SCI ลั่นผลงานปี 61 เติบโต หลังโรงงานเสาส่งเมียนมา กดปุ่มสตาร์ท พร้อมเดินหน้าติดตั้งโซลาร์รูฟตามแผน

ข่าวหุ้น-การเงิน Wednesday August 15, 2018 12:01 —ThaiPR.net

กรุงเทพฯ--15 ส.ค.-- SCI มั่นใจผลงานปี 61 เติบโต หลังโรงงานเสาไฟฟ้าและเสาส่งโทรคมนาคมในเมียนมา กดปุ่มสตาร์ทในเดือนส.ค.ที่ผ่านมา ด้านผู้บริหาร "เกรียงไกร เพียรวิทยาสกุล" เตรียมผงาด ผู้ผลิต-ผู้รับเหมาในเมียนมา พร้อมลุยงานติดตั้งโซลาร์รูฟบนหลังคาโรงงาน ตามแผน วางเป้า 20 MW ภายในปีนี้ นายเกรียงไกร เพียรวิทยาสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซีไอ อีเลคตริค จำกัด (มหาชน) (SCI) เปิดเผยว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานในช่วงที่เหลือของปีนี้ คาดว่าจะเติบโตจากปีก่อนหน้า หลังจากโรงงานผลิตเสาส่งไฟฟ้าแรงสูงและเสาสื่อสารโทรคมนาคมกำลังการผลิตเสาที่ 7,500 ตันต่อปี และโรงงานชุบสังกะสีหรือชุบกัลป์วาไนซ์กำลังการผลิตที่ 2.4 หมื่นตันต่อปี ในประเทศเมียนมา เริ่มเปิดอย่างเป็นทางการในเดือนสิงหาคม 2561 ที่ผ่านมา โดยโรงงานดังกล่าวมีมูลค่าลงทุนกว่า 20 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 66 ล้านบาท "ธุรกิจเสาส่งไฟฟ้าแรงสูงในเมียนมามีโอกาสเติบโตได้อีกมาก เนื่องจากรัฐบาลมีนโยบายเร่งขยายการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน อีกทั้งภาคเอกชนก็เร่งขยายเครือข่ายโทรคมนาคมให้ครอบคลุมในทุกพื้นที่ โดย SCI ได้จับมือกับพันธมิตรในเมียนมา และจีน เพื่อพัฒนาโครงการสายส่งร่วมกัน หากสามารถเจาะตลาดในเมียนมา ได้สำเร็จ SCI จะกลายเป็นทั้งผู้ผลิตและผู้รับเหมา มีรายได้ที่เกื้อหนุนกัน ผลักดันผลงานเติบโตอย่างแข็งแกร่งและมั่นคงในอนาคต" สำหรับแผนขยายการลงทุนในประเทศในปีนี้จะมีการลงทุนของบริษัทร่วมทุนคือ บริษัท ทียูทิลิตี้ส์ จำกัด หรือ TU ซึ่งเป็นบริษัทร่วมลงทุนระหว่าง SCI และบริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) หรือ PF โดย SCI ถือหุ้น 45% เพื่อลงทุนในพลังงานทดแทนและสาธารณูปโภคต่างๆ โดยในปีนี้มีเป้าหมายรับงานโซลาร์รูฟบนหลังคาโรงงานอุตสาหกรรมขนาดกำลังการผลิตรวม 20 เมกะวัตต์ ซึ่งในช่วงที่ผ่านมามีโครงการที่ได้เซ็นสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับโรงงานอุตสาหกรรมไปแล้ว 4 เมกะวัตต์ และอยู่ระหว่างทยอยจ่ายไฟเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (COD) ส่วนที่เหลือคาดว่าจะทยอยติดตั้งในปีนี้และปีหน้า ส่วนงานในในมือที่รอรับรู้รายได้จากในประเทศ (Backlog) ปัจจุบันมีประมาณ 500 ล้านบาท แบ่งเป็นงานเสาส่งไฟฟ้าแรงสูงและสถานีไฟฟ้าของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และเสาโทรคมนาคม จำนวน 400 ล้านบาท ส่วนที่เหลือเป็นงานตู้สวิตซ์บอร์ด และรางเดินสายไฟ ขณะที่ผลการดำเนินงานในไตรมาส 2/61 มีรายได้รวม 361 ล้านบาท กำไรสุทธิ 20.8 ล้านบาท

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ