Scath (สมาคมกาแฟพิเศษไทย) จับมือ The Cloud สานต่องาน “Thailand Coffee Fest 2019” ติดต่อกันเป็นปีที่ 4 ภายใต้ธีม “เริ่มจิบ...ไม่รู้จบ” มุ่งสร้างระบบนิเวศน์อุตสาหกรรมกาแฟไทยอย่างยั่งยืน และครบวงจร

ข่าวทั่วไป Thursday March 7, 2019 11:16 —ThaiPR.net

กรุงเทพฯ--7 มี.ค.--คลาวนด์ แอนด์กราวน์ Scath (สมาคมกาแฟพิเศษไทย) ผนึก บริษัท คลาวนด์ แอนด์กราวน์ จำกัด ประกาศเดินหน้าจัดงาน "Thailand Coffee Fest 2019" มหกรรมกาแฟที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ติดต่อกันเป็น ปีที่ 4 ภายใต้ธีม "เริ่มจิบ...ไม่รู้จบ" นำเสนอเสน่ห์อันล้ำลึกของกาแฟจากผู้ประกอบการกาแฟไทยและต่างประเทศกว่า 100 ราย พร้อมกิจกรรมเสวนาจากกูรูกาแฟชั้นนำ และเวิร์กช้อปมากมาย ตอบโจทย์ทั้งเกษตรกรผู้ปลูก ผู้ประกอบการ และผู้บริโภค มุ่งสร้างระบบนิเวศน์ของอุตสาหกรรมกาแฟใน ประเทศไทยอย่างครบวงจร ควบคู่กับการยกระดับอุตสาหกรรมกาแฟไทยสู่ระดับโลกอย่างยั่งยืน ระหว่างวันที่ 14-17 มีนาคม 2562 ณ Impact Exhibition Hall 5-6 เมืองทองธานี นายช้างน้อย กุญชร ณ อยุธยา กรรมการผู้จัดการ บริษัท คลาวนด์ แอนด์กราวน์ จำกัด เปิดเผยว่า "บริษัทได้ร่วมมือกับ Scath หรือ สมาคมกาแฟพิเศษไทย สานต่อความสำเร็จในการจัดงาน Thailand Coffee Fest ติดต่อกันเป็นปีที่ 4 โดยมีวัตถุประสงค์ในการสร้างระบบนิเวศน์ของอุตสาหกรรมกาแฟในประเทศไทยอย่างยั่งยืนและครบวงจร ตั้งแต่เกษตรกรผู้ปลูก สู่ผู้แปรรูป ไปจนถึงผู้บริโภค พร้อมตั้งเป้าหมายขยายการรับรู้ไปยัง กลุ่มผู้บริโภคทั่วไปที่ไม่ใช่คอกาแฟให้มีโอกาสรู้จักกาแฟพิเศษมากขึ้น ซึ่งจากประสบการณ์การจัดงาน Thailand Coffee Fest ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา พบว่าคอมมูนิตี้ของกลุ่มคนรักกาแฟในประเทศไทยเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี จากสถิติของผู้ประกอบการกาแฟที่ร่วมออกบูธภายในงานเพิ่มขึ้นจาก 126 รายในปีที่แล้ว เป็น 206 รายในปี 2019 และมีจำนวนผู้เข้าร่วมงานทั้งหมดประมาณ 100,000 รายในปี 2018 โดยการจัดงานครั้งล่าสุดสามารถสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนภายในงานสูงถึง 200 ล้านบาท สำหรับปีนี้ งาน "Thailand Coffee Fest 2019" จะจัดขึ้นภายใต้ธีม "เริ่มจิบ...ไม่รู้จบ" ที่สื่อถึงเสน่ห์ของกาแฟเครื่องดื่มที่เป็นที่นิยมไปทั่วโลก ซึ่งนอกจากจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในแต่ละวันแล้ว ยังถือเป็นจุดเริ่มต้นของประสบการณ์ด้านสุนทรีย์ศาสตร์ใหม่ๆ ที่ก่อให้เกิดการศึกษาแลกเปลี่ยนความรู้ได้อย่างไม่รู้จบ รวมถึงเป็นการสร้างมิตรภาพและแรงบันดาลใจ ตลอดจนการต่อยอดความชื่นชอบไปสู่การสร้างอาชีพและรายได้ที่จะช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ที่เกี่ยวข้องในทุกภาคส่วน และผลักดันเศรษฐกิจของประเทศได้อย่างยั่งยืน" โดยปีนี้ "Thailand Coffee Fest 2019" ได้ขยายขนาดการจัดงานให้มากกว่าเดิมบนพื้นที่กว่า 1,000 ตารางเมตรซึ่งรวบรวมกิจกรรมที่ตอบโจทย์ ทั้งกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูก ผู้บริโภค และผู้ประกอบการได้ในงานเดียว โดยได้รับการตอบรับเข้าร่วมงานจากผู้ประกอบการในแวดวงกาแฟกว่า 100 รายจากทั้งในประเทศและต่างประเทศที่นำผลิตภัณฑ์กาแฟคุณภาพมาให้ได้ลิ้มลองรสชาติกันถึงที่ ควบคู่กับการรวบรวมสินค้าและบริการที่เกี่ยวข้องกับกาแฟมาไว้ภายในงานอย่างครบวงจร รวมถึงกิจกรรมเสวนากับผู้เชี่ยวชาญในแวดวงกาแฟ และกิจกรรมเวิร์คช็อปจาก 4 โซนพิเศษภายในงาน ได้แก่ โซน SIP to START สอนหลักสูตรกาแฟเบื้องสำหรับมือใหม่หัดดื่มกาแฟกับกิจกรรม Coffee 101 รวมถึงการเสิร์ฟเซ็ต "กาแฟ Omakase" โดยคุณปิ ดริปคิง โซน SIP to CONNECT เปิดโอกาสให้ Supplier และผู้ประกอบการในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับกาแฟได้พูดคุยและแลกเปลี่ยนความคิดผ่านกิจกรรม Coffee Dating และ Workshop ทักษะต่างๆ ที่จำเป็นสำหรับการทำธุรกิจกาแฟ โซน SIP to CHANGE ส่งเสริมเรื่องการอนุกรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนด้วยการนำของเหลือจากการผลิตและบริโภคกาแฟมาแปรรูปใหม่ในรูปแบบของการทำสบู่กาแฟ หมอนหลอด และการรีไซเคิลพลาสติกในโครงการ Precious Plastic Bangkok และสุดท้าย โซน SIP to GROW เป็นโซนตัดสิน "10 สุดยอด เมล็ดกาแฟที่ดีที่สุดในประเทศไทย" ที่จะเฟ้นหาสุดยอดเมล็ดกาแฟพันธุ์ดีจากเกษตรกรคุณภาพ และกิจกรรม Cupping Exchange ให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ทำ Cupping ด้วยตัวเอง นอกจากนี้ภายในงานยังจัดการแข่งขัน "เอสเย็นชิงแชมป์โลก" (World Esyenn Championship) การประลองฝีมือของบาริสต้าชั้นนำในการชงกาแฟเอสเพรสโซเย็นในการแข่งขัน "ซึ่งถือเป็นไฮไลท์ของงานและมีที่เดียวในโลกที่ประเทศไทย โดยคาดว่าจากเทรนด์ความนิยมด้านกาแฟที่เพิ่มสูงขึ้น นายอภิชา แย้มเกษร รองนายกสมาคมกาแฟพิเศษไทย เผยถึงสถานการณ์อุตสาหกรรมกาแฟในประเทศไทยว่า "ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา พบว่าพฤติกรรมผู้บริโภครุ่นใหม่นิยมดื่มกาแฟเพิ่มมากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับการเติบโตของตลาดกาแฟในประเทศไทยประมาณ 15-20% จากปีก่อน ด้วยมูลค่าราว 1.5 หมื่นล้านบาท โดยเฉพาะกาแฟพิเศษ (specialty coffee) ที่มีสัดส่วนถึง 10% ของตลาดกาแฟทั้งหมดในประเทศหรือคิดเป็นมูลค่าราว 1,500 ล้านบาท เนื่องจากเป็นกาแฟที่ผ่านกระบวนการผลิตอย่างพิถีพิถันในทุกขั้นตอนเพื่อให้ได้คุณภาพที่ดีที่สุด จากความนิยมที่เกิดขึ้นนี้จึงส่งผลให้เกิดการขยายตัวของธุรกิจร้านขายกาแฟ ซึ่งทางสมาคมกำลังมุ่งผลักดันในการเพิ่มสัดส่วนกาแฟพิเศษในอุตสาหกรรมกาแฟไทยให้มากขึ้นในอนาคต นอกจากนี้ในปีนี้ยังพบว่ามีร้านที่ใช้เมล็ดกาแฟแบบ Thai Specialty Coffee ซึ่งเพาะปลูกและแปรรูปในประเทศไทยทุกขั้นตอน เพิ่มมากขึ้นซึ่งแสดงให้เห็นถึงแนวโน้ม ที่ดีของระบบนิเวศน์ของอุตสาหกรรมกาแฟในประเทศไทยซึ่งกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง สามารถสร้างความอุ่นใจให้เกษตรกรในการมีตลาดรองรับผลผลิตมากยิ่งขึ้น สามารถสร้างรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่เกษตรกร ได้มากยิ่งขึ้น ทั้งยังช่วยสร้างการเติบโตของเศรษฐกิจภายในประเทศได้อย่างทั่วถึง นอกจากนี้ยังเป็นการรักษา ผืนป่า และต้นน้ำไปในตัว เพราะกาแฟเป็นพืชที่เติบโตได้ดีภายใต้ร่มเงาของต้นไม้ใหญ่ การปลูกกาแฟสามารถทดแทนการทำไร่เลื่อนลอยและการทำลายป่าของเกษตรกรหรือชาวเขาได้อีกด้วย" ผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมงาน Thailand Coffee Fest 2019 ระหว่างวันที่ 14-17 มีนาคม 2562 ตั้งแต่เวลา 10.00 - 20.00 น. ณ Impact Exhibition Hall 5-6 โดยไม่มีค่าใช้จ่าย และเพื่ออำนวยความสะดวกในการเข้าร่วมงาน และกิจกรรมเวิร์กช้อปได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น สามารถลงทะเบียนล่วงหน้าได้ทางเว็บไซต์ https://www.zipeventapp.com/e/thailand-coffee-fest-2019 หรือติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.thailandcoffeefest.org/และ https://www.facebook.com/ThailandCoffeeFest/

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ