ข่าวอินโฟเควสท์
17:31 ภาวะตลาดหุ้นไทย: ปิดบวก 3.47 จุด ตามภูมิภาคหวังสงครามการค้าคลี่คลาย/สัปดาห์หน้าคาดปรับขึ้นต่อลุ้นยืนเหนือ 1,600 จุด   SET ปิดช่วงบ่ายที่ระดับ 1…
17:28 โบรกเกอร์มาร์เก็ตแชร์ 10 อันดับสูงสุดประจำวันที่ 18 ม.ค. 2562   สูงสุดประจำวันที่ 18 ม.ค. 2562 บริษัทหลักทรัพย์ แมคควอรี (ประเทศไทย) จำกัด มีมา…
17:21 World Today: สรุปข่าวต่างประเทศประจำวันที่ 18 มกราคม 2562   ทำเนียบขาวของสหรัฐเปิดเผยว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ มีคำสั่งยกเลิกกำหน…
17:19 สรุปปริมาณการซื้อขายรายกลุ่ม ต่างชาติซื้อสุทธิ 2,900.61 ลบ.(SET+MAI)   ตามประเภทนักลงทุน ประจำวันที่ 18 มกราคม 2562 ดังนี้ กลุ่ม มูลค่าซื้อ (ลบ…
17:18 รฟท.รับข้อเสนอซอง 4 ไฮสปีดเชื่อม 3 สนามบิน"กลุ่มซีพี"เพียง 3 ประเด็น จาก 11 ประเด็น คาดไม่ทันเซ็นสัญญา 31 ม.ค.นี้   นายวรวุฒิ มาลา รองผู้ว่าการ…

สวทน. ร่วมกับ วิทยาลัยปิโตรเลียมและปิโตรเคมี จุฬาฯ เดินเครื่องขับเคลื่อน BCG Economy จัดสัมมนา “นโยบายและการลงทุนในอุตสาหกรรมไบโอรีไฟเนอรีของไทย”

ข่าวเศรษฐกิจ ThaiPR.net -- อังคารที่ 18 ธันวาคม 2561 18:17:10 น.
กรุงเทพฯ--18 ธ.ค.--สวทน.

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย - สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.) ร่วมกับ วิทยาลัยปิโตรเลียมและปิโตรเคมี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดสัมมนาพิเศษ หัวข้อ "นโยบายและการลงทุนในอุตสาหกรรมไบโอรีไฟเนอรีของไทย (Strategic Policy and Investment for Biorefinery in Thailand Forum)" เชิญวิทยากรระดับแนวหน้าแลกเปลี่ยนความรู้ และเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทั้งภาครัฐและเอกชนต่อนโยบายการพัฒนาอุตสาหกรรมไบโอรีไฟเนอรีของไทย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียนและเศรษฐกิจสีเขียว (Bio-Circular-Green Economy : BCG Economy) โดยได้รับเกียรติจาก ดร.กาญจนา วานิชกร รองเลขาธิการ สวทน. มาบรรยาย หัวข้อ "BCG Economy : นโยบายและการลงทุนในอุตสาหกรรมไบโอรีไฟเนอรีของไทย" และยังได้รับเกียรติจากวิทยากรบริษัทชั้นนำ อาทิ บริษัท บางจากคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) และสมาคมอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพไทย มาร่วมเสวนาในหัวข้อ "โอกาสของธุรกิจไบโอรีไฟเนอรีและพลาสติกชีวภาพ"

ดร.กาญจนา วานิชกร รักษาการรองเลขาธิการ สวทน. กล่าวว่า การสัมมนาและเปิดรับฟังความคิดเห็นจากภาครัฐและภาคเอกชนเกี่ยวกับ "นโยบายและการลงทุนในอุตสาหกรรมไบโอรีไฟเนอรีของไทย" เป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียนและเศรษฐกิจสีเขียว (Bio-Circular-Green Economy : BCG Economy) ที่ประชาคมนักวิจัยได้ยื่นสมุดปกขาว BCG in Action ต่อนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2561 ที่ผ่านมา ณ ทำเนียบรัฐบาล โดย BCG Economy จะเป็นฐานเศรษฐกิจหลักของประเทศที่สร้างมูลค่ากว่า 4.3 ล้านล้านบาท (25% GDP) ใน 5 ปีข้างหน้า ซึ่งหนึ่งในสี่กลุ่มเป้าหมายที่สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ BCG คือ เป้าหมายด้านพลังงาน เคมีและวัสดุชีวภาพ ซึ่งประเทศไทยได้ตั้งเป้าว่าจะมุ่งสู่การเป็น ไบโอรีไฟเนอรี ฮับ ของเอเชีย โดยต้องเตรียมความพร้อมในการฝึกอบรมช่างเทคนิคและวิศวกรด้านไบโอรีไฟเนอรีเพื่อรองรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากต่างประเทศ พร้อมมีการลงทุนในโรงงานต้นแบบ และส่งเสริมการวิจัยคอมปาวด์และการขึ้นรูปพลาสติกชีวภาพ

"โอกาสของอุตสาหกรรมไบโอรีไฟเนอรีของไทยเริ่มเห็นภาพชัดมากยิ่งขึ้นจากการที่ภาครัฐให้การสนับสนุนมาตรการต่าง ๆ อาทิ แผนจัดการขยะพลาสติก ปี 60 – 64 มาตรการลดหย่อนภาษีสำหรับผู้ประกอบการที่ซื้อบรรจุภัณฑ์พลาสติกชีวภาพ ตลอดจนมาตรการพัฒนาอุตสาหกรรมชีวภาพครบวงจร ที่จะก่อให้เกิด biocomplex ในพื้นที่ EEC ขอนแก่น และนครสวรรค์ แต่ยังมีประเด็นที่ไทยต้องหันมามองอย่างจริงจังเพื่อให้การลงทุนในอุตสาหกรรมไบโอรีไฟเนอรีเกิดประโยชน์สูงสุดกับเศรษฐกิจ ซึ่งถือเป็นโอกาสในการพัฒนาศักยภาพทางเทคโนโลยีของไทยให้ทัดเทียมระดับโลก และก้าวสู่ไบโอรีไฟเนอรี ฮับ ของเอเชีย ตามเป้าหมายที่วางไว้ อาทิ การสร้างแผนที่นำทาง (Roadmap) หรือแพลตฟอร์มวิจัยร่วมระหว่างนักวิจัยต่างสาขา มุ่งเน้นการวิจัยเพื่อเป็นผู้นำในอนาคต หรือการวิจัยเพื่อหาชีวเคมี (Biochemical) อื่น ๆ ที่มีศักยภาพ ตลอดจนแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานด้านกระบวนการชีวภาพ (Bioprocess) เป็นต้น" ดร.กาญจนา กล่าว

ทั้งนี้ ภาคเอกชนได้ให้ความเห็นต่อนโยบายการพัฒนาอุตสาหกรรมไบโอรีไฟเนอรีของไทยอย่างหลากหลาย โดยหนึ่งในความเห็นที่น่าสนใจคือ อุตสาหกรรมไบโอนีไฟเนอรี่มีความโดดเด่นที่ไม่ใช่เพียงการสร้างประโยชน์ต่อเศรษฐกิจของประเทศเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญและสร้างคุณค่าต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนอีกทางหนึ่งด้วย โดยประเทศไทยมีวัตถุดิบต้นน้ำสำหรับอุตสาหกรรมไบโอรีไฟเนอรี่ที่พร้อมมาก แต่ยังต้องเน้นการให้ความสำคัญกับเรื่องความต้องการของตลาดให้มีความชัดเจน และมีการวางกลยุทธ์เรื่องการตลาดควบคู่ไปด้วยจะสามารถทำให้ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไบโอรีไฟเนอรี่ของไทยสู่ "ไบโอรีไฟเนอรี ฮับ ของเอเชีย" ได้อย่างไม่ยาก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง