ข่าวอินโฟเควสท์
12:52 (เพิ่มเติม) เกิดเหตุระเบิดถล่มโบสถ์ที่ศรีลังกา เบื้องต้นมีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 25 ราย   สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า เกิดเหตุระเบิดถล่มโบสถ์ 2…
12:22 เกิดเหตุระเบิดถล่มโบสถ์ที่ศรีลังกา เบื้องต้นมีผู้บาดเจ็บหลายราย   สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า เกิดเหตุระเบิดถล่มโบสถ์ 2 แห่งที่ประเทศศรีลังกาในวัน…
11:43 พรรครัฐบาลตุรกีเรียกร้องให้จัดเลือกตั้งใหม่ที่อิสตันบูล อ้างมีบัตรเสียหลายใบ   พรรคความยุติธรรมและการพัฒนา (AKP) ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลตุรกี ได้เรี…
10:58 สื่อผู้ดีเผยนายกฯอังกฤษอาจถูกเรียกร้องให้ลาออก เหตุไม่พอใจวิธีจัดการ Brexit   หนังสือพิมพ์ซันเดย์ ไทมส์ ของอังกฤษ รายงานว่า พรรคอนุรักษนิยม ซึ่…
17:37 รัฐบาลญี่ปุ่นเล็งควบคุมบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ หวั่นเอาเปรียบผู้ขายสินค้าออนไลน์   แหล่งข่าวเปิดเผยในวันนี้ว่า คณะทำงานเรียกร้องให้รัฐบาลญี่ปุ่…

ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว Smild นำงานวิจัยจาก CDIP สร้างสินค้ามูลค่าหลักล้าน

ข่าวเศรษฐกิจ ThaiPR.net -- อังคารที่ 18 ธันวาคม 2561 13:10:23 น.
กรุงเทพฯ--18 ธ.ค.--ซีดีไอพี

การผลิตสินค้าที่มีนวัตกรรมสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าของเราได้ สิ่งสำคัญก็คือ ลูกค้าใช้แล้วเห็นผลได้จริงและเห็นผลได้ชัดเจนทันที มันเป็นสิ่งที่ทำให้เราในฐานะผู้ขายสินค้ามีความมั่นใจในการขายมากขึ้น เพราะผลตอบรับออกมาดี ทั้งยอดขายที่เติบโต และผลลัพธ์ที่ดีเกินคาด แน่นอนว่าสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย หากไม่มีงานวิจัยเข้ามาช่วย เพราะเราไม่ต้องมานึกสรรพคุณเองหรือหาวัตถุดิบโดยอ้างอิงจากใครก็ไม่รู้ แต่ผลลัพธ์ที่เราได้มา มีงานวิจัยรองรับ ซึ่งบริษัท ซีดีไอพี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ช่วยเราสร้างสินค้าจากงานวิจัยได้มาก

ดร.ชาญสิทธิ์ ลีลาเกษมสันต์ ผู้ร่วมก่อตั้ง แบรนด์Smildผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพผิวเด็กและผู้ที่ต้องการฟื้นฟูสุขภาพผิวอย่างยั่งยืน หนึ่งในผู้ที่เลือกเข้ามาให้ CDIP ช่วยในการวิจัย กล่าวถึงโอกาสที่ได้มาเข้าร่วมกับ CDIP

ผมเคยได้ยินชื่อ CDIP มาก่อน จากการที่ผมเป็นที่ปรึกษาให้กับคู่ค้าของ CDIP เมื่อถึงเวลาที่ผมต้องการทำสินค้าของตัวเองบ้าง ทำให้นึกถึงCDIP เพราะผมกำลังมองหาแหล่งที่จะมาช่วยในเรื่องของการวิจัยและพัฒนาสูตรสินค้าให้ ซึ่งหากไปค้นหาในอินเตอร์เน็ตคุณก็จะพบชื่อของCDIP ขึ้นมาเป็นตัวเลือกลำดับต้นๆ

สินค้าที่ผมต้องการทำคือ ผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพผิว หรือ Skin Care ซึ่งจริงๆแล้วผมมีตัวเลือกของวัตถุดิบในใจแล้วว่าอยากได้อะไร โดยที่ทาง CDIP ได้ช่วยคิดเพิ่มเติมให้อีกว่าควรมีวัตถุดิบในการผลิตอะไรเพิ่มเติมบ้าง จากนั้นก็เริ่มนำวัตถุดิบเหล่านี้ไปทำการศึกษาวิจัย เพื่อหาคุณสมบัติต่าง ๆ เพิ่มเติม ซึ่งเมื่อวิจัยออกมา ปรากฏว่าคุณสมบัติที่เกิดมาจากการนำวัตถุดิบจากธรรมชาติมาประกอบกัน ผลลัพธ์เกินกว่าที่คาดหวังไปด้วยซ้ำ

ผลิตภัณฑ์ตัวแรกของเรา คือ ครีมมอยเจอร์ไรเซอร์เพิ่มความชุ่มชื่นให้กับผิว ซึ่งตัวครีมมีคุณสมบัติในการต้านอาการอักเสบของผิว วัตถุประสงค์ของครีมเพื่อให้คนที่มีอาการอักเสบของผิวและไม่อยากใช้สเตียรอยด์ ซึ่งตัวครีมของเรามีประสิทธิภาพที่ดีกว่าสเตียรอยด์มากกว่า 50%เพราะว่าเราใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติในกลุ่มน้ำมันจมูกข้าว อาทิ น้ำมันจมูกข้าวสกัดเย็นหลากหลายสายพันธุ์ โดยเป็นสายพันธุ์ไทยทั้งหมด ซึ่งเป็นการเพิ่มมูลค่าของน้ำมันจมูกข้าวเพราะมีงานวิจัยมากมายที่เกี่ยวกับน้ำมันจมูกข้าวในเชิงของอาหาร แต่ยังไม่ค่อยมีใครได้ศึกษาในเชิงของการนำมาทำเป็นSkin care เลยอยากจะรู้ว่าน้ำมันจมูกข้าวมันดีอย่างไร มีคุณสมบัติอย่างไร และสายพันธุ์ไหนมีประสิทธิภาพในเชิง Skin care ที่ดีที่สุด

"ผมแค่ตั้งคำถามว่าอยากจะรู้อะไร CDIP ก็จะหาคำตอบมาให้"

CDIP กำหนดสูตรในการผลิตมาให้ เราจึงนำมาเป็นสูตรตั้งต้นของการผสมน้ำมันจมูกข้าวของแต่ละสายพันธุ์ ที่ทำให้เกิดประสิทธิภาพในการต้านการอักเสบของผิวสูงสุด โดยสัดส่วนในการผสม CDIP เป็นผู้วิจัยให้นอกจากงานในส่วนการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ CDIPยังช่วยแนะนำในเรื่องของการขอทุน จากหน่วยงานรัฐ อาทิ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ซึ่งการขอทุนช่วยในเรื่องของค่าใช้จ่ายได้ค่อนข้างมาก ซึ่งก่อนหน้านี้ผมไม่ได้มีข้อมูลเรื่องของทุนหรือเงินสนับสนุนจากหน่วยงานภายนอกหรือหน่วยงานรัฐเลย

ผลตอบรับที่ได้จากการนำงานวิจัยร่วมกับ CDIP มาผลิตเป็นสินค้าตัวแรกภายใต้แบรนด์ Smild ได้แก่ ครีมมอยเจอร์ไรเซอร์เพิ่มความชุ่มชื่นให้กับผิว ลูกค้าที่ซื้อไปใช้ก็เห็นผลจริงช่วยลดอาการอักเสบของผิว ไม่ก่อให้เกิดอาการระคายเคือง ทำให้สินค้าของเรามีประสิทธิภาพจริงและปลอดภัย เพราะเราได้ทำการทดลองและทดสอบกับผู้ใช้จริงก่อนนำสินค้าออกสู่ตลาด

ส่วนของยอดขายเติบโตมาก เพราะสิ่งที่เห็นได้ชัดจากผู้บริโภคที่เป็นกลุ่มเป้าหมายของเรา ไม่ว่าจะเป็นผู้บริโภคโดยตรง หรือว่าร้านค้าที่นำของเราไปขาย เขาจะมีความมั่นใจว่าสินค้าของเรามีความปลอดภัย ใช้แล้วเห็นผลจริง คนขายทุกคนมีความมั่นใจที่จะขาย เพราะเรามีข้อมูลที่เป็นข้อมูลจากการวิจัย เป็นองค์ความรู้ที่เกิดจากตัวผลิตภัณฑ์ของเราเอง มูลค่าเพิ่มของสินค้าต่าง ๆ ก็มาจากงานวิจัย

เรื่องการตลาด Smildเริ่มต้นจากสินค้าแค่ตัวเดียว จากนั้นเราก็เริ่มมีสินค้าตัวที่สอง และสามออกมาเรื่อย ๆ จนปัจจุบันเรามีสินค้าทั้งหมด 6 ตัว สามารถสร้างมูลค่าทางการตลาดจากหลักแสนเป็นหลักล้านบาทต่อปี เพราะลูกค้ามีความมั่นใจในสินค้าว่าใช้แล้วดีจริง สินค้าใหม่ ๆ ที่เรานำเสนอจึงได้รับการตอบรับที่ดี นอกจากนี้ลูกค้ายังแนะนำให้คนในครอบครัว และเพื่อน ๆ มาลองใช้ผลิตภัณฑ์ของเรา จึงเป็นแนวโน้มที่ดีให้เราพัฒนาสินค้าตัวอื่น ๆ เพิ่มเติมเข้ามา

เรายังนำวัตถุดิบตัวใหม่ ๆ เข้ามาศึกษา เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ โดยวิจัยร่วมกับ CDIP อยู่เรื่อย ๆ เพราะเรื่องของการเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าด้วยนวัตกรรมใหม่ ๆ เป็นเรื่องที่หยุดไม่ได้ เช่น สินค้าที่เราพัฒนาปีที่แล้ว เราผลิตมาจากน้ำจมูกข้าวในรูปแบบของนาโนพาร์ทิเคิล (nanoparticle)ทาง CDIP ได้ช่วยแนะนำเรื่องการจดสิทธิบัตร ซึ่งกลายเป็นมูลค่าเพิ่มที่ค่อนข้างชัดเจน เนื่องจากเรามีสิทธิบัตรวัตถุดิบในการผลิตของตัวเอง

ผมมองว่าการนำงานวิจัยมาทดลองพัฒนาสินค้า จนเกิดเป็นสินค้าที่ผู้ใช้ใช้แล้วได้ผลจริงCDIP เป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องนี้มากที่สุด" ดร.ชาญสิทธิ์กล่าวทิ้งท้าย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง