเภทการศึกษาสงเคราะห์ จำนวน 9 คน/รูป ประเภทส่งเสริมการเผยแผ่พระพุทธศาสนา 28 คน/รูป ประเภทส่งเสริมการปฏิบัติธรรม จำนวน 12 คน/รูป ประเภทส่งเสริมกิจการคณะสงฆ์ จำนวน 26 คน/รูป ประเภทสงเคราะห์ประชาชนและส่งเสริมการพัฒนาชุมชนโดยใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา จำนวน 10 คน/รูป ประเภทส่งเสริมและอนุรักษ์วัฒนธรรมมรดกไทยทางพระพุทธศาสนา จำนวน 3 รูป ประเภทสมาคม องค์กร มูลนิธิ สถาบัน และหน่วยงานที่มีกิจกรรมส่งเสริมพระพุทธศาสนา จำนวน 9 แห่ง ประเภทผู้ประกอบอาชีพที่มีคุณธรรมและส่งเสริมพระพุทธศาสนา จำนวน 13 คน และประเภทสื่อมวลชนที่ส่งเสริมพระพุทธศาสนา ในปีนี้ไม่มีผู้ผ่านเกณฑ์การคัดเลือก สำหรับหนึ่งในผู้ได้รับรางวัลแห่งความภาคภูมิใจ และเกียรติยศสูงสุด ในปี 2557 นี้ คือ นายสมพงศ์ ไชยวรรณ ปัจจุบันอายุ 72 ปี ผู้ที่ได้รับรางวัลด้านประเภทส่งเสริมกิจการคณะสงฆ์ ในจังหวัดยะลา จังหวัดที่มีผู้นับถือทั้งศาสนา พุทธ คริสต์ และอิสลาม อีกทั้งเป็นจังหวัดที่บุคคลภายนอกมองว่ามีความเสี่ยงด้านชีวิตและทรัพย์สิน โดยมีผลงานที่โดดเด่นเป็นแบบอย่างแก่เด็ก เยาวชน และประชาชน มีความซื่อสัตย์ สุจริตจนเป็นไว้วางใจจาก คณะสงฆ์ในจังหวัดยะลา จึงได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ดูแลปัจจัยที่ญาติโยมนำมาถวายการพัฒนาพระพุทธศาสนา บูรณะศาสนสถาน อีกทั้งยังเป็นผู้ที่อุทิตตนเพื่อสังคม เช่น นำข้าวปลาอาหาร น้ำดื่ม ไปถวายวัดในในถิ่นทุรกันดารและผู้ที่ประสบเหตุการณ์ไม่สงบในจังหวัดชายแดนได้ เป็นต้น นายสมพงศ์ ไชยวรรณ กล่าวว่า ตนมีความภาคภูมิใจที่ได้รับการคัดเลือกเป็นผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนาในครั้งนี้ถือได้ว่าเป็นความภาคภูมิใจ และเป็นเกียติยศต่อตนเองและครอบครัวเป็นอย่างยิ่ง แม้จะเป็นข้าราชการที่เกษียณอายุราชการแล้วก็ยังมีหน่วยงานภาครัฐ เอกชน เห็นถึงความสำคัญ ซึ่งในปัจจุบันก็อายุก็มากแล้ว มีบุตรตรี 3 คน รับราชการเป็นพยาบาล 2 คนที่เหลือประกอบธุรกิจส่วนตัว โดยหลังเกษียณในตำแหน่งในหน่วยงานกรมสรรพสามิตแล้ว ตนก็มีหลักการในการดำเนินชีวิตเพื่อประโยชน์ต่อสังคม ทั้งงานสาธารณกุศล และราชการอื่นๆ เช่น งานตำแหน่งเลขาธิการพุทธสมาคมจังหวัดยะลา ไวยาวัจกร ที่วัดเมืองยะลา และกรรมการต่างในหน่วยงานต่าง ๆ การทำงานด้านพระพุทธศาสนาในจังหวัดยะลาทุกคน เห็นว่าเป็นเรื่องยาก ซับซ้อน อาจเพราะมีผู้คนส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม นับถือศาสนาพุทธเพียง 20 เปอร์เซ็นต์ และข่าวที่ออกสู่สังคมที่รับทราบกันอยู่ในขณะนี้คิดว่ารุนแรง แต่ที่จริงแล้วไม่รุนแรงอย่างที่ปรากฏตามสื่อต่างๆ สำหรับตนไม่มีปัญหาแต่ประการใดเพราะคิดว่า ทุกศาสนาล้วนแต่สอนให้คนทำความดี มีคุณธรรมจริยธรรม อีกทั้งคนในพื้นที่ที่มีการนับถือศาสนาทั้งศาสนาพุทธ คริสต์ และอิสลาม ก็แล้วแต่มีความเข้าใจกันดีต่อกัน ดังจะเห็นได้จากการที่จัดอบรมค่ายศาสนิกสัมพันธ์ และการได้ไปร่วมกับผู้นำทั้ง 3 ศาสนาลงไปเยี่ยมเยือนประชาชนที่ชุมชน และศาสนสถานต่างๆ เพื่อมอบข้าวปลา อาหาร แก่ผู้ประสบเหตุการณ์ความไม่สงบและภัยพิบัติต่างๆ รวมทั้งการได้มีส่วนร่วมบูรณะซ่อมแซมบ้านเรือน ศาสนสถาน ทุกคนล้วนแต่มีความเอื้ออาธรและช่วยเหลือซึ่งกันและกันเป็นอย่างดี สิ่งที่ต้องการฝากเป็นข้อคิดและสิ่งที่น่าเป็นห่วงในปัจจุบันคือ คนเข้าวัดน้อยลงทุกวัน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนที่ส่วนมากหันไปเล่นเกม ติดเพื่อน ซึ่งในตรงจุดนี้เราต้องร่วมกันทุกฝ่ายโดยเฉพาะครอบครัว และสถานศึกษา ต้องให้เห็นความสำคัญตรงจุดนี้และเข้ามามีส่วนร่วมในการบูรณาการอย่างจริงจัง เพราะการเข้าวัดจะช่วยกล่อมเกลาทางจิตใจ ฝึกสมาธิ ลด ละ เลิก กิเลส แม้จะเป็นเรื่องยากแต่ทุกคนต้องไม่ท้อ ต้องขอขอบคุณคณะกรรมการคัดเลือกฯ โดยเฉพาะกระทรวงวัฒนธรรม กรมการศาสนา ที่ให้ความสำคัญกับพระคุณเจ้า บุคคล และหน่วยงาน ด้านศาสนา ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในสามสถาบันที่ประเทศไทยขาดไม่ได้ ทั้งนี้ เนื่องในวันวิสาขบูชาเป็นวันสำคัญยิ่งทางพระพุทธศาสนาเพราะเป็นวันคล้ายวันประสูติ ตรัสรู้ และเสด็จดับขันธปรินิพพานขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมมาพุทธเจ้า และเป็นวันที่องค์กรสหประชาชาติได้ประกาศให้เป็นวันวิสาขบูชาเป็นวันสำคัญสากล กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ และองค์กรทางพระพุทธศาสนา จัดงานสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา เนื่องในเทศกาลวิสาขบูชา ประจำปี 2557 ในระหว่างวันที่ 11 - 17 พฤษภาคม 2557 ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค โดยส่วนกลางจะจัดขึ้น ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง มีกิจกรรมต่างๆ อาทิ กิจกรรมส่งเสริมศีลธรรมสำหรับเด็กและเยาวชน ได้แก่ การสวดมนต์หมู่สรรเสริญพระรัตนตรัย ทำนองสรภัญญะ การตอบปัญหาธรรมะ กิจกรรมส่งเสริมการปฏิบัติธรรม ได้แก่ ทำบุญตักบาตร ฟังธรรมพระเทศนา เวียนเทียน กิจกรรมธรรมะสู่คนทั้งมวล กิจกรรมไหว้พระ 9 วัด ทางเรือและทางรถยนต์ และในส่วนภูมิภาคโดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดทุกจังหวัด มีกิจกรรมที่น่าสนใจ อาทิ ท่องเที่ยวเส้นทางแสวงบุญทั้ง 6 ภาค 15 เส้นทาง 76 จังหวัด 146 วัด จึงขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนทุกท่านร่วมประดับธงชาติและธงธรรมจักร แต่งกายชุดขาว บำเพ็ญทาน รักษาศีล เจริญจิตรภาวนา น้อมนำหลักธรรมมาปฏิบัติถวายเป็นพุทธบูชา เพื่อเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนในการสืบทอดและทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา อันจะทำให้เกิดความมั่นคงยั่งยืน จะเป็นการสร้างรากฐานคุณธรรมให้สังคมไทยสืบไป สอบถามรายละเอียดได้ที่ กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม www.dra.go.th โทร. 0 2422 8816,0 2422 8813 และสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดทุกจังหวัด แหล่งข่าว : นายฐปนัท วงศ์ศานติบูรณ์ และนางสาวสิรินยา เนาวกูล กลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ภาพประกอบ : ศูนย์ข้อมูลกลางทางวัฒนธรรม สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดยะลา ประวัติโดยย่อ นายสมพงษ์ ไชยวรรณ เกิดเมื่อวันที่ ๗ พฤศจิกายน ๒๔๘๔ อยู่บ้านเลขที่ ๓๖ ซอยรักษา ถนนผังเมือง ๑ ตำบล สะเตง อำเภอเมือง จังหวัดยะลา นายสมพง ไชยวรรณ ศึกษาสูงสุด มัธยมศึกษาปีที ๖ ได้รับคัดเลือกเป็นพ่อตัวอย่างแห่งชาติ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๔ และนายสมพง ไชยวรรณ ยังปฏิบัติงานช่วยเหลือราชการในด้านต่าง ๆ จนได้รับประกาศเกียรติคุณมากมาย เช่น ประกาศเกียรติคุณ “ผู้ปฏิบัติหน้าที่ราชการด้วยความรู้ความสามารถสนองตอบต่อยุทธศาสตร์การปฏิบัติราชการของจังหวัดยะลา” ได้รับคัดเลือกให้เป็น “ตัวแทนอาสาสมัครพระพุทธศาสนาประจำจังหวัดยะลา ประจำปี ๒๕๔๗, ได้รับคัดเลือกเป็นไวยาวัจกร ของวัดเมืองยะลา และ ได้ผ่านการอบรมหลักสูตรมัคนายก รุ่นที่ ๑ “โครงการกล้ารวี” ของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค ๔ ส่วนหน้า


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ