GUNKUL กดปุ่มทดสอบจ่ายไฟเข้าระบบ “โครงการสราญลมวินด์ฟาร์ม” ดีเดย์ COD วันที่ 23 มี.ค./หนุนรายได้ปี’61 เพิ่มขึ้นอีก 800 ลบ.ต่อปี

ข่าวเศรษฐกิจ Tuesday March 13, 2018 13:41 —ThaiPR.net

กรุงเทพฯ--13 มี.ค.--IR network บมจ.กันกุล เอ็นจิเนียริ่ง (GUNKUL) เดินเครื่องสตาร์ททดสอบจ่ายไฟเข้าระบบ โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม สราญลมวินด์ฟาร์ม กำลังการผลิตขนาด 60 เมกะวัตต์ พร้อมเตรียมจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) ในวันที่ 23 มีนาคมนี้ หนุนรายได้ปี'61 เพิ่มอีก 800 ลบ. ต่อปี "ดร.สมบูรณ์ เอื้ออัชฌาสัย" เผยต่อจากนี้กลุ่มบริษัทจะเติบโตอย่างมีเสถียรภาพมากยิ่งขึ้น จากธุรกิจพลังงานทดแทน เตรียมบุกต่างประเทศทั้งมาเลเชีย เมียนมา เวียดนาม รวมถึงญี่ปุ่น หวังสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ดร.สมบูรณ์ เอื้ออัชฌาสัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ GUNKUL เปิดเผยว่าขณะนี้ โครงการพลังงานลม สราญลมวินด์ฟาร์ม จาก บริษัท กรีโนเวชั่น เพาเวอร์ จำกัด (GNP) กำลังการผลิตขนาด 60 เมกะวัตต์ ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ บมจ. กันกุล เอ็นจิเนียริ่ง ได้เริ่มทดสอบจ่ายไฟเข้าระบบเรียบร้อยแล้ว และเตรียมทยอยรับรู้รายได้จากการจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์(COD) พร้อมจดหน่วยไฟฟ้าในวันที่ 23 มีนาคมนี้เป็นต้นไป ซึ่งจะทำให้บริษัทมีรายได้ในปี 2561 เพิ่มขึ้นอีก 800 ล้านบาท จากทั้งปี 2561 ตั้งเป้ารายได้รวมเติบโตเติบโตไม่ต่ำกว่า 20% ทั้งนี้ที่ผ่านมาธุรกิจของบริษัทฯ เติบโตอย่างต่อเนื่องและมีความมั่นคงเพิ่มมากขึ้น จากการจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์โครงการโรงไฟฟ้าทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงหางานใหม่ๆ เพิ่ม ทั้งในส่วนของโซลาร์ฟาร์ม รวมถึงพลังงานลม ที่ขณะนี้มีสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) รวมกันแล้วทั้งสิ้น 520 เมกะวัตต์ โดยขณะนี้จ่ายไฟเข้าระบบไปแล้วรวม 232 เมกะวัตต์ ซึ่งเป้าหมายของกลุ่ม GUNKUL คือ การก้าวขึ้นสู่ความเป็นผู้นำด้านธุรกิจพลังงานทดแทน รวมถึงสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินทรัพย์และกำไรในอนาคต โดยบริษัทยังคงเป้าหมายที่จะมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) ครบ 1,000 เมกะวัตต์ในปี 2563 "เราอยากให้ผู้ถือหุ้นได้เติบโตไปพร้อม ๆ กับกลุ่มบริษัทเพราะต่อจากนี้กลุ่มบริษัทจะเติบโตอย่างมีเสถียรภาพมากยิ่งขึ้น จากธุรกิจพลังงานทดแทน ซึ่งปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างศึกษาเข้าลงทุนโครงการพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมทุกรูปแบบ โดยเฉพาะที่ต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นมาเลเชีย เมียนมา เวียดนาม รวมถึงญี่ปุ่น ซึ่งจะทำให้กลุ่มบริษัทก้าวเข้าสู่ธุรกิจโรงไฟฟ้าอย่างเต็มตัว นั่นหมายความว่ารายได้และกำไรของกลุ่มบริษัทจะปรับเพิ่มสูงขึ้นแน่นอนในอนาคต "ดร.สมบูรณ์กล่าวในที่สุด

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ