CRDจ่ายปันผล0.03บ./หุ้น- โชว์งานในมือ 997 ล้านบาท

ข่าวหุ้น-การเงิน Wednesday February 20, 2019 15:13 —ThaiPR.net

กรุงเทพฯ--20 ก.พ.--ธามดี พลัส บมจ.เชียงใหม่ริมดอย บอร์ดอนุมัติปันผล 0.03 บาท/หุ้น ส่วนงบปี 2561 รายได้ 1,251 ล้านบาท กำไร 30 ล้านบาท และไตรมาส 4 รายได้ 296.2 ล้านบาท กำไร 6.6 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนเหตุรับรู้งานต่อเนื่องน้อยลงจากการส่งมอบงาน ผู้บริหารย้ำปีนี้เดินหน้าลุยตามแผนประมูลงาน 2,000 ล้านบาท พร้อมโชว์ Backlog ในมือกว่า 997 ล้านบาท แถมต้นปีตุนงานไปแล้ว 591 ล้านบาท เผยยังมีรอเซ็นสัญญาอีก 179 ล้านบาทเร็วๆนี้ คาดปีนี้การเติบโตรวมดีกว่าปีก่อน นายธีรพัฒน์ จิรพิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เชียงใหม่ริมดอย จำกัด (มหาชน) หรือ CRD ผู้ประกอบกอบธุรกิจรับเหมาก่อสร้างอาคารสิ่งปลูกสร้างทั่วไปประเภทต่างๆ และการรับเหมาก่อสร้างงานระบบสาธารณูปโภค เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯวันที่ 18 กุมภาพันธ์มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลเป็นเงินสดจากผลการดำเนินงานงวดวันที่ 1 ม.ค. 2561 ถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2561 ในอัตราหุ้นละ 0.03 บาทต่อหุ้น โดยกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผล (Record date) ในวันที่ 19 เมษายน 2562 โดยวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล(XD) ในวันที่ 18 เมษายน 2562 และกำหนดจ่ายปันผลในวันที่ 3 พฤษภาคม 2562 ทั้งนี้ บริษัทฯจะนำเสนอเรื่องดังกล่าวต่อการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2562 ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 4 เมษายน 2562 ณ ห้องเชียงใหม่ โรงแรมดิเอ็มเพรส จ.เชียงใหม่ เพื่อขอมติอนุมัติต่อไป สำหรับผลประกอบการปี 2561 บริษัทฯมีรายได้รวม 1,251 ล้านบาท และกำไร 30 ล้านบาท ลดลง 8.5% และ 31.6% ตามลำดับ จากช่วงเดียวปีก่อนที่มีรายได้ 1,366.8 ล้านบาท กำไร 43.9 ล้านบาท ขณะที่ผลประกอบการไตรมาส 4 ประจำปี 2561 บริษัทฯมีรายได้รวม 296.2 ล้านบาท ลดลง 27% และกำไรสุทธิ 6.6 ล้านบาท ลดลง 2.2 % จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีรายได้ 405.5 ล้านบาท กำไร 14.5 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นสัดส่วนงานราชการ 47% และงานภาคเอกชน 53% โดยการลดลงของผลประกอบการดังกล่าวเนื่องจาก บริษัทฯมีรายได้จากสัดส่วนการรับรู้รายได้จากงานโครงการต่อเนื่องลดลงจากการส่งมอบงานที่ก่อสร้างเรียบร้อยแล้ว "ต้องยอมรับว่าในปีที่ผ่านถือว่าเป็นปีที่ยาก เนื่องจากหลายภาคส่วนชะลอการลงทุน โดยเฉพาะงานภาครัฐ เช่นเดียวกับงานในต่างประเทศที่ค่อนข้างแข่งขันกันเรื่องราคา แต่บริษัทฯยังคงยึดมั่นการทำงานที่เน้นคุณภาพงานในราคาที่เหมาะสม รวมทั้งเดินหน้าเข้านำเสนองานต่างๆต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มรายได้ในช่องทางใหม่ๆอย่างต่อเนื่อง"นายธีรพัฒน์ กล่าว ขณะที่การดำเนินงานในปี 2562 บริษัทฯมีแผนเข้าประมูลงานทั้งภาครัฐและเอกชนประมาณกว่า 2,000 ล้านบาท โดยพยายามปรับสัดส่วนการรับงานภาครัฐอยู่ที่ 40% และงานเอกชน 60% จากแนวโน้มของภาคเอกชนที่มีการลงทุนมากขึ้นไม่ว่าจะเป็น สถานศึกษา โรงแรม ตลอดจนที่อยู่อาศัย เช่นเดียวกับทางภาครัฐที่เริ่มมีการประมูลและเสนอราคาบางโครงการในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งเชื่อว่าหลังการเลือกตั้งจะมีการลงทุนที่ชัดเจนมากขึ้น อีกทั้งพยายามหาโอกาสเสนองานในต่างประเทศเพื่อเพิ่มรายได้อีกทางหนึ่ง ปัจจุบันบริษัทฯมีงานในมือที่รอรับรู้รายได้ประมาณ 997 ล้านบาท โดยที่ผ่านมาบริษัทฯพยายามรักษาระดับงานในมือให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม เพื่อการรับรู้รายได้ในที่สม่ำเสมอและสร้างอัตราการเติบโตให้กับบริษัทในระยะยาว ขณะที่ตั้งแต่ต้นปีบริษัทฯได้เซ็นสัญญารับงานก่อสร้างใหม่ไปแล้ว 3 โครงการ ได้แก่ งานก่อสร้างโรงงานต้นแบบนวัตกรรมอาหารแบบครบวงจร อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มูลค่า 145 ล้านบาท งานก่อสร้างโครงการ Holiday Inn Express and Holiday Inn Resort, Samui มูลค่า 317 ล้านบาท และล่าสุดกับโครงการ Arise Condominium@Mahidol มูลค่า 129 ล้านบาท ส่งผลทำให้บริษัทฯมีมูลค่างานรวมตั้งแต่ต้นปี 591 ล้านบาท และนอกจากนี้ยังอยู่ระหว่างการเตรียมเซ็นสัญญาเพิ่มอีก 1 โครงการมูลค่า 179 ล้านบาทที่น่าจะได้ข้อสรุปในเร็วๆนี้ ทั้งนี้ โครงการก่อสร้างที่กล่าวมาทั้งหมดจะรับรู้รายได้ตั้งแต่ปีนี้ต่อเนื่องถึงปี 2563 ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่างานในมือของบริษัทในปีนี้และสนับสนุนให้บริษัทฯมีการเติบโตมากกว่าปีที่ผ่านมา

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ