ความร่วมมือครั้งยิ่งใหญ่เพื่อการพัฒนาเครือข่ายการบริการสถานีชาร์จพลังงานที่มีประสิทธิภาพสูงสุดทั่วทวีปยุโรป

ข่าวยานยนต์ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2559 12:36 น. —ThaiPR.net

BMW Group, Daimler AG, Ford Motor Company และ Volkswagen Group ซึ่งประกอบด้วย Audi และ Porsche ร่วมกำหนดแผนการพัฒนาระบบชาร์จพลังงานไฟฟ้า Ultra-Fast เพื่อให้บริการตลอดแนวเส้นทางหลักในทวีปยุโรป เสริมสร้างความร่วมมือด้านการติดตั้งเครือข่ายระบบชาร์จพลังงานไฟฟ้า high-powered DC สำหรับยานพาหนะที่ใช้กำลังขับเคลื่อนจากแบตเตอรี่ (Battery Electric Vehicles - BEV) ครอบคลุมเส้นทางระยะยาวทั่วทั้งทวีปยุโรป สถานีบริการให้กำลังไฟฟ้าสูงสุดกว่า 350 กิโลวัตต์ ลดระยะเวลาในการชาร์จพลังงานลงอย่างมาก เมื่อเปรียบเทียบกับระบบในปัจจุบัน กำหนดแผนงานเบื้องต้นสำหรับการก่อสร้างสถานีชาร์จพลังงาน ultra-fast ในทวีปยุโรป ด้วยจำนวนมากกว่า 400 สถานี เชื่อมโยงเครือข่ายการให้บริการผ่านมาตรฐาน Combined Charging System (CCS)

BMW Group, Daimler AG, Ford Motor Company และ Volkswagen Group โดย Audi และ Porsche ลงนามในบันทึกความร่วมมือครั้งยิ่งใหญ่เพื่อการพัฒนาเครือข่ายการบริการสถานีชาร์จพลังงานที่มีประสิทธิภาพสูงสุดทั่วทวีปยุโรป โดยมีจุดมุ่งหมายในการเร่งก่อสร้างเพิ่มจำนวนสถานีชาร์จพลังงานให้สามารถรองรับความต้องการของผู้ใช้ยานพาหนะที่ขับเคลื่อนด้วยกำลังไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ตลอดแนวเส้นทางหลักในการคมนาคมได้อย่างเพียงพอ

โครงการเครือข่ายสถานีชาร์จพลังงาน ultra-fast ได้รับการออกแบบพัฒนาให้สามารถบริการจ่ายกำลังไฟฟ้าสูงสุดถึง 350 กิโลวัตต์ ซึ่งส่งผลให้ระยะเวลา ในการชาร์จพลังงานแต่ละครั้งลดลงเป็นอย่างมากเมื่อเปรียบเทียบกับระบบการชาร์จที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันนี้ แผนการก่อสร้างมีกำหนดเริ่มดำเนินงานในปี 2017 ด้วยเป้าหมายเริ่มต้นประมาณ 400 สถานีในทวีปยุโรป และก่อนปี 2020 ผู้ใช้ยานพาหนะที่ขับเคลื่อนด้วยแบตเตอรี่ไฟฟ้าจะสามารถเข้าถึงสถานีชาร์จพลังงานในรูปแบบใหม่นี้ได้ด้วยจุดให้บริการที่มากกว่า 1,000 สถานี เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ในการสร้างเครือข่ายสถานีชาร์จพลังงานที่รองรับการคมนาคมระยะทางไกลตลอดแนวทางหลวงและเส้นทางหลักทั้งหมด ตอบสนองอัตราการเติบโตของจำนวนผู้ใช้ยานพาหนะ BEV ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เปิดประสบการณ์ในการใช้บริการที่เต็มไปด้วยความสะดวกสบายไม่แตกต่างจากสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงที่ผู้ใช้รถทุกคนคุ้นเคยกันดี

เครือข่ายการให้บริการทั้งหมด ได้รับการจัดสร้างขึ้นโดยอ้างอิงจากมาตรฐานเทคโนโลยี Combined Charging System (CCS) ซึ่งกำหนดมาตรฐานสำหรับอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับระบบชาร์จพลังงานครอบคลุมทั่วถึงทางด้านเทคนิคทั้งการชาร์จผ่านไฟฟ้ากระแสสลับ AC และไฟฟ้ากระแสตรง DC ในยานพาหนะที่ ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า ยกระดับขีดความสามารถในการสำรองจ่ายไฟฟ้ากระแสตรงในรูปแบบ DC fast charging จากกำลังไฟฟ้าสูงสุดถึง 350 กิโลวัตต์ ยานพาหนะ BEV ทุกคันในอนาคตจะได้รับการออกแบบทางวิศวกรรมที่รองรับกำลังไฟฟ้าของสถานีชาร์จพลังงานดังกล่าว ส่งผลให้รถยนต์ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าทุกยี่ห้อสามารถชาร์จพลังงานได้โดยใช้เวลาน้อยลงกว่าในปัจจุบัน เครือข่ายสถานีทั้งหมด ถูกกำหนดให้รองรับยานพาหนะทุกคันที่ติดตั้งอุปกรณ์ตามมาตรฐาน CCS ซึ่งเป็นข้อกำหนดเดียวกันกับรถยนต์แบบ BEV ที่จำหน่ายอยู่ในทวีปยุโรป

BMW Group
"เครือข่ายสถานีชาร์จพลังงานประสิทธิภาพสูง นำเสนอมิติใหม่ที่ช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งและความเชื่อมั่นอีกระดับให้แก่ผู้ขับขี่รถยนต์ในการเลือกใช้ยานพาหนะขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า" คือคำกล่าวของ Harald Krüger ประธานกรรมการบริหารของ BMW AG "BMW Group ให้การสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในส่วนของจุดจ่ายพลังงานไฟฟ้าสาธารณะมากมายหลายโครงการ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ความร่วมมือระหว่างบริษัทรถยนต์ในครั้งนี้ ถือได้ว่าเป็นความก้าวหน้าที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง เป็นการแสดงออกถึงความชัดเจนในทิศทางการพัฒนาเพื่อเพิ่มศักยภาพของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าโดยไม่มีการแบ่งแยกในฐานะคู่แข่งทางธุรกิจ"
Daimler AG
"ความก้าวหน้าของรถยนต์พลังงานไฟฟ้า ต้องการสิ่งที่จำเป็น 2 ประการ: นั่นคือรถยนต์ที่น่าใช้งานรวมทั้งไว้วางใจได้ และโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับการชาร์จพลังงานให้แก่รถยนต์เหล่านั้นได้อย่างทั่วถึง ด้วยแบรนด์ใหม่ของเรา EQ เรากำลังจะเดินหน้าทำตลาดผลิตภัณฑ์ยานยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าอย่างเต็มที่ภายในปี 2025 เครือข่ายธุรกิจของเราจะมีรถยนต์โดยสารที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าอย่างสมบูรณ์แบบอยู่ด้วยมากกว่า 10 รุ่น และด้วยการทำงานร่วมกับพันธมิตรของเรา เรากำลังดำเนินการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานของสถานีบริการชาร์จพลังงานไฟฟ้าทั่วทั้งทวีปยุโรป" ข้างต้นคือความคิดเห็นจาก Dr.Dieter Zetsche ประธานกรรมการบริหารของ Daimler AG และผู้นำของ Mercedes-Benz Cars "ความเป็นไปได้ของสถานีชาร์จพลังงานประสิทธิภาพสูง ช่วยเพิ่มโอกาสให้ยานพาหนะที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า สามารถขับขี่เดินทางระยะไกลได้เป็นครั้งแรก ผลที่ได้ต่อเนื่องคือความน่าสนใจในตัวรถและการจูงใจลูกค้าให้หันมาเลือกรถยนต์ไฟฟ้าไปใช้งานมากขึ้น"
Ford Motor Company
"ความน่าเชื่อถือและไว้วางใจ คือใจความสำคัญที่เราได้จากโครงข่ายการให้บริการสถานีชาร์จพลังงาน ultra-fast ในมุมมองของผู้บริโภคส่วนใหญ่ และสิ่งนั้นจะกลายเป็นแนวโน้มที่ดีในการเพิ่มจำนวนผู้ใช้ยานพาหนะที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า" Mark Fields ประธาน และ CEO ของ Ford Motor Company กล่าวต่อไปอีกว่า "Ford มีพันธะกิจในการพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์ที่ช่วยให้ชีวิตของมวลชนสะดวกสบายยิ่งขึ้น และเครือข่ายสถานีชาร์จพลังงานนี้คืออีกหนึ่งแนวทางที่จะทำหน้าที่ช่วยลดปัญหาในการเดินทางและการใช้ชีวิตของผู้คนในทวีปยุโรป ให้การขับขี่รถยนต์ไฟฟ้าเป็นเรื่องง่ายดายยิ่งขึ้นกว่าเดิมสำหรับพวกเขาเหล่านั้น"
AUDI AG
"เรามุ่งมั่นสร้างเครือข่ายสถานีบริการที่จะช่วยให้ผู้ใช้รถยนต์สามารถแวะพักดื่มกาแฟในระหว่างชาร์จพลังงานไฟฟ้าเมื่อเดินทางระยะไกลได้" ข้างต้นคือคำกล่าวของ Rupert Stadler ประธานกรรมการบริหารของ AUDI AG "สถานีบริการระบบชาร์จพลังงานแบบรวดเร็วที่ให้ความไว้วางใจได้นั้น คือกุญแจสำคัญในการตัดสินใจเลือกใช้รถยนต์ไฟฟ้าของผู้ขับขี่ส่วนใหญ่ ด้วยความร่วมมือในครั้งนี้ เรามีวัตถุประสงค์หลักในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งของตลาดยานพาหนะขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้ารวมทั้งยานพาหนะปลอดมลภาวะให้เป็นที่นิยมมากยิ่งขึ้น"
Porsche AG
"มีสิ่งที่ต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วนอยู่ 2 อย่างสำหรับเรา: สถานีชาร์จพลังงาน ultra-fast และการก่อตั้งสถานีในบริเวณที่เหมาะสม" Oliver Blume ประธานกรรมการบริหารของ Porsche AG ยังได้กล่าวต่อไปอีกว่า "องค์ประกอบทั้ง 2 ประการข้างต้นคือปัจจัยที่จะช่วยให้เราทำตลาดรถยนต์พลังงานไฟฟ้าต่อไปได้ ด้วยขีดความสามารถและข้อจำกัดที่ไม่ด้อยไปกว่ารถยนต์ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์สันดาปภายในแบบเดิม ในฐานะของบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ เราคือผู้กำหนดแนวทางที่จะเกิดขึ้นในอนาคตของเราเอง ไม่เพียงการพัฒนารถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าอย่างสมบูรณ์แบบเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการจัดตั้งโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น เพื่อรองรับการใช้งานรถยนต์ดังกล่าวให้เพียงพอเช่นเดียวกัน"

บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำของโลกหลายแห่งต่างทุ่มเทงบประมาณและทรัพยากร เพื่อสร้างเครือข่ายการให้บริการที่สมบูรณ์แบบ แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในอนาคตและความก้าวหน้าของยานพาหนะขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า ในฐานะของกลุ่มพันธมิตรที่ประกอบด้วย BMW Group, Daimler AG, Ford Motor Company และ Volkswagen Group ล้วนแล้วแต่มีความเท่าเทียมกันในด้านของความร่วมมือ ในส่วนของบริษัทผู้ผลิตรถยนต์รายอื่น กำลังจะได้รับการเชิญชวนให้เข้าร่วมเครือข่ายความร่วมมือดังกล่าว เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการหาแนวทางและพัฒนากรรมวิธีการชาร์จพลังงานที่เต็มไปด้วยความสะดวกสบายและง่ายดาย รองรับผู้ใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าที่กำลังจะเพิ่มขึ้นในอีกไม่นาน โครงการความร่วมมือระดับโลกนี้ยังคงเปิดกว้างสำหรับองค์กรอื่นๆ ที่ให้ความสนใจอยู่เสมอ

ทั้งนี้ลักษณะของการบริหารจัดการและการดำเนินงานจะขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์หลักตามข้อตกลงที่ให้ไว้ร่วมกันและการอนุมัติโครงการต่างๆ จะถูกควบคุมดูแลผ่านคณะกรรมการของพันธมิตรผู้ร่วมอุดมการณ์ทั้งหมด


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ