ข่าวอินโฟเควสท์
18:09 นายกฯ ติดตามปฏิบัติการฝนหลวงลดฝุ่นเมืองกรุง ลุ้นฝนตกช่วงค่ำวันนี้   นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โ…
17:46 สธ. เร่งสร้างความรู้ประชาชนป้องกันและทันสถานการณ์ต่อ"ภัยสุขภาพจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5"   นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่า…
17:15 จีนเผยบริษัทเอกชนเข้าจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหุ้น NEEQ เพิ่มขึ้น 8 แห่ง   ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศจีน (NEEQ) หรือที่รู้จักกันในนามตลาดหลักทรัพย์แ…
17:10 เครือข่าย 2 ล้อเดินสายร่อนหนังสือไป ทษช.ช่วยแก้ปัญหากม.จราจรล้าสมัย,ขึ้นสะพาน-ลอดอุโมงค์ได้   เครือข่ายผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์แห่งประเทศไทย โดยก…
17:05 เครือข่ายผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ฯร้อง ปชป.ช่วยแก้ปัญหาเดือดร้อนจากกม.ล้าสมัย   เครือข่ายผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์แห่งประเทศไทย ประมาณ 30 คน นำโดย น…

GPSC ได้รับเชิญให้เข้าร่วม G-20Y Summit 2015 ณ ประเทศฝรั่งเศส ร่วมเสนอแนวทาง World Energy Markets

ข่าวเศรษฐกิจ ThaiPR.net -- อังคารที่ 6 ตุลาคม 2558 15:20:05 น.
กรุงเทพฯ--6 ต.ค.--124 คอมมิวนิเคชั่นส คอนซัลติ้ง

นายนพดล ปิ่นสุภา อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC ในฐานะตัวแทนกลุ่ม ปตท. เข้าร่วมการประชุมสัมมนาผู้บริหารระดับสูง G-20Y Summit 2015 ณ ประเทศฝรั่งเศส ซึ่ง GPSC เป็นเพียงองค์กรเดียวจากตัวแทน 90 คนที่ได้รับเชิญมาจากประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยการประชุม G-20Y Summit เป็นเวทีที่ผู้บริหารร่วมหารือแลกเปลี่ยนในประเด็นหลักที่มีความสำคัญและมีผลกระทบต่ออนาคตของโลก รวมถึงประเด็นตลาดพลังงาน และจัดทำข้อเสนอไปยังองค์กรระหว่างประเทศที่มีบทบาทสำคัญในเวทีโลก ไม่ว่าจะเป็น IMF, World Bank, UN, OECD และองค์กรอื่นๆ โดย นายนพดล กล่าวว่า จากการเข้าร่วมประชุมสัมมนาในครั้งนี้มั่นใจในแนวทางการดำเนินธุรกิจของ GPSC ในเรื่องการลงทุนในบริษัทที่พัฒนาการกักเก็บพลังงานไฟฟ้าในรูปแบบแบตเตอรี่ ที่อยู่ระหว่างดำเนินการวิจัยและพัฒนา อยู่ในทิศทางของ World Mega Trends ที่ทั่วโลกกำลังให้ความสำคัญอย่างมาก โดยได้เข้าร่วมลงทุนกับ 24M Technology Inc. ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งประกอบธุรกิจหลักในการวิจัยและพัฒนาแบตเตอรี่ประเภทลิเทียม-ไอออน (Lithium-Ion) ด้วยเทคโนโลยีการผลิตใหม่ เพื่อดำเนินธุรกิจระบบกักเก็บพลังงานไฟฟ้าและแบตเตอรี่ ซึ่งจะสามารถตอบโจทย์ความต้องการในการใช้ไฟฟ้าของโลกที่มีความหลากหลายมากขึ้น ทั้งการเพิ่ม Reliability ในภาคอุตสาหกรรม การตอบสนองความต้องการใช้พลังงานของภาคครัวเรือน การเพิ่มเสถียรภาพของระบบส่งไฟฟ้า อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมการเข้าถึงพลังงาน และจะช่วยยกระดับมาตรฐานชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นให้กับประชากรโลกได้ และยังมีส่วนช่วยสนับสนุนการใช้ทรัพยากรและพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดอีกด้วย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง