(ต่อ 1) บัวนา วิสต้า อินเตอร์เนชั่นแนล ภูมิใจเสนอภาพยนตร์วัยรุ่นแนวดราม่าเรื่อง crazy / beautiful

ข่าวทั่วไป Friday July 13, 2001 10:00 —ThaiPR.net

กรุงเทพฯ--13 ก.ค.--บัวนา วิสต้า อินเตอร์เนชั่นแนล
เกี่ยวกับนักแสดง
เคิร์สเตน ดันสต์ (Kirsten Dunst) ในบทนิโคล โอ๊คลีย์
เคิร์สเตน ดันสต์เป็นนักแสดงสาวรุ่นที่เคยร่วมงานกับดาราฮอลลีวู้ดที่เป็นที่ยอมรับของฮอลลีวู้ดมาแล้วหลายคน ไม่ว่าจะเป็นทอม ครู้ซ, ซูซาน ซาแรนดอน, นิค โนลเต้, เอลเลน บาร์กิ้น, จอร์จ คลูนีย์, วีโนน่า ไรเดอร์, โรเบิร์ต เดอ นีโร, ดัสติน ฮอฟฟ์แมน, แบร็ด พิตต์ และโรบิน วิลเลี่ยมส์
ดันสต์เกิดในพอยต์ พลีแซนต์, นิวเจอร์ซีย์ เธอเป็นนางแบบมาตั้งแต่เด็ก โดยอยู่ในสังกัดของไอลีน ฟอร์ด เอเจนซี่ และเริ่มต้นเข้าวงการบันเทิงตั้งแต่อายุเพียงแค่ 3 ขวบ โดยปรากฏตัวอยู่ในภาพยนตร์โฆษณาทางทีวี ดันสต์กระโดดหันมาจับงานแสดงภาพยนตร์จอเงินในปี 1989 โดยแสดงอยู่ในตอนหนึ่งของภาพยนตร์ของวูดี้ อัลเลนเรื่อง New York Stories ผลงานจากค่ายทัชสโตน พิคเจอร์ส จากนั้นเธอกับครอบครัวได้ย้ายมาอยู่ที่ลอสแอนเจลิส เพื่อหันมารับงานแสดงอย่างเต็มตัว
หลังจากนั้น ผลงานของดันสต์ได้รับทั้งคำชมจากนักวิจารณ์และความสำเร็จทางด้านรายได้ บทบาทที่สร้างชื่อให้กับดันสต์ก็คือการไปรับบทเป็นแวมไพร์เด็กที่พบกับชะตากรรมที่น่าสงสารในภาพยนตร์ทำเงินเรื่อง Interview with the Vampire ในปี 1994 ซึ่งตอนนั้นเธอมีอายุแค่ 11 ปีเท่านั้น
ในซัมเมอร์ปี 2000 ดันสต์แสดงนำในภาพยนตร์ทำเงินของยูนิเวอร์แซลเรื่อง Bring It On และภาพยนตร์ของมิราแม็กซ์เรื่อง Getting Over Allison รวมไปถึงผลงานของโซเฟีย ค็อปโปล่าเรื่อง The Virgin Suicides โดยประกบบทกับเจมส์ วู้ดส์ และแคธลีน เทอร์เนอร์
ผลงานเรื่องอื่นๆ ของดันสต์ได้แก่ภาพยนตร์ของนิวไลน์ซีนีม่าเรื่อง Drop Dead Gorgeous, Dick ที่ร่วมแสดงกับแดน เฮดาย่า, ภาพยนตร์ของแบร์รี่ เลวินสันที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์เรื่อง Wag the Dog, Little Women, Jumanji, Mother Night และ Small Soldiers ที่เธอร่วมแสดงกับ ฟิล ฮาร์ตแมน ผู้ล่วงลับไปแล้ว นอกจากนี้ ดันสต์ยังแสดงนำในภาพยนตร์ของโชว์ไทม์เรื่อง The Devil's Arithmetic ที่อำนวยการสร้างโดยดัสติน ฮอฟฟ์แมน และมิมี่ โรเจอร์ส
ผลงานการแสดงของดันสต์ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การแสดงภาพยนตร์จอเงินเท่านั้น เธอยังได้รับคำชมจากการไปรับบทรับเชิญในภาพยนตร์ดราม่าเรื่องฮิตของ NBC เรื่อง ER และยังแสดงนำในภาพยนตร์ของโชว์ไทม์เรื่อง The Outer Limits, Ruby Ridge: An American Tragedy ภาพยนตร์ทีวีของดิสนีย์เรื่อง Tower of Terror และผลงานของไลฟ์ไทม์เทเลวิชั่นเรื่อง 15 and Pregnant ซึ่งเป็นภาพยนตร์ประจำสัปดาห์ที่มีเรตติ้งสูงเป็นอันดับสองของสถานี
ดันสต์ยังได้รับเลือกให้ติดหนึ่งในคนที่สวยที่สุดในปี 1995 จากการจัดอันดับของนิตยสารพีเพิล และยังได้รับรางวัลเอ็มทีวีมูฟวี่อวอร์ด และรางวัลลูกโลกทองคำจากการไปรับบทแสดงในภาพยนตร์เรื่อง Interview with the Vampire
เธอยังมีส่วนร่วมในองค์กรเพื่อการกุศลต่างๆ อย่างเช่น The Pediatric AIDS Foundation และองค์กรอื่นๆ ที่ให้การช่วยเหลือเด็ก
เจย์ เฮอร์นันเดซ (Jay Hernandez) ในบทคาร์ลอส นูเนซ
เจย์ เฮอร์นันเดซเกิดและเติบโตในมอนเตเบลโล่, แคลิฟอร์เนีย ซึ่งอยู่ห่างจากย่านที่ตัวละครที่เขาแสดงในภาพยนตร์เรื่องนี้ไปทางตะวันออก
ผลงานการแสดงเรื่องแรกของเฮอร์นันเดซก็คือภาพยนตร์ของ NBC เรื่อง Hang Time ซึ่งเป็นภาพยนตร์ซิทคอมที่ยังคงออกอากาศในช่วงเช้าวันเสาร์ ติดตามมาด้วยผลงานของเอ็มทีวีเรื่อง Undressed อีกไม่นาน เขาจะมีผลงานออกสู่สายตาคนดูอีกครั้งในภาพยนตร์ของทัชสโตน พิคเจอร์สเรื่อง The Rookie ที่นำแสดงโดยเดนนิส เคว็ด
ในเวลาที่ว่างจากงานแสดง งานอดิเรกของเฮอร์นันเดซก็คือกีฬาและการอ่านหนังสือ เขายังคงอาศัยอยู่กับไอซิสและฮาเวียร์ พ่อแม่ของเขา รวมไปถึงไมเคิลและแกเบรียล พี่ชายของเขากับพี่สาวที่ชื่อว่า อามีเลีย
ลูซินด้า เจนนีย์ (Luciada Jenny) ในบทคอร์ตนีย์
ลูซินด้า เจนนีย์เคยร่วมแสดงในภาพยนตร์มาแล้วหลายเรื่อง ซึ่งมีผลงานทั้งทางด้านจอเงิน จอแก้ว และละครเวที ผลงานทางด้านจอเงินที่โด่งดังของเธอได้แก่ Thirteen Days, How to Kill Your Neighbor's Dog, Crime and Punishment in Suburbia, The Deep End of the Ocean, Practical Magic, What Dreams May Come, Mad City และ G.I. Jane เธอยังร่วมแสดงอยู่ในภาพยนตร์อินดี้เรื่อง Loved โดยประกบบทกับฌอน เพนน์ และโรบิน ไรต์ และยังเคยร่วมงานกับริดลีย์ สก็อตต์ในภาพยนตร์เรื่อง Thelma & Louise นอกจากนี้ ผลงานทางด้านจอเงินของเจนนีย์ได้แก่ Rain Man, Peggy Sue Got Married และ American Heart ซึ่งทำให้เธอได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล ไอเอฟพี สปิริตอวอร์ดในสาขาดาราสมทบหญิงยอดเยี่ยม ส่วนผลงานในอนาคต เจนนีย์ร่วมแสดงอยู่ในภาพยนตร์ของโคลัมเบีย ไทร์สตาร์เรื่อง The Mothman Prophesies โดยประกบบทกับริชาร์ด เกียร์
ผลงานทางด้านโทรทัศน์ เจนนีย์ร่วมแสดงอยู่ในภาพยนตร์ที่ได้รับคำชมและคว้ารางวัลของ HBO เรื่อง If These Walls Could Talk
ผลงานด้านละครเวทีของเจนนีย์ ได้แก่ Rosemary With Ginger ที่เดอะเม็ตเธียเตอร์, Aven U Boys ที่จอห์นเฮ้าส์แมนเธียเตอร์ และละครเวทีของสตรินด์เบิร์กเรื่อง Miss Julie ที่วิลเลี่ยมทาวน์ เธียเตอร์ เฟสติวัล
ทาริน แมนนิ่ง (Taryn Manning) ในบทแม็ดดี้
ทาริน แมนนิ่งเกิดและเติบโตในทัคสัน, อาริโซน่า ที่ซึ่งเธอเป็นดาวทางด้านกีฬาตั้งแต่โรลเลอร์สเก็ตไปจนถึงคาราเต้
หลังจากที่ครอบครัวของเธอย้ายมาอยู่ที่คาร์ดิฟฟ์, แคลิฟอร์เนีย แมนนิ่งจึงได้เข้าเรียนที่โอเรนจ์ เคาน์ตี้ไฮสกูล ออฟ เดอะ อาร์ตส์ และมีโอกาสได้ฝึกฝีมือทางด้านการเต้นรำ การแสดง และการร้องเพลง หลังจากเรียนจบแล้ว แมนนิ่งมุ่งหน้าสู่ฮอลลีวู้ด และเริ่มทำงานด้านโฆษณา แสดงภาพยนตร์ทีวีและภาพยนตร์ฉายโรง
แมนนิ่งเป็นที่รู้จักดีที่สุดจากการไปรับบทเป็นรีเบคก้า พีบอดี้ ในภาพยนตร์ของฟ็อกซ์เรื่อง Get Real ผลงานทางด้านภาพยนตร์เรื่องอื่นๆ ของเธอได้แก่ ผลงานของ ABC เรื่อง The Practice, ผลงานของวอร์เนอร์เรื่อง Popular และผลงานของ ABC เรื่อง NYPD Blue ผลงานทางด้านภาพยนตร์ฉายโรงของแมนนิ่งได้แก่ ผลงานของกัส แวน แซนต์เรื่อง Speedway Junkies, The Specials และ Lucky 13 เธอยังร่วมแสดงอยู่ในภาพยนตร์ทีวีเรื่องยาวของโคลัมเบีย ไทร์สตาร์เรื่อง C'mon, Get Happy: The Partridge Family Story
ผลงานในอนาคตของแมนนิ่ง ได้แก่ ผลงานของวอร์เนอร์เรื่อง White Oleander ที่นำแสดงโดยอัลลิสัน โลห์แมน, มิเชลล์ ไฟฟ์เฟอร์, เรอเน่ เซลล์วีเกอร์ และโรบิน ไรต์ เพนน์ และภาพยนตร์เรื่องแรกของบริตนีย์ สเปียร์ที่ยังไม่ได้ตั้งชื่อ
แมนนิ่งกับเคลลิน พี่ชายของเธอจะสร้างความร้อนแรงด้วยการจับมือกันตั้งวงที่ชื่อว่า บูมแก็ต ซึ่งจะเป็นแนวดนตรีที่ผสมผสานระหว่างอิเล็คทรอนิก้าและฮิปฮ็อป แมนนิ่งทำหน้าที่เป็นนักร้องให้กับวงบูมแก็ต ในขณะที่เคลลินทำหน้าที่แต่งเพลงและเตรียมงานดนตรี ในภาพยนตร์เรื่อง crazy/beautiful นี้ แมนนิ่งยังแสดงฝีมือด้วยการร้องเพลงที่เธอเป็นคนแต่งขึ้นเองด้วย ชื่อว่าเพลง Being Bad
ปัจจุบัน แมนนิ่งอาศัยอยู่ในลอสแอนเจลิส
โรแลนโด้ โมลิน่า (Rolando Molina) ในบทเฮ็คเตอร์
โรแลนโด้ โมลิน่ามีผลงานทั้งทางด้านภาพยนตร์ฉายโรง ภาพยนตร์ทีวี รวมไปถึงละครเวทีด้วย ผลงานภาพยนตร์ฉายโรงของเขา ได้แก่ Next Friday, Primary Colors, Virtuosity, Eye for an Eye, Menace 2 Society และ American Me
บทบาทที่น่าจะทำให้โมลิน่าเป็นที่รู้จักที่สุด น่าจะเป็นผลงานทางด้านทีวี โดยเขาเคยร่วมแสดงอยู่ในภาพยนตร์ทีวีเรื่องฮิตๆ อย่าง ER, Judging Amy, Dharma & Greg, Seinfeld, L.A. Doctors, Two Guys and a Girl, Ladies Man, Charmed, Dangerous Minds, Diagnosis Murder, 7th Heaven และภาพยนตร์มินิซีรีส์ระดับคว้ารางวัลเรื่อง Indictment: The McMartin Trial
นอกจากนี้ โมลิน่ายังแสดงละครเวทีเรื่อง Common Ground: An Evening of True Stories ที่เขาเป็นคนเขียนบทเองด้วย
บรู๊ซ เดวิสัน (Bruce Davison) ในบทวุฒิสมาชิกสภาคองเกรส ทอม โอ๊คลีย์
บรู๊ซ เดวิสันเป็นชาวฟิลาเดลเฟีย เมื่อไม่นานมานี้ เขารับบทเป็นวุฒิสมาชิกเคลลีย์ในภาพยนตร์เรื่อง X-Men ที่นำแสดงโดยแพทริก สจ๊วร์ต ผลงานทางด้านภาพยนตร์จอเงินของเดวิสันได้แก่ The King Is Alive, Dogma 95, At First Sight ที่นำแสดงโดยวัล คิลเมอร์ และมีน่า ซอร์วีโน่ และ Apt Pupil ที่นำแสดงโดยเอียน แม็คเคลเลน, Six Degrees of Seperation, The Crucible, Short Cuts และ Longtime Companion ที่ทำให้เขาได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ดารานำชายยอดเยี่ยม และยังคว้ารางวัลลูกโลกทองคำ และรางวัลสมาคมนักวิจารณ์นิวยอร์ก รางวัลสมาคมนักวิจารณ์แห่งชาติ และรางวัลอินดีเพนเดนต์ ฟิล์มโปรเจ็กต์ สปิริตอวอร์ด
ทางด้านโทรทัศน์นั้น เดวิสันแสดงนำในภาพยนตร์เรตติ้งสูงอย่าง The Practice ทั้งหมดเก้าตอน และยังแสดงนำในภาพยนตร์ทีวีของโชว์ไทม์เรื่อง Locked In Silence ร่วมกับบอนนี่ เบดีเลีย และเรื่อง Vendetta ที่กำกับโดยนิโคลาส เมเยอร์ ให้กับ HBO ปัจจุบัน เดวิสันกำลังอยู่ระหว่างกำกับภาพยนตร์เรื่องแรก นั่นก็คือเรื่อง Off Season ให้กับโชว์ไทม์ ภาพยนตร์เรื่องดังกล่าวนี้นำแสดงโดย ฮิวมี่ โครนิน, เชอริลิน เฟนน์ และโรรี่ คัลกิ้น เขายังเป็นดารารับเชิญให้กับภาพยนตร์โทรทัศน์หลายเรื่อง อาทิเช่น Seinfeld< The Outer Limits และ Tales from the Crypt
เดวิสันยังรับบทเป็นหมอศัลยกรรมพลาสติกในภาพยนตร์ทีวีของ CBS เรื่อง Chicago Hope และยังมีบทประจำอยู่ในเรื่อง Touched by an Angel ที่ทำให้เขาได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลเอมมี่
ในยามที่ว่างเว้นจากงานแสดง เดวิสันจะทำงานให้กับองค์กรที่ทุ่มเทให้กับการต่อต้านโรคเอดส์และช่วยเหลือเด็กที่ถูกทารุณกรรม
เกี่ยวกับผู้สร้าง
จอห์น สต็อคเวลล์ (John Stockwell) ผู้กำกับ
จอห์น สต็อคเวลล์เป็นผู้กำกับประเภทที่สนุกสนานกับความซับซ้อนในเรื่องของศีลธรรม ไม่ว่าจะเป็นการสร้างเรื่องราวในแนวดราม่าเกี่ยวกับผู้คิดค้นการผ่าตัดเสริมหน้าอก หรือครูที่สอนให้นักเรียนโกหกและคดโกง หรือวัยรุ่นสาวที่แสนก้าวร้าวที่ค้นพบหนทางไถ่ถอนบาปผ่านทางความรัก สต็อคเวลล์ล้วนแต่ตอบรับต่อโอกาสที่จะทำให้เขาได้สัมผัสกับเรื่องราวที่สุดท้าทายและตัวละครที่ไม่เป็นไปตามแบบแผน ก่อนจะนำมันขึ้นจอ ด้วยเหตุผลแบบนี้เอง สต็อคเวลล์จึงกลายเป็นผู้กำกับที่มีงานชุกที่สุดคนหนึ่งในฮอลลีวู้ด ปัจจุบัน เขาอยู่ระหว่างดำเนินงานโปรเจ็กต์ที่สร้างมาจากนวนิยายอยู่หลายโปรเจ็กต์ด้วยกัน
หลังจากนำเสนอเรื่องราวอารมณ์ของเหล่าวัยรุ่นกับภาพยนตร์เรื่อง crazy/beautiful ไปแล้ว สต็อคเวลล์ยังจะนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับคนดังในแวดวงร็อคแอนด์โรลในภาพยนตร์เรื่อง Rock Star ที่จะเปิดตัวฉายในเดือนกันยายน ซึ่งเขาทำหน้าที่เขียนบทให้กับทางค่ายวอร์เนอร์ โดยมีสตีเฟ่น เฮเร็กทำหน้าที่ผู้กำกับ Rock Star เป็นภาพยนตร์ตลกเกี่ยวกับนักร้องนำของวงดนตรีเฮฟวี่เมทัลที่สร้างเสียงหัวเราะจากความฝันของเขา กว่าจะเขียนบทภาพยนตร์เรื่องนี้ออกมาได้ สต็อคเวลล์ต้องใช้เวลาอยู่นานหลายเดือนศึกษาและทุ่มเททั้งกายและใจศึกษาวัฒนธรรมของดนตรีแนวเฮฟวี่เมทัล เพื่อให้บทภาพยนตร์ของเขามีความสมจริงอย่างที่สุด ด้วยทีมนักแสดงที่เปี่ยมไปด้วยความสามารถ ซึ่งนำทีมโดยมาร์ก วอห์ลเบิร์ก และเจนนิเฟอร์ อานิสตัน Rock Star น่าจะเป็นภาพยนตร์อีกเรื่องหนึ่งที่คนดูตั้งตารอชม
นอกจากนี้ สต็อคเวลล์ยังมีผลงานอีกสามโปรเจ็กต์ที่กำลังดำเนินงานสร้างอยู่ขณะนี้ ได้แก่ ผลงานจากค่ายโคลัมเบีย พิคเจอร์สเรื่อง I Would Die For You ที่สต็อคเวลล์จะทำหน้าที่รีไรต์บท และกำกับ ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นภาพยนตร์ทริลเลอร์สุดเซ็กซี่และมีไหวพริบเกี่ยวกับชายหนุ่มคนหนึ่งที่ดิ้นรนต่อสู้กับความศักดิ์สิทธิ์ของการผูกมัดและการมีภรรยาคนเดียว และความผิดพลาดครั้งมหันต์ที่ตามหลอกหลอนเขาอยู่ตลอด ภาพยนตร์เรื่องนี้น่าจะเริ่มดำเนินงานถ่ายทำในช่วงสิ้นปีนี้ นอกจากนี้ สต็อคเวลล์ยังมีโครงการจะทำหน้าที่รีไรต์บทและกำกับภาพยนตร์เรื่อง Surf Girls ให้กับอิมเมจิน เอนเตอร์เทนเม้นต์ และยูนิเวอร์แซล ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นเรื่องราวความรักที่เกิดขึ้นในโลกของการเล่นกระดานโต้คลื่น สุดท้าย สต็อคเวลล์อยู่ระหว่างการรีไรต์บท (ร่วมกับเอลิซ่า เบลล์ มือเขียนบทดั้งเดิม) และจะทำหน้าที่ผู้กำกับให้กับภาพยนตร์เรื่อง Your Life Is Now ให้กับมาร์ค แพล็ตต์ ที่ยูนิเวอร์แซล โดยเนื้อหาของภาพยนตร์พูดถึงการต่อสู้ของบัณฑิตสาวจากรั้วมหาวิทยาลัยที่พยายามค้นหาจุดยืนในโลกใบนี้
ความสำเร็จของสต็อคเวลล์เริ่มต้นขึ้นในปี 1997 เมื่อเขาทำหน้าที่เขียนบทให้กับภาพยนตร์ดราม่ากึ่งสารคดีของ HBO เรื่อง Breast Men ที่นำแสดงโดยเดวิด ชวิมเมอร์, คริส คูเปอร์, เอมิลี่ พรอคเตอร์ และหลุยส์ เฟล็ตเชอร์ ภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างมาจากเรื่องจริงเกี่ยวกับความรุ่งโรจน์และการตกอับของคุณหมอสองนายจากเท็กซัส ที่เกี่ยวข้องกับการผ่าตัดเสริมหน้าอกให้กับผู้หญิง ซึ่งถือเป็นการนำเสนอเรื่องราวที่เป็นที่ถกเถียงในสังคมออกมาอย่างตรงไปตรงมา หลังจากนั้น สต็อคเวลล์มีผลงานออกมาให้กับทาง HBO อีกเรื่อง คือ Cheaters ที่เขาทำหน้าที่กำกับเรื่องราวเกี่ยวกับความล่อแหลมทางศีลธรรม เมื่อครูสอนภาษาอังกฤษในชิคาโก้ไฮสกูลเกลี้ยกล่อมให้นักเรียนโกงการแข่งขัน Illinois Academic Decathlon ในปี 1995 ภาพยนตร์เรื่องนี้ถือเป็นการรวมดารานักแสดงที่มีพรสวรรค์ทั้งรุ่นเก่าและรุ่นใหม่อย่าง เจฟฟ์ แดเนียลส์, พอล ซอร์วีโน่ และจีน่า มาโลน โดยสต็อคเวลล์ทำหน้าที่กำกับเรื่องราวดราม่าที่มีความสอดคล้องทางอารมณ์ที่ทำให้คนดูต้องนั่งคิดพิจารณาถึงสิ่งถูกผิดในความคิดของพวกเขาอีกครั้ง ภาพยนตร์เรื่องนี้ทำให้สต็อคเวลล์ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลเอมมี่
สไตล์การทำงานที่กลั่นกรองผลงานจากความคิดที่เกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ บวกกับความสามารถในการร่วมงานกับนักแสดงรุ่นใหม่ที่กำลังมาแรง ล้วนแต่เกิดมาจากประสบการณ์ที่ตัวเขาเองเคยทำงานเป็นนักแสดงอยู่นานหลายปี หลังจากเรียนจบจากฮาร์วาร์ด สต็อคเวลล์ได้เข้าเรียนที่โปรแกรมการสร้างภาพยนตร์ของมหาวิทยาลัยนิวยอร์ก แต่ก็ตัดสินใจเลิกเรียนเพื่อหันมาศึกษางานจากประสบการทำงานจริงๆ และขณะที่ร่วมแสดงในภาพยนตร์ทั้งจอเงินและจอแก้วอย่างเรื่อง Losin' It, Christine, Top Gun, North and South, Billionaire Boys Club สต็อคเวลล์ได้เฝ้ามอง ศึกษา ถามคำถาม จดโน้ต และเก็บประสบการณ์เล็กๆ น้อยๆ ในกองถ่าย ทั้งนี้ก็เพื่อเรียนรู้ทุกอย่างที่เขาจะสามารถเรียนได้ในฐานะที่เป็นผู้กำกับ
ปัจจุบันสต็อคเวลล์และครอบครัวของเขาอาศัยอยู่ในลอสแอนเจลิส
ฟิล เฮย์ และ แม็ตต์ แมนฟรีดี้ (Phil Hay & Matt Manfredi) ทีมเขียนบท
ฟิล เฮย์ และแม็ตต์ แมนฟรีดี้คือทีมเขียนบทที่กำลังมาแรงอย่างมาก เฮย์เกิดในดีคาเตอร์, อิลลินอยส์ เขาเคยปฏิเสธทุนนักกีฬาเบสบอลเพื่อเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยบราวน์ ในโพรวิเดนซ์, โรดไอสแลนด์ ที่ซึ่งเขาได้พบกับแม็ตต์ แมนฟรีดี้ ที่เกิดในซานตา มอนิก้า แต่ไปโตที่เปลอส เวอร์เดส
คู่ซี้คู่นี้เริ่มต้นแสดงตลกหน้าม่าน และวางแผนที่จะเขียนบทร่วมกันในลอสแอนเจลิสหลังจากเรียนจบแล้ว
เฮย์ได้ทำงานที่ร้านขายแผ่นเสียง โดยอยู่แผนกเพลงแจ๊ส ในขณะที่เขาสำเร็จการศึกษาทางด้านการเขียนนิยายจากยูซี เออร์วิน ทางด้านแมนฟรีดี้ทำงานเป็นบาร์เทนเดอร์ และสำเร็จการศึกษาทางด้านเขียนบทจากสถาบันภาพยนตร์อเมริกัน ผลงานการเขียนบทหลายต่อหลายเรื่องของทั้งคู่ทำให้พวกเขาเริ่มเป็นที่สนใจจากผู้คนในวงการ และนำพวกเขามาสู่การเขียนบทภาพยนตร์เรื่อง crazy/beautiful ซึ่งเป็นบทภาพยนตร์เรื่องแรกของทั้งคู่ที่ถูกหยิบนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์
ปัจจุบัน เฮย์อยู่ระหว่างการแต่งนิยายเรื่อง The Boat Man ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับทหารผ่านสงครามอ่าวเปอร์เซียที่ชีวิตต้องเปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล
ในปี 2001 เฮย์กับแมนฟรีดี้จะร่วมกันกำกับภาพยนตร์อินดี้ที่สร้างมาจากบทภาพยนตร์ของแมนฟรีดี้เรื่อง Bug ที่พูดถึงเหตุการณ์หลายอย่างที่ไม่น่าจะเกี่ยวพันกันได้
เรเชล เฟฟเฟอร์ (Rachel Pfeffer) ผู้อำนวยการสร้าง
เรเชล เฟฟเฟอร์เป็นที่รู้จักดีในฐานะผู้อำนวยการสร้างที่มีความสามารถ เจ้าของผลงานที่เคยคว้ารางวัลมาแล้วมากมาย
เมื่อไม่นานมานี้ เธอทำหน้าที่อำนวยการสร้างให้กับภาพยนตร์เรื่อง A Civil Action ผลงานจากค่ายทัชสโตนพิคเจอร์ส ผลงานการเขียนบทและกำกับของสตีฟ เซลเลี่ยน ที่สร้างมาจากหนังสือเบสต์เซลเลอร์ของ โจนาธาน ฮาร์ ซึ่งพูดถึงทนายความที่ต่อสู้กับบริษัทยักษ์ใหญ่ที่ถูกกล่าวหาว่าทิ้งขยะสารพิษ และเป็นภาพยนตร์ที่นำแสดงโดยจอห์น ทราโวลต้า และโรเบิร์ต ดูวัลล์
เฟฟเฟอร์ยังเคยทำหน้าที่เป็นประธานบริษัทไวลด์วู้ด เอนเตอร์ไพรส์ของโรเบิร์ต เร็ดฟอร์ด และทำหน้าที่ผู้อำนวยการสร้างบริหารให้กับภาพยนตร์ของทัชสโตนพิคเจอร์เรื่อง The Horse Whisperer ที่สร้างมาจากหนังสือเบสต์เซลเลอร์ของนิโคลาส อีแวนส์ ซึ่งเร็ดฟอร์ดทำหน้าที่กำกับ และแสดงนำร่วมกับคริสติน สก็อตต์ โธมัส นอกจากนี้ เฟฟเฟอร์ยังทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยการสร้างบริหารร่วมกับโรเบิร์ต เร็ดฟอร์ด ในผลงานทางทีวีเรื่องแรกของเขา นั่นก็คือมินิซีรีส์ของ HBO เรื่อง Grand Avenue
ก่อนหน้านี้ เฟฟเฟอร์ทำหน้าที่อำนวยการสร้างให้กับภาพยนตร์เรื่อง Malice ที่นำแสดงโดยนิโคล คิดแมนและอเล็ค บอลด์วิน และกำกับโดยฮาโรลด์ เบ็คเกอร์ เธอยังทำหน้าที่อำนวยการสร้างให้กับภาพยนตร์เรื่อง A Few Good Men ภาพยนตร์รางวัลลูกโลกทองคำและออสการ์ที่นำแสดงโดยทอม ครู้ซ และแจ็ค นิโคลสัน จากผลงานการกำกับของร็อบ ไรเนอร์
ในช่วงแรกที่เข้ามาทำงานในวงการนี้ เฟฟเฟอร์เคยทำหน้าที่เป็นประธานบริษัทผลิตภาพยนตร์ของผู้กำกับรอน โฮเวิร์ด และนอร์แมน จิววิสัน เธอยังทำหน้าที่เป็นรองประธานของบริษัทแคสเซิลร็อค เอนเตอร์เทนเม้นต์อยู่นานห้าปี ในตำแหน่งผู้บริหารของบริษัทเอมบาสซี่ พิคเจอร์ส เฟฟเฟอร์คือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับงานสร้างภาพยนตร์ของร็อบ ไรเนอร์เรื่อง The Princess Bride และ Stand By Me
ปัจจุบัน เฟฟเฟอร์ยังมีสัญญาสร้างภาพยนตร์ให้กับวอลท์ ดิสนีย์ คัมปานี และมีสำนักงานอยู่ที่โรงถ่ายของดิสนีย์ที่เบอร์แบงก์
แมรี่ เจน อัฟแลนด์ (Mary Jane Afland) ผู้อำนวยการสร้าง
แมรี่ เจน อัฟแลนด์เป็นหุ้นส่วนของบริษัทอัฟแลนด์ โปรดักชั่นส์ และถือว่าเป็นกำลังสำคัญของบริษัทแห่งนี้
เธอเริ่มต้นทำงานที่ฟู๊ต, โคน แอนด์ เบลดิ้ง/ฮอนนิ่ง แอ๊ดเวอร์ไทซิ่งเอเจนซี่ ในตำแหน่งผู้วางแผนด้านสื่อ ก่อนที่จะกลายมาเป็นบรรณาธิการด้านเนื้อหาที่คิงส์โร้ด โปรดักชั่นส์ เธอยังเคยทำงานเป็นผู้ดูแลงานโปรดักชั่นที่บริษัท ทรีวีลโปรดักชั่นส์ (ทเวนตี้ เซ็นจูรี่ ฟ็อกซ์) และที่สตีฟ ร็อธ โปรดักชั่นส์ (โคลัมเบีย พิคเจอร์ส)
อัฟแลนด์ยังดำรงตำแหน่งรองประธานอาวุโสฝ่ายโปรดักชั่นและฝ่ายพัฒนางานที่วอร์เนอร์วิชั่น ซึ่งเป็นแผนกหนึ่งของไทม์-วอร์เนอร์ โดยดูแลงานสร้าง พัฒนา และการถือครองทรัพย์สินและบริษัทใหม่
ผลงานในฐานะผู้อำนวยการสร้างของอัฟแลนด์ได้แก่ Not Without My Daughter ที่นำแสดงโดยแซลลี่ ฟิลด์, ทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยการสร้างบริหารให้กับภาพยนตร์เรื่อง Night and the City ที่นำแสดงโดยโรเบิร์ต เดอ นีโร และเจสซิก้า แลงก์ และ Freaked ที่นำแสดงโดยคีอานู รีฟส์ และแรนดี้ เคว็ด
(ยังมีต่อ)

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ