ข่าวอินโฟเควสท์
17:29 ภาวะตลาดตราสารหนี้ไทย: วันนี้มีมูลค่าการซื้อขายรวม 35,529 ล้านบาท   มีมูลค่าการซื้อขายรวมทั้งวันอยู่ที่ 35,529 ล้านบาท ด้านประเภทของนักลงทุน ที…
17:26 ภาวะตลาดเงินบาท: ปิด 32.90 อ่อนค่าจากช่วงเช้า หลังตัวเลข GDP ของไทย Q3/61 ออกมาต่ำกว่าคาด   นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เงิน…
17:18 สรุปปริมาณการซื้อขายรายกลุ่ม ต่างชาติซื้อสุทธิ 469.28 ลบ.(SET+MAI)   ตามประเภทนักลงทุน ประจำวันที่ 19 พฤศจิกายน 2561 ดังนี้ กลุ่ม มูลค่าซื้อ (ล…
17:16 สรุปปริมาณการซื้อขายรายกลุ่ม ต่างชาติซื้อสุทธิ 469.51 ลบ.(SET)   ตามประเภทนักลงทุน ประจำวันที่ 19 พฤศจิกายน 2561 ดังนี้ กลุ่ม มูลค่าซื้อ % มูลค…

มูลนิธิอดัมส์เลิฟโกลบอล (ALGO) จับมือกับ DHL eCommerce ประเทศไทย ผนึกกำลังจัดแคมเปญ “Fast Track HIV Prevention” ผ่านแพลตฟอร์มแบบ O2O รณรงค์และส่งเสริมการตรวจเลือดเพื่อป้องการและลดการแพร่ของเชื้อเอชไอวีทั่วทุกภูมิภาคในประเทศไทย

ข่าวเศรษฐกิจ ThaiPR.net -- จันทร์ที่ 10 กันยายน 2561 14:12:02 น.
กรุงเทพฯ--10 ก.ย.--DHL eCommerce (Thailand)

มูลนิธิอดัมส์เลิฟโกลบอลเพื่อประชากรกลุ่มเสี่ยงและได้รับผลกระทบจากเชื้อเอชไอวี (อัลโก้) ร่วมกับ DHL eCommerce ประเทศไทย บริษัทในเครือ Deutsche Post DHL Group ซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำด้านโลจิสติกส์ของโลก ผนึกกำลังจัดแคมเปญรณรงค์การตรวจเลือดหาเชื้อเอชไอวีในกลุ่มชายรักชาย ภายใต้ชื่อ "Fast Track HIV Prevention O2O Campaign" โดยมุ่งเน้นการจัดกิจกรรมใน 55 จังหวัดเมืองรองทั่วประเทศไทย โดยใช้รูปแบบ Online-to-Offline (O2O) การจัดแคมเปญนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อสนับสนุนให้กลุ่มเป้าหมายไปตรวจเลือดหาเชื้อเอชไอวี ณ สถานพยาบาลในจังหวัดของตนเองผ่านหลายช่องทางได้แก่ การให้คำปรึกษาออนไลน์ การทำนัดออนไลน์ผ่าน QR Code และการแชร์โลเคชั่นแบบเรียลไทม์ผ่านเว็บไซต์ adamslove.org และแอพพลิเคชั่น O2Oglobal.orgโดยผู้รับบริการจะได้รับสื่อการเรียนรู้และป้องกันเอชไอวี รวมถึงของที่ระลึกที่ได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับแคมเปญนี้จากอดัมส์เลิฟ ซึ่งจะถูกนำส่งไปถึงบ้านของผู้รับบริการด้วยบริการจัดส่งที่รวดเร็วและได้มาตรฐานระดับสากลจาก DHL eCommerce ประเทศไทย

"แคมเปญนี้ถือเป็นโครงการแรกของโลกที่ผนึกกำลังระหว่างผู้นำด้านการใช้เทคโนโลยีด้านสาธารณสุข กับผู้นำด้านโลจิสติกส์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันเอชไอวีในกลุ่มชายรักชาย โดยมีจุดมุ่งหมายในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในจังหวัดที่เข้าถึงยาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในกลุ่มจังหวัดเมืองรอง ด้วยการผนวกรวมรูปแบบ O2O และอีคอมเมิร์ซโลจิสติกส์เข้าด้วยกัน เราขอขอบคุณ DHL eCommerce ประเทศไทย เป็นอย่างสูงในการให้การสนับสนุนและช่วยส่งเสริมแคมเปญการตรวจเลือดหาเชื้อเอชไอวี และเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า โครงการนี้จะเป็นต้นแบบให้องค์กรอื่นๆ ที่ทำงานด้านเอชไอวีทั้งในและต่างประเทศในการนำโมเดลนี้ไปปรับใช้ได้ในอนาคต" ทารันดีป อานันท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารอัลโก้กล่าว

เกียรติชัย พิตรปรีชา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดีเอชแอล อีคอมเมิร์ซ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กล่าวว่า "แคมเปญ 'Fast Track HIV Prevention' ถือเป็นปรากฏการณ์ใหม่ของความร่วมมือด้านโลจิสติกส์ และด้านการสาธารณสุขในยุคดิจิตอล ดังนั้น DHL eCommerce มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยผลักดันและสนับสนุนแคมเปญเพื่อป้องกันและลดปริมาณการแพร่กระจายของเชื้อเอชไอวีในสังคมไทย ด้วยเครือข่ายบริการด้านการจัดส่งพัสดุที่รวดเร็ว และน่าเชื่อถือ อีกทั้งยังสามารถเข้าถึงผู้รับบริการได้ทั่วทั้งประเทศ"

แคมเปญ "Fast Track HIV Prevention" จะเริ่มต้นตั้งแต่วันนี้ถึงสิ้นเดือนธันวาคม 2561 ซึ่งตั้งเป้าหมายผู้เข้าร่วมแคมเปญจำนวน 200 คนในเบื้องต้น โดยกลุ่มชายรักชายไทยสามารถติดต่อเพื่อทำการจอง และร่วมกิจกรรมได้ทางเฟสบุคอดัมส์เลิฟโกลบอล Facebook.com/algofoundation ทางไลน์ไอดี @xto5254h อินสตาแกรม Instagram.com/adamsloveglobal และทวิตเตอร์ Twitter.com/adamsloveglobal และอ่านข้อมูลเพิ่มเติมที่ www.adamslove.org

เกี่ยวกับมูลนิธิอดัมส์เลิฟโกลบอล เพื่อประชากรกลุ่มเสี่ยงและได้รับผลกระทบจากเชื้อเอชไอวี (อัลโก้)

อัลโก้ คือผู้นำด้านการใช้เทคโนโลยีเพื่อรณรงค์การป้องกันเอชไอวีทั้งเมืองไทยและภูมิภาคเอเชีย ผ่าน อดัมส์เลิฟ เว็บไซต์แบบเอ็ดดูเทนเม้นท์ (www.adamslove.org และ www.temanteman.org) ซึ่งได้รับการสนับสนุนโดย ViiV Healthcare, Positive Action, MAC AIDS Fund และ amfAR ที่มีผู้เข้าชมมาแล้วกว่า 5 ล้านคนทั่วโลก และใช้นวัตกรรมออนไลน์ทูออฟไลน์ (O2O) ในการส่งต่อชายรักชายไทยไปตรวจเลือดหาเชื้อเอชไอวีที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง โครงการได้ขยายไปสู่ประเทศอินโดนีเซีย มาเลเซีย และไต้หวัน

เกี่ยวกับ DHL eCommerce

DHL eCommerce เป็น 1 ใน 4 กลุ่มธุรกิจในเครือ Deutsche Post DHL Group ซึ่งประกอบด้วย DHL Express DHL Supply Chain และ DHL Global Forwarding กลุ่มบริษัทฯ ได้ดำเนินธุรกิจในประเทศไทยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2516 โดยให้บริการด้านโลจิสติกส์ครบวงจรให้กับลูกค้าทั่วไปและผู้ประกอบการออนไลน์

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง