JMT ปิดดีลซื้อหนี้เพิ่ม 5,000 ลบ. ตอกย้ำ Q4/61 นิวไฮ

ข่าวหุ้น-การเงิน Tuesday October 9, 2018 12:25 —ThaiPR.net

กรุงเทพฯ--9 ต.ค.--IR PLUS JMT ยักษ์ใหญ่ธุรกิจบริหารหนี้ด้อยคุณภาพ มั่นใจ ผลงานครึ่งปีหลังท็อปฟอร์ม ประกาศปิดบิ๊กดีลซื้อหนี้เพิ่มอีก 2 ดีลรวด มูลค่า 5 พันลบ. เพิ่มจากสัปดาห์ก่อนหน้าประกาศปิดดีลซื้อหนี้ไปแล้ว 5 ดีล ตอกย้ำผลงาน Q4/61 ทำนิวไฮ "สุทธิรักษ์ ตรัยชิรอาภรณ์" ซีอีโอ เผย ภาพรวมหนี้ด้อยคุณภาพในประเทศยังเติบโตสูง JMT วางงบลงทุนซื้อหนี้ในปีนี้ไว้ที่ 4.5 พันลบ. คาดใช้ได้ตามเป้า เน้นซื้อหนี้มีคุณภาพ เพื่อผลตอบแทนกำไรที่ดี แถมอวดความสามารถในการจัดเก็บดีเยี่ยม เตรียมตัดต้นทุนกองหนี้หมดเพิ่ม หนุนผลงานปี 61 โต 30% ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ ส่วนปี 62 ส่อแววสวยต่อเนื่อง นายสุทธิรักษ์ ตรัยชิรอาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน) (JMT) ผู้ประกอบธุรกิจให้บริการติดตามเร่งรัดหนี้ บริหารหนี้ด้อยคุณภาพระดับแนวหน้าของประเทศ เปิดเผยถึง แนวโน้มผลประกอบการในช่วงครึ่งปีหลังจะเติบโตกว่าครึ่งปีแรก จากภาพรวมสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ในระบบยังคงเติบโต (Non-Performing Loan : NPL) สถาบันการเงินต่างมีแผนขายหนี้ออกมาอย่างต่อเนื่อง เป็นโอกาสของ JMT ให้ได้รับอานิสงส์ดังกล่าว โดยบริษัทฯ วางงบลงทุนปีนี้ไว้ที่ 4.5 พันล้านบาท สำหรับซื้อหนี้ด้อยคุณภาพทั้งที่มีหลักประกัน และไม่มีหลักประกันเข้ามาบริหาร ในช่วงครึ่งปีแรกใช้เงินลงทุนไปแล้วประมาณ 1.3 พันล้านบาท และมีพอร์ตบริหารหนี้รวมอยู่ที่ประมาณ 1.3 แสนล้านบาท ล่าสุด บริษัทฯ ประกาศปิดบิ๊กดีลซื้อหนี้ด้อยคุณภาพเข้ามาบริหารเพิ่มจำนวน 2 ดีลรวด มูลค่ารวมกว่า 5 พันล้านบาท เพิ่มจากสัปดาห์ก่อนหน้าที่ประกาศปิดดีลซื้อหนี้ไปแล้ว 5 ดีล ตอกย้ำผลประกอบการในช่วงไตรมาส 4/2561 จะทำนิวไฮ เป็นไตรมาสที่ดีที่สุดของปีนี้ และอยู่ระหว่างเจรจาเพื่อซื้อหนี้มาบริหารเพิ่มอย่างต่อเนื่องอีก โดยคาดว่าจะใช้เงินลงทุนได้ตามแผนที่วางไว้ สนับสนุนพอร์ตบริหารหนี้รวมสิ้นปีสะสมเพิ่มมากขึ้น และคาดว่าผลประกอบการในปี 2561 จะสามารถทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่องทั้งรายได้และกำไร ตั้งเป้าหมายเติบโต 30% จากปีก่อนมีรายได้ 1,361.69 ล้านบาท กำไรสุทธิ 396.13 ล้านบาท ขณะเดียวกัน ความสามารถในการจัดเก็บหนี้ (Cash Collection) อยู่ในเกณฑ์ที่ดีกว่าเป้าหมายของบริษัทฯ รายได้จากการเรียกเก็บหนี้จากลูกหนี้ที่รับซื้อเติบโต กระแสเงินสดรับเพิ่มขึ้น เป็นผลบวกทำให้บริษัทฯ สามารถตัดต้นทุนเงินลงทุนได้เร็วกว่าเดิม เนื่องจากฐานลูกหนี้ที่รับซื้อสูงขึ้น เป็นตัวสะท้อนหนี้ด้อยคุณภาพที่บริษัทฯ ซื้อเข้ามาบริหาร ซึ่งบริษัทฯ พิจารณาถึงผลตอบแทนจากการลงทุนเป็นสำคัญ "ปีนี้ JMT ตั้งเป้าใช้เงินลงทุนซื้อหนี้มาบริหาร 4.5 พันล้านบาท ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงกว่าปีก่อนมาก เพราะเล็งเห็นโอกาสการเติบโตของหนี้ด้อยคุณภาพในระบบ ขณะที่ หนี้ที่บริษัทฯ ซื้อมา เราให้ความสำคัญในเรื่องคุณภาพมากกว่าจำนวน เพื่อการเติบโตของกำไรเป็นสำคัญ โดยปัจจุบัน JMT ซื้อหนี้มาบริหารแล้ว 127 กอง ตัดต้นทุนหมดแล้ว 40 กอง และเตรียมตัดต้นทุนให้หมดเพิ่มอีกในปี 2561 สนับสนุนความสามารถในการทำกำไรปีนี้ และในปีหน้า จึงมั่นใจผลงานปี 2562 จะเติบโตแรงต่อเนื่องจากปีนี้ได้" นายสุทธิรักษ์ กล่าว

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ