ข่าวอินโฟเควสท์
10:08 ธปท.เผยผลตอบแทนพันธบัตร ธปท.มูลค่า 3.5 หมื่นลบ.ที่ 1.23068%   ธปท.เผยผลการตอบแทนพันธบัตร ธปท.ล่าสุด 16 พ.ย.2561 มูลค่า 3.5 หมื่นลบ.อายุ 14 วัน …
10:02 "เทเรซา เมย์" รับบทหนักหลังตัวเก็งรมว. Brexit เมินรับตำแหน่ง   นางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ต้องเผชิญกับแรงกดดันอย่างหนัก ภายหลังจากที่นาย…

สรุปสภาวะตลาดทองคำแท่งและโกลด์ฟิวเจอร์ส วันที่ 14 กันยายน 2561

ข่าวหุ้น-การเงิน ThaiPR.net -- ศุกร์ที่ 14 กันยายน 2561 18:36:40 น.
กรุงเทพฯ--14 ก.ย.--วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส

สภาวะตลาดวันที่ 14 กันยายน 2561 ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบที่ระดับ 1,200.90-1,208.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5% ภายในประเทศขายออกอยู่ที่ 18,650 บาทต่อบาททองคำ โดยราคาทรงตัวจากวันก่อนหน้าที่ระดับ 18,650 บาทต่อบาททองคำ ขณะที่โกลด์ฟิวเจอร์ส GFV18 อยู่ที่ 18,710 บาท โดยราคาปรับตัวลดลง 40 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 18,750 บาท

(หมายเหตุ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้น ณ เวลา 16.00 น. ของวันที่ 14/09/61)
แนวโน้มวันที่ 17 กันยายน 2561

การปรับตัวขึ้นน้อยกว่าที่คาดไว้ของดัชนีราคาผู้บริโภค(CPI)เดือนส.ค.ของสหรัฐ ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อ ถ่วงดอลลาร์ให้อ่อนค่าลง ทั้งนี้ นายราฟาเอล บอสติค ประธานธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)สาขาแอตแลนตา ระบุว่า อาจมีโอกาสสำหรับตลาดจ้างงานสหรัฐในการปรับตัวดีขึ้นต่อไปโดยปราศจากแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ มุมมองดังกล่าว กดดันดัชนีดอลลาร์ให้ปรับตัวลงมาเคลื่อนไหวใกล้ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 31 ส.ค. จนราคาทองคำทรงตัวใกล้ระดับสูงสุดในรอบกว่า 1 สัปดาห์ นอกจากนี้รัฐบาลสหรัฐมียอดขาดดุลงบประมาณ 2.14 แสนล้านดอลลาร์ในเดือนส.ค. ซึ่งคิดเป็นเกือบสองเท่าของช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมา เนื่องจากค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนว่ามาตรการลดภาษีนิติบุคคลและส่วนบุคคลที่ได้รับการอนุมัติโดยคณะบริหารภายใต้การนำของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐในช่วงปลายปีที่ผ่านมาและการเพิ่มการใช้จ่ายภาครัฐที่เห็นพ้องในช่วงต้นเดือนก.พ.มีแนวโน้มทำให้ยอดขาดดุลงบประมาณของสหรัฐเพิ่มขึ้น ได้เพิ่มแรงกดดันต่อดอลลาร์มากขึ้นและกระตุ้นแรงซื้อทองคำเพิ่มเติม นอกจากนี้สกุลเงินลีราของตุรกีพุ่งขึ้น หลังจากที่ธนาคารกลางตุรกีขึ้นอัตราดอกเบี้ยซื้อคืนพันธบัตรระยะ 1 สัปดาห์ 6.25% สู่ระดับ 24% เพื่อพยายามสร้างเสถียรภาพและหนุนให้ค่าเงินลีราพุ่งขึ้นกว่า 4% หลังจากเมื่อเดือนก่อนร่วงสู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อเทียบกับดอลลาร์ ทั้งนี้ การทะยานขึ้นของลีราตุรกี รวมไปถึงแรนด์แอฟริกาใต้ที่บวก 1.3% และเปโซเม็กซิโกปรับขึ้น 1% หนุนดัชนีสกุลเงินตลาดเกิดใหม่ของ MSCI ให้ดีดตัวขึ้นต่อจากจุดต่ำสุดที่ทำไว้เมื่อต้นสัปดาห์ ซึ่งส่งผลลบต่อดอลลาร์สหรัฐในฐานสกุลเงินปลอดภัยและส่งผลเชิงบวกต่อราคาทองคำ เบื้องต้นวายแอลจีประเมินว่าหากราคาทองคำยืนเหนือแนวรับบริเวณ 1,196 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้อย่างแข็งแกร่ง ราคาทองคำยังมีโอกาสขึ้นทดสอบแนวต้านบริเวณ 1,214 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ อย่างไรก็ตามนักลงทุนยังคงต้องระมัดระวังแรงขายสลับออกมาหากไม่มีปัจจัยบวกเพิ่มเติม

กลยุทธ์การลงทุน วายแอลจีมีมุมมองว่า ราคาทองคำยังมีการเคลื่อนไหวในกรอบ คาดการณ์ว่าราคาทองคำเคลื่อนไหวในลักษณะพยายามตั้งฐาน ถ้าราคามีการปรับตัวลดลงและไม่หลุดแนวรับ นักลงทุนยังสามารถเข้าซื้อทองคำเพื่อลงทุนระยะสั้นจากการเคลื่อนไหวของราคาทองคำ ซึ่งคาดการณ์แนวรับที่ระดับราคา 1,196-1,187 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยหากราคาทองคำสามารถยืนเหนือแนวรับได้ ราคามีโอกาสขึ้นไปทดสอบแนวต้านที่ระดับราคา 1,214 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาทองคำหลุดแนวรับ 1,187 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แนะนำให้ชะลอการลงทุนเพื่อรอดูสถานการณ์ ทั้งนี้ นักลงทุนควรพิจารณาการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทเพื่อประกอบการลงทุน

ทองคำแท่ง (96.50%)
แนวรับ 1,196 (18,400บาท) 1,187 (18,250บาท) 1,175 (18,050บาท)
แนวต้าน 1,214 (18,700บาท) 1,228 (18,900บาท) 1,238 (19,050บาท)
GOLD FUTURES (GFV18)
แนวรับ 1,196 (18,540บาท) 1,187 (18,400บาท) 1,175 (18,210บาท)
แนวต้าน 1,214 (18,820บาท) 1,228 (19,040บาท) 1,238 (19,190บาท)
หากต้องการทราบทิศทางราคาทองคำและแนวทางลงทุนทองคำ ขอคำปรึกษาเพิ่มเติมจากทีมที่ปรึกษาการลงทุนด้านโกล์ดฟิวเจอร์ส โทร.02-687-9999
ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง