เทรนด์พลังงานไฮบริด รถพลังงานไฟฟ้า มาแรง SETA 2017 จัดต่อเนื่องปีที่ 2 ภายใต้ธีม “Towards A Low-Carbon Society”

ข่าวเศรษฐกิจ 30 มกราคม พ.ศ. 2560 11:52 น. —ThaiPR.net

กระทรวงพลังงาน ร่วมกับ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมด้วย กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงคมนาคม และ กระทรวงอุตสาหกรรม จัดประชุมวิชาการและนิทรรศการนานาชาติ "โครงการพลังงานและเทคโนโลยีที่ยั่งยืนแห่งเอเชีย 2560" หรือ "SETA 2017" ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ภายใต้ธีม "Towards A Low-Carbon Society" ใน 4 หัวข้อหลัก ได้แก่ นโยบายและการวางแผนด้านพลังงาน เทคโนโลยีระบบผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อปล่อยคาร์บอนต่ำ พลังงานเพื่อการคมนาคมขนส่งเพื่อปล่อยคาร์บอนต่ำ และ เมืองอัจฉริยะและอุตสาหกรรมสีเขียว เพื่อผลักดันและพัฒนาองค์ความรู้ด้านพลังงาน และเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง โดยในปีนี้ เน้นเทรนด์อุตสาหกรรม Hybrid และรถยนต์พลังงานไฟฟ้า ระหว่างวันที่ 8-10 มีนาคม 2560 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา

นายธรรมยศ ศรีช่วย รองปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า "จากการมุ่งเน้นบริหารเพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงาน เดินหน้าขับเคลื่อน Energy 4.0 มีเป้าหมายเพื่อสร้างรายได้ให้กับประชาชนและประเทศ เพื่อให้ประเทศชาติในภาพรวมหลุดพ้นจากการเป็นประเทศรายได้ระดับปานกลาง สอดรับกับนโยบาย Thailand 4.0 ของรัฐบาลให้เป็นรูปธรรมตามแผนที่วางไว้ การจัดงาน "โครงการพลังงานและเทคโนโลยีที่ยั่งยืนแห่งเอเชีย 2560 หรือ SETA 2017" นับเป็นงานประชุมและนิทรรศการนานาชาติ ที่ถือเป็นความภาคภูมิใจของประเทศไทย การนำนวัตกรรมมาขับเคลื่อนการดำเนินนโยบายด้านพลังงาน อาทิ ระบบการสำรองพลังงาน การพัฒนา Smart City, Smart Grid ขับเคลื่อนการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าตาม RoadMap

รศ.สรนิต ศิลธรรม ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า "ในงาน SETA 2017 ปีนี้ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มีการจัดแสดงนิทรรศการที่สะท้อนความมุ่งมั่นคิดค้นเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่การผลิตก๊าซชีวภาพเป็นพลังงานทดแทน อีกทั้งกำกับ ติดตาม ประเมินผลการปฏิบัติราชการของหน่วยงานในสังกัด รวมทั้งสร้างระบบการบริหารจัดการที่ดี จัดสรรและบริหารทรัพยากรของกระทรวงให้เกิดความประหยัด คุ้มค่า รวมทั้งพัฒนาปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้ทันสมัย เสนอแนะนโยบายและยุทธศาสตร์ รวมทั้งการบริหารจัดการด้านการใช้พลังงานนิวเคลียร์ตามมาตรฐานสากลเพื่อการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน โดยแบ่งเป็นงานกำกับดูแลความปลอดภัยทางรังสี กำกับดูแลความปลอดภัยทางนิวเคลียร์ และด้านการสนับสนุนการกำกับดูแล ความปลอดภัยจากพลังงานปรมาณู"

คุณกอบกุล โมทนา ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการขนส่งทางอากาศ กระทรวงคมนาคม กล่าวว่า "กระทรวงคมนาคม มีการผลักดันการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านระบบขนส่งทางรางของประเทศ ความก้าวหน้าของโครงการต่าง ๆ ตามแผนแม่บท ปี 2558 2565 ภายใต้กรอบ Thailand 4.0 และ Energy 4.0 ครอบคลุมถึงโครงการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนในเขตกรุงเทพมหานคร โครงการรถไฟทางคู่ โครงการรถไฟความเร็วสูง และนวัตกรรมรถโดยสารและรถสินค้า นอกจากนี้ การขับเคลื่อนของกระทรวงพลังงาน ในการส่งเสริมการใช้งานยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้าเพื่อรองรับยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทยให้ได้ตามเป้าหมาย 1.2 ล้านคัน กระทรวงคมนาคมเองก็ต้องดำเนินงานให้สอดคล้องทั้งด้านนโยบายและการบริหารจัดการ"

นายกรศิษฏ์ ภัคโชตานนท์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย กล่าวว่า "กฟผ. ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เป็นผู้สนับสนุนหลัก" ซึ่งจัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ทำให้มีโอกาสให้ทุกภาคส่วนได้หารือเกี่ยวกับนโยบาย ด้านพลังงานที่ยั่งยืนและกลยุทธ์กับคู่ค้าทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงความท้าทายในอนาคตในการพิชิตเป้าหมายในปี 2020 และการพัฒนาด้านพาวเวอร์กริดด้วย การจัดงานในครั้งนี้ จะช่วยเพิ่มความเข้าใจด้านพลังงาน ในหลากหลายแง่มุม อาทิ การก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน ที่มีเป้าหมายเพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงาน ลดความเสี่ยงด้านเชื้อเพลิงในระยะยาว และรักษาระดับราค่าไฟฟ้าที่เหมาะสม โดยใช้เทคโนโลยีที่ดีที่สุดในเชิงพาณิชย์ มาใช้ ทำให้สามารถควบคุมมลภาวะได้ในระดับสากล และดีกว่ามาตรฐานที่ประเทศไทยกำหนดค่อนข้างมาก และจากเทคโนโลยีโรงไฟฟ้าแบบ Ultra Super Critical ที่มีประสิทธิภาพสูง ช่วยลดการใช้เชื้อเพลิงและลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากเมื่อเทียบกับเทคโนโลยีในอดีต

รศ.ดร.ธัชชัย สุมิตร ประธานคณะกรรมการดำเนินงานโครงการพลังงานและเทคโนโลยีที่ยั่งยืนแห่งเอเชีย 2560 กล่าวว่า "งานSETA 2017 เป็นการจัดงานระดับนานาชาติ โดยในปีนี้จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 จากการประสบความสำเร็จในการจัดงานในปีแรกที่ผ่านมา ถือเป็นอีกก้าวที่สำคัญในความร่วมมือของหน่วยงานหลักของประเทศ รวมทั้งองค์กรรัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน โดยในงานประชุมครั้งนี้จะมุ่งเน้นไปในประเด็นที่ทั้งเอเชียและทั่วโลกล้วนให้ความสำคัญ โดยเฉพาะประเด็นด้านแหล่งพลังงานคาร์บอนต่ำ ในปีนี้มีการเพิ่มพื้นที่แสดงนิทรรศการอีกเท่าตัว โดยมีความเป็นพิเศษ มุ่งเน้นถึงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีไฮบริด และรถที่ใช้พลังงานไฟฟ้า และกิจกรรมการจับคู่ธุรกิจ กว่า 200 บริษัท เพื่อส่งเสริมการลงทุนและการถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านพลังงานให้กับประเทศ โดยตั้งเป้า ผู้เข้าชมและร่วมงานตลอดทั้ง 3 วัน จำนวนกว่า 10,000 คน จาก 50 ประเทศทั่วโลก"

ด้านกิจกรรมในงานประชุมวิชาการและนิทรรศการนานาชาติ "โครงการพลังงานและเทคโนโลยีที่ยั่งยืนแห่งเอเชีย 2560" หรือ "SETA 2017" ได้รับเกียรติจากวิทยากรปาฐกถาหลัก ได้แก่ พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นาย อาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีกระทรวงคมนาคม ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ดอกเตอร์แมกซิมัส จอนนิตี้ อองกิลิ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน น้ำ และเทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อม ประเทศมาเลเซีย (Dr. Maximus Johnity Ongkili, Minister of Energy, Green Technology and Water, Malaysia) ฯพณฯ เฆซุส มิเกล ซันส์ เอกอัครราชทูตแห่งสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย (H.E. Jesús Miguel Sanz, Ambassador and Head of Delegation of the European Union in Thailand) แอคเนตา ไรซิ่ง ผู้อำนวยการใหญ่สมาคมนิวเคลียร์โลก (Ms. Agneta Rising, Director General ofWorld Nuclear Association) และฯพณฯ ชิโร ซะโดะชิมะ เอกอัคราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย (H.E. Mr.Shiro Sadoshima, Ambassador of Japan in Thailand)

นอกจากนี้ ยังมีการจัดให้มีการบรรยาย ประชุมสัมมนา และเวิร์คช็อปจากองค์กรระดับนานาชาติ และบริษัทที่เป็นผู้นำในหัวข้อต่างๆ อาทิ "CEO Energy Forum" "CLMVT Energy Forum" Financing in Energy โดย มูดีส์ (Moodys)" "Hybrid & EV Technology" เป็นต้น ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติม และลงทะเบียนร่วมงานได้ในเว็บไซต์www.SETA.Asia

งานประชุมวิชาการและนิทรรศการนานาชาติ "โครงการพลังงานและเทคโนโลยีที่ยั่งยืนแห่งเอเชีย 2560" หรือ "SETA 2017"จะมีผู้เข้าร่วมงานเป็นผู้บริหาร ภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน ผู้ผลิต บริษัทผู้ผลิตไฟฟ้า นักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ บริษัทผู้ผลิตพลังงานทดแทน ธนาคาร นักลงทุน จากทุกภาคส่วนและผู้สนใจทั่วไป ทั้งในและต่างประเทศ กว่า 10,000 คน พื้นที่จัดงาน 9,600ตารางเมตร บูธจัดงาน กว่า 200 บูธ โดยมีโซนไฮบริดและเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้า โซนโซล่าเซลส์ และโซนระบบเมืองอัฉริยะ จากเมืองโตเกียวและกรุงเทพมหานคร รวมไปถึงพาวิเลียนจากต่างประเทศ อีก 11 ประเทศ พร้อมกิจกรรมการจับคู่ธุรกิจ อาทิ ประเทศแคนาดา เยอรมัน ไต้หวัน เกาหลี จีน ญี่ปุ่น อินเดีย มาเลเซีย สิงคโปร์ จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8-10 มีนาคม 2560 เวลา 10.00- 18.00น. ณ ฮอลล์ 103-104 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ