กรุงศรีคาดเงินบาทซื้อขายในกรอบ 31.50-31.85 จับตาประชุมกนง. ก่อนลุ้นผลเลือกตั้ง 24 มี.ค.

ข่าวหุ้น-การเงิน 18 มีนาคม พ.ศ. 2562 15:17 น. —ThaiPR.net

กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) มีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาท ในสัปดาห์นี้ว่ามีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 31.50-31.85 ต่อดอลลาร์ เทียบกับระดับปิดแข็งค่าที่ 31.70 ต่อดอลลาร์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิในตลาดหุ้นและพันธบัตรไทยมูลค่า 5.4 พันล้านบาท และ 500 ล้านบาท ตามลำดับ ส่วนเงินดอลลาร์อ่อนค่าเทียบกับสกุลเงินสำคัญส่วนใหญ่ ขณะที่เงินปอนด์ค่อนข้างผันผวนหลังรัฐสภาสหราชอาณาจักรโหวตเพื่อขอให้สหภาพยุโรป (อียู) เลื่อนกำหนด Brexit ออกไปจากวันที่ 29 มีนาคม ส่วนธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) คงนโยบายการเงินตามคาดและระบุว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่นได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจต่างประเทศที่ชะลอตัวลง

กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ กรุงศรี คาดว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะตรึงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมวันที่19-20 มีนาคม ขณะที่ตลาดจะให้ความสนใจกับท่าทีของเฟดต่อภาวะเศรษฐกิจการเงินสหรัฐฯ เพื่อประเมินทิศทางดอกเบี้ยและการดำเนินมาตรการเกี่ยวกับขนาดงบดุลของเฟดในระยะข้างหน้า รวมทั้งจับตาประเด็นการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน นอกจากนี้ นักลงทุนจะติดตามความพยายามที่จะผลักดันข้อตกลง Brexit ของนายกรัฐมนตรีเทเรซา เมย์ ให้ผ่านรัฐสภาสหราชอาณาจักรอีกครั้งในสัปดาห์นี้ ส่วนการเลื่อนกำหนด Brexit จะต้องอาศัยเสียงสนับสนุนอย่างเป็นเอกฉันท์จากประเทศสมาชิกอียูอีก 27 ประเทศ ซึ่งจะประชุมสุดยอดในวันที่ 21 มีนาคม

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ คาดว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 1.75% ด้วยเสียงไม่เป็นเอกฉันท์ในวันที่ 20 มีนาคม ข้อมูลการค้าระหว่างประเทศที่ออกมาอ่อนแอต่อเนื่องรวมถึงการปรับท่าทีของธนาคารกลางหลักสู่การลดระดับคุมเข้มนโยบายทำให้เราปรับคาดการณ์ช่วงเวลาที่จะมีการปรับดอกเบี้ยของไทยออกไป โดยเรามองว่า หากกนง.จะขึ้นดอกเบี้ยนโยบายในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ ผลโหวตในสัปดาห์นี้ควรมีจำนวนกรรมการที่สนับสนุนการขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม กรณีการส่งสัญญาณคลุมเครือหรือโน้มเอียงในเชิงพิราบมากขึ้น เราเชื่อว่ากนง.จะพลาดโอกาสในการปรับขึ้นดอกเบี้ยเพื่อดูแลความเสี่ยงด้านเสถียรภาพ และมีแนวโน้มตรึงดอกเบี้ยไว้ตลอดช่วงที่เหลือของปี 2562 ภาพรวมสัปดาห์นี้ คาดว่ากระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายจะยังคงสะท้อนความระมัดระวัง ขณะที่ตลาดการเงินจะรอดูความชัดเจนทั้งจาก กนง.และผลการเลือกตั้งวันที่ 24 มีนาคม


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ