ASIAN คาดทั้งปีกำไร160-200 ล้านบาทหลัง Q3/58 กำไรพุ่ง เหตุยอดขายเพิ่มจากการปรับ กลยุทธ์องค์กร-ค่าเงินดอลล่าร์หนุน

ข่าวหุ้น-การเงิน Tuesday November 10, 2015 15:39 —ThaiPR.net

กรุงเทพฯ--10 พ.ย.--IR PLUS บมจ.ห้องเย็นเอเชี่ยน ซีฟู้ด หรือ ASIAN พลิกกลับมามีกำไรต่อเนื่อง Q3/58 กำไรพุ่ง 270 เปอร์เซ็นต์ จากปีก่อน Q3/57 ส่วนกำไรสุทธิงวด 9 เดือน 132 ล้าน บวกเพิ่มกว่า 123 เปอร์เซ็นต์ จากงวดเดียวกันปีก่อน "สมศักดิ์ อมรรัตนชัยกุล" ลั่นทั้งปีกำไร 160-200 ล้านบาท เชื่อผ่านจุดต่ำสุดมาแล้วจากวิกฤตโรคตายด่วนในกุ้ง ประกอบกับปรับกลยุทธ์ทางธุรกิจเน้นผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่า และอาหารสัตว์เลี้ยงแบบเปียก พร้อมแง้มแผนธุรกิจปี 59 ลุยธุรกิจด้านอาหารพร้อมทานและธุรกิจเกี่ยวเนื่องคาดชัดเจนต้นปีหน้า นายสมศักดิ์ อมรรัตนชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทห้องเย็นเอเชี่ยน ซีฟู้ด จำกัด (มหาชน) หรือ ASIAN ผู้ประกอบธุรกิจผลิตภัณฑ์อาหารทะเลแช่เยือกแข็ง ผลิตภัณฑ์ทูน่าบรรจุกระป๋อง ผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์แบบเปียก (Wet Pet food) และผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์น้ำ เปิดเผยถึงผลประกอบการไตรมาส 3 สิ้นสุด ณ วันที่ 30 กันยายน 2558 ว่า บริษัทมีผลกำไรสุทธิสำหรับงวด 85 ล้านบาท เติบโตจากงวดเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 50 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราการเติบโตถึง 270 เปอร์เซ็นต์ สำหรับงวด 9 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2558 บริษัทมีกำไรสุทธิ 132 ล้านบาท จากงวดเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 30 ล้านบาทคิดเป็นการปรับเพิ่มขึ้นถึง 123 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ยอดขายไตรมาส 3 อยู่ที่ 2,345 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อนที่ยอดขาย 1,845 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 27 เปอร์เซ็นต์ หากเปรียบเทียบกับไตรมาส 2/2558 ที่มีรายได้ 1,646 ล้านบาท คิดเป็นอัตราเพิ่มขึ้น 42 เปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้ยอดขายที่เพิ่มขึ้นเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของยอดขาย ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ปลาแช่เยือกแข็ง ผลิตภัณฑ์ทูน่าบรรจุกระป๋อง และผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์แบบเปียก (Wet Pet food) ที่ปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากภาพรวมอุตสาหกรรมอาหารแช่แข็ง อาหารสัตว์น้ำ ขณะที่กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นมาจากยอดขายที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น อยู่ที่ระดับ 11.3 เปอร์เซ็นต์ รวมทั้งมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนจากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งตัว โดยมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 32 ล้านบาทใน ไตรมาส 3/2558 ทั้งนี้เป็นผลจากการปรับกลยุทธ์ทางธุรกิจ ด้วยการปรับปรุงกระบวนการผลิต ขยายกำลังการผลิตใน ไปยังกลุ่มผลิตอาหารปลา ผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่า และอาหารสัตว์เลี้ยงแบบเปียก โดยกลุ่มบริษัทเอเชี่ยน ตั้งเป้าจะสามารถมีผลกำไรสุทธิสำหรับปี 2558 ในระหว่าง 160-200 ล้านบาท ปัจจุบันกลุ่มบริษัทฯ อยู่ในระหว่างการจัดทำแผนกลยุทธ์ โดยเน้นแผนทั้งในกลุ่มธุรกิจอาหารแช่เยือกแข็ง ทูน่าบรรจุกระป๋อง อาหารสัตว์แบบเปียก อาหารสัตว์น้ำ ตลอดจนการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในกลุ่มอาหารและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับ ธุรกิจ ซึ่งคาดว่าจะเห็นความชัดเจนในต้นปี 2559 "ตั้งแต่เกิดภาวะโรคตายด่วนในกุ้งเมื่อปี 2556 ผลผลิตกุ้งในประเทศลดลงจากราว 600,000 ตันต่อปี ลงมาเหลือแค่ราว 200,000 ตัน ซึ่งส่งผลกระทบมากต่อบจก. เอเชี่ยน ฟีด ซึ่งเป็นธุรกิจอาหารสัตว์น้ำ จนเมื่อเราตัดสินใจลงทุนขยายการผลิต เพิ่มเครื่องจักรเพื่อผลิตผลิตภัณฑ์ในกลุ่มอาหารปลา ทำให้ยอดขายเพิ่มสูงขึ้น นอกจากนี้ ในบจก. เอเชี่ยน อะไลอันซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล ธุรกิจผลิตภัณฑ์ทูน่าบรรจุกระป๋อง หนึ่งในบริษัทในเครือที่มียอดขายสูงที่สุดในกลุ่มตอนนี้ เราก็ลงทุนในเครื่องจักร ตลอดจนด้านการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อขยายการผลิตไปในกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยงแบบเปียก ซึ่งในปีนี้ ยอดขายในกลุ่มนี้ขึ้นมาอยู่ในราว 50 % ของยอดขายรวมของบริษัท จากการปรับตัวของ ASIAN ส่งผลให้ผลประกอบการทั้งรายได้ กำไร เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ปีนี้คาดว่าจะเห็นกำไร 160-200 ล้านบาทได้ และในอนาคตระยะ1-2 ปีข้างหน้าเราจะกลับมาเทิร์นอะราวน์ต่อเนื่อง" นายสมศักดิ์กล่าว ด้าน นาย Rik Van Westendorp ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการเงิน บริษัทเอเชี่ยน ซีฟู้ด จำกัด (มหาชน) หรือ ASIAN ซึ่งเข้ามาเป็นผู้บริหารกลุ่มบริษัทเอเชี่ยนเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา กล่าวเสริมว่า วัตถุดิบ และผลิตภัณฑ์ของกลุ่มบริษัทเอเชี่ยนมีความหลากหลาย ซับซ้อนขึ้นมาก สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าในวงกว้างและครบวงจร ASIAN กำลังก้าวพ้นจากการเป็นผู้รับจ้างบรรจุ หรือแพ็คเกอร์ (packer) ไปเป็นผู้ร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์ (co-developer) ซึ่งต้องการระบบการบริหารงานและโครงสร้างการบริหารที่ทันสมัยมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตามบริษัทยังคงต้องใช้ระยะเวลาอีกพอสมควรในการปรับ ตัว ทั้งนี้การที่ผลประกอบการดีขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าบริษัท ได้ดำเนินกลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตามภาพรวมอุตสาหกรรมมีการแข่งขันที่เพิ่มสูงขึ้น ตลอดจนการที่ต่างประเทศเข้ามามีผลกระทบต่อตลาดภายในประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความกังวลต่อประเด็นเรื่องการพัฒนาอย่างยั่งยืนและการปฏิบัติต่อแรงงานใน อุตสาหกรรมประมง เป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญอีกประการหนึ่งต่อภาคอุตสาหกรรมนี้ กลุ่มบริษัทเอเชี่ยน มุ่งควบคุมคู่ค้า และกระบวนการภายใน เพื่อให้มั่นใจได้ว่า กลุ่มบริษัทฯปฏิบัติได้ถูกต้องสอดคล้องตามข้อเรียกร้อง หรือข้อกำหนดใหม่ ๆ ที่ถูกกำหนดขึ้นโดยภาครัฐ ลูกค้า และนโยบายของกลุ่มบริษัทเอเชี่ยน

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ