วธ.รับมอบ “กำไลสำริด-กระดิ่งสำริด-ภาชนะดินเผา-ช้อนดินเผา-หินดุดินเผา-ลูกกลิ้งดิน” โบราณวัตถุ-ศิลปวัตถุจากชาวอเมริกัน-คนไทยในสหรัฐอเมริกา 46 รายการ

ข่าวทั่วไป Thursday January 17, 2019 14:05 —ThaiPR.net

วธ.รับมอบ “กำไลสำริด-กระดิ่งสำริด-ภาชนะดินเผา-ช้อนดินเผา-หินดุดินเผา-ลูกกลิ้งดิน” โบราณวัตถุ-ศิลปวัตถุจากชาวอเมริกัน-คนไทยในสหรัฐอเมริกา 46 รายการ กรุงเทพฯ--17 ม.ค.--สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม วธ.รับมอบ "กำไลสำริด-กระดิ่งสำริด-ภาชนะดินเผา-ช้อนดินเผา-หินดุดินเผา-ลูกกลิ้งดิน" โบราณวัตถุ-ศิลปวัตถุจากชาวอเมริกัน-คนไทยในสหรัฐอเมริกา 46 รายการ เผยเป็นโบราณวัตถุยุคก่อนประวัติศาสตร์-วัฒนธรรมบ้านเชียง อายุ 1,500-2,500ปี กรมศิลปากร นำไปจัดทำทะเบียนบัญชีทรัพย์สินของแผ่นดิน-ซ่อมตามหลักการอนุรักษ์ เตรียมนำจัดนิทรรศการ-จัดแสดง ให้ประชาชนศึกษาเรียนรู้ วันที่ 17 มกราคม 2562 ณ ดอกไม้สด สำนักหอสมุดแห่งชาติ นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (รมว.วธ.) เป็นประธานพิธีส่งมอบ-รับมอบโบราณวัตถุและศิลปวัตถุจากสหรัฐอเมริกากลับคืนสู่ประเทศไทย โดยนางรุยาภรณ์ สุคนธทรัพย์ รองอธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) เป็นผู้แทนมอบโบราณวัตถุและศิลปวัตถุจำนวน 46 รายการ ให้แก่นางประนอม คลังทอง รองอธิบดีกรมศิลปากร ซึ่งโบราณวัตถุและศิลปวัตถุที่ได้รับมอบคืนในครั้งนี้ ประกอบด้วย โบราณวัตถุ วัฒนธรรมบ้านเชียงเป็นส่วนใหญ่ เช่น ภาชนะดินเผา ทั้งภาชนะลายเชือกทาบประดับด้วยเส้นนูน บ้านเชียงสมัยต้นอายุ ๓,๐๐๐– ๔,๐๐๐ ปี และภาชนะลายเขียนสีแดง บ้านเชียงสมัยปลายอายุ ๑,๘๐๐–๒,๓๐๐ปี เครื่องใช้ดินเผาประเภทช้อน ลูกกลิ้งสำหรับทำให้เกิดลาย และเบ้าหลอมโลหะรวมทั้งเครื่องประดับสำริดประเภทกำไล บ้านเชียง สมัยปลาย อายุประมาณ ๑,๘๐๐–๒,๓๐๐ปี ส่วนโบราณวัตถุที่เหลือเป็นภาชนะดินเผาทั้งแบบมีลายและไม่มีลายที่พบได้ทั่วไปตามภาคต่างๆ ของประเทศไทย ที่น่าสนใจ คือ หินดุทำด้วยดินเผา ซึ่งเป็นอุปกรณ์ในการขึ้นรูปภาชนะดินเผา โดยมีนายกฤษศญพงษ์ ศิริ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม นายวีระ กล่าวว่า คณะกรรมการติดตามโบราณวัตถุของไทยในต่างประเทศกลับคืนสู่ประเทศไทยได้รับแจ้งจากกรมสารนิเทศ กต. ว่ามีชาวต่างชาติและคนไทยในสหรัฐอเมริกา มีความประสงค์ส่งคืนโบราณวัตถุที่มีแหล่งกำเนิดในประเทศไทย 2 ราย รวมทั้งหมด 46 รายการ ได้แก่ รายที่ 1 ชาวอเมริกันส่งคืนโบราณวัตถุ 19 รายการ ซึ่งเป็นโบราณวัตถุที่บิดาของสามีเป็นผู้สะสมโบราณวัตถุเมื่อครั้งเป็นนักการทูตสหรัฐฯ ประจำกรุงจาการ์ตา โดยโบราณวัตถุยุคสมัยต่างๆ ได้แก่ ยุคก่อนประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมบ้านเชียง อายุประมาณ 1,500-2,500 ปี และยุคก่อนประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมบ้านเชียง สมัยปลาย อายุประมาณ 1,800-2,300 ปี และรายที่ 2 ชาวไทยที่อาศัยในสหรัฐอเมริกา ส่งคืนโบราณวัตถุ 27 รายการ โดยโบราณวัตถุดังกล่าวได้รับมอบจากทายาทผู้ครอบครอง ซึ่งถึงแก่กรรมแล้วและเป็นโบราณวัตถุที่นำออกมาจากประเทศไทยเมื่อประมาณ 40 ปีที่แล้ว สำหรับโบราณวัตถุและศิลปวัตถุที่ ชาวอเมริกันส่งคืนโบราณวัตถุ 19 รายการ ส่วนใหญ่เป็นโบราณวัตถุในยุคก่อนประวัติศาสตร์ อายุ 2,000-3,000 ปี และบางรายการอยู่ในยุคก่อนประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมบ้านเชียง สมัยต้น อายุ 3,000-4,300 ปี ได้แก่ กำไลสำริด 4 รายการ,กระดิ่งสำริด 1 รายการ,ภาชนะดินเผา 8 รายการ,ภาชนะดินเผาขูดขีดผสมการระบายสีแดง 1 รายการ,ภาชนะดินเผาลายเชือกทาบประดับด้วยเส้นนูน 1 รายการ,ภาชนะดินเผาเขียนสี 1 รายการและลูกกลิ้งดิน 3 รายการ ส่วนโบราณวัตถุและศิลปวัตถุที่ชาวไทยในสหรัฐอเมริกาส่งคืนกลับสู่ประเทศไทย 27 รายการ ได้แก่ ภาชนะดินเผาทรงพาน 1 รายการ,ภาชนะดินเผา 22 รายการ,ช้อนดินเผา 1 รายการ เบ้าดินเผา 1 รายการ,หินดุดินเผา 2 รายการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวอีกว่า หลังจากที่กรมศิลปากร รับมอบโบราณวัตถุและศิลปวัตถุทั้ง 46 รายการแล้ว จะดำเนินการจัดทำทะเบียนบัญชีทรัพย์สินของแผ่นดิน ส่วนโบราณวัตถุและศิลปวัตถุที่เสียหายหรือเสื่อมสภาพ จะซ่อมสงวนรักษาตามหลักการอนุรักษ์และนำเก็บรักษาไว้ที่คลังกลาง พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จ.ปทุมธานี รวมทั้งจะจัดนิทรรศการและจัดแสดงเพื่อเป็นประโยชน์ให้แก่นักเรียน นักศึกษาและประชาชนได้ชมและศึกษาหาความรู้ สำหรับสถิติการส่งมอบคืนโบราณวัตถุและศิลปวัตถุจากต่างประเทศกลับคืนสู่ประเทศ ในช่วงรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ตั้งแต่ปี 2557-ปัจจุบัน ทั้งหมด 8 ครั้ง จากสหรัฐอเมริกา 7 ครั้งและออสเตรเลีย 1 ครั้ง รวมโบราณวัตถุที่ได้รับคืน ทั้งหมด 751รายการ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ ให้ความสำคัญในเรื่องการติดตามโบราณวัตถุที่ถูกลักลอบนำออกนอกประเทศไทยไปยังประเทศต่างๆ จึงแต่งตั้งคณะกรรมการติดตามโบราณวัตถุของไทยในต่างประเทศกลับคืนสู่ประเทศไทย โดยมี รมว.วธ.เป็นประธานและคณะกรรมการประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิ นักวิชาการ และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขึ้นเป็นครั้งแรก

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ