กลุ่มเกษตรกรเลี้ยงสัตว์ทุ่งครุส่งเสริมเลี้ยงแพะเป็นสัตว์เศรษฐกิจ รวมกลุ่มแปรรูปนมแพะเป็นผลิตภัณฑ์หลากชนิดสร้างรายได้ชุมชน

ข่าวทั่วไป Wednesday March 20, 2019 15:15 —ThaiPR.net

กลุ่มเกษตรกรเลี้ยงสัตว์ทุ่งครุส่งเสริมเลี้ยงแพะเป็นสัตว์เศรษฐกิจ รวมกลุ่มแปรรูปนมแพะเป็นผลิตภัณฑ์หลากชนิดสร้างรายได้ชุมชน

กรุงเทพฯ--20 มี.ค.--กรมส่งเสริมสหกรณ์

เขตทุ่งครุหรือที่คนรุ่นเก่าจะคุ้นเคยในชื่อบางมด นอกจากจะมีส้มบางมดที่เลื่องชื่อ เป็นผลไม้เศรษฐกิจที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรในย่านนี้แล้ว ใครจะรู้บ้างว่าเขตทุ่งครุนั้น ยังมีของดีที่ขึ้นชื่อไม่แพ้ส้มบางมดอีกสิ่งหนึ่ง นั่นคือ "แพะ" ซึ่งนับได้ว่าเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่ชาวชุมชนทุ่งครุนิยมเลี้ยง เนื่องจากบริเวณนี้ประชากรส่วนใหญ่เป็น ชาวมุสลิม ซึ่งตามความเชื่อของศาสนาอิสลาม ถ้าเด็กเกิดมาใหม่จะต้องรับขวัญเด็กโดยการแจกทานเนื้อแพะ ชาวบ้านจึงนิยมเลี้ยงทั้งแพะนมและแพะเนื้อและนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ สร้างรายได้ให้กับคนในชุมชนนี้อย่างมาก "แพะ" จึงเป็นสัตว์เศรษฐกิจชนิดหนึ่งที่สร้างชื่อเสียงให้กับเกษตรกรในเขตทุ่งครุ
เกษตรกรผู้เลี้ยงแพะในซอยพุทธบูชา 36 เขตทุ่งครุได้รวมตัวกันตั้งเป็น "กลุ่มเกษตรกรเลี้ยงสัตว์ทุ่งครุ" มีบทบาทสำคัญและเป็นศูนย์กลางในการนำเสนอข่าวสาร รวมถึงให้ความรู้สำหรับผู้สนใจด้านการเลี้ยงแพะ สายพันธุ์ รวมถึงการจัดจำหน่าย ต่อมาในปี 2554 ได้มีการรวมกลุ่มสมาชิก 35 คนในนามกลุ่มวิสาหกิจชุมชนดารุ้ลอิบาดะห์ พัฒนาและต่อยอดแปรรูปผลิตภัณฑ์จากนมแพะอีกหลายชนิด เช่น สบู่ ครีมอาบน้ำ โลชั่นบำรุงผิว นมแพะพาสเจอร์ไรซ์ โยเกิร์ตนมแพะ คุกกี้นมแพะ และทองม้วนนมแพะ โดยเริ่มจาการขอใช้พื้นที่ของมัสยิดในการรวมกลุ่ม ต่อมาได้ย้ายที่รวมกลุ่มเพื่อแปรรูปผลิตภัณฑ์นมแพะเข้ามาอยู่ในชุมชน เพื่อเปิดให้นักท่องเที่ยวและผู้ที่สนใจเข้ามาเที่ยวในชุมชน เยี่ยมชมฟาร์มแพะซึ่งตั้งอยู่ภายในบริเวณบ้านของสมาชิก และเลือกซื้อผลิตภัณฑ์นมแพะได้สะดวกยิ่งขึ้น
นางสาวกุสุมา อินสมะพันธ์ ประธานกลุ่มฯ เล่าว่า จุดเริ่มต้นของการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากนมแพะ เริ่มจากสำนักงานเขตทุ่งครุได้เข้ามาสนับสนุนงบประมาณให้กลุ่มอาชีพเพื่อฝึกอบรมทำสบู่นมแพะ ก่อนจะค่อย ๆ ขยายผลไปทำโลชั่นนมแพะ และทำเป็นขนมที่มีส่วนผสมจากนมแพะ ทั้งคุกกี้นมแพะและท้องม้วนนมแพะ ซึ่งมีรสชาติหวานหอมกลิ่นนมแพะ เป็นของขึ้นชื่อเมื่อคนเดินทางมาเที่ยวในชุมชนแห่งนี้ ต้องซื้อติดมือกลับไปเป็นของฝาก ต่อมาทางสำนักงานส่งเสริมสหกรณ์กรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 กรมส่งเสริมสหกรณ์ ได้เข้ามาสนับสนุนต่อยอด โดยเชิญอาจารย์จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มาอบรมวิธีการทำผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับสุขภาพ จนได้เป็นผลิตภัณฑ์สบู่นมแพะและโลชั่นบำรุงผิวที่มีสูตรเฉพาะ ซึ่งจะใช้นมแพะแท้ ๆ เป็นส่วนผสมหลัก ส่วนสบู่นั้นทำจากนมแพะผสมกับน้ำมันฮับบาดุซเซาดะฮ์ ซึ่งเป็นน้ำมันหอมกลิ่นเฉพาะของชาวมุสลิม ฮับบาดุซเซาดะฮ์ เป็นต้นไม้ชนิดหนึ่งที่มีเม็ดเล็กๆ เหมือนงา คนจีนเรียกว่าน้ำมันเทียนดำ ซึ่งน้ำมันฮับบาดุซเซาดะฮ์ มีประโยชน์ สามารถทานได้ ช่วยต่อต้านและรักษาโรคมะเร็งได้ดี และหากใช้กับผิว จะช่วยรักษาโรคผิวหนังได้ และสามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้โดยไม่ต้องใช้สารเคมี
สำหรับช่องทางจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากนมแพะขณะนี้ มีหลายหน่วยงานที่เชิญทางกลุ่มไปร่วมออกร้าน ในงานเทศกาลต่าง ๆ ทั้งงานเกษตรแฟร์ งานบางมดเฟส งานเกษตรสร้างชาติที่สวนลุมพินี และทุกเดือนจะเปิดบูธจำหน่ายที่สหกรณ์ออมทรัพย์ในเขตกรุงเทพ มีลูกค้าที่ตามกลับมาซื้ออย่างต่อเนื่อง สินค้าขายดี คือ โลชั่นนมแพะ ขวดเล็ก ราคา 130 บาท ขวดใหญ่ 200 บาท และมีแบบหลอด ราคา 130 บาท สบู่มี 2 สี สีเขียวเป็นสบู่อาบน้ำที่ใส่น้ำมันฮับบาดุซเซาดะฮ์ล้วน ๆ ส่วนสีแดงจะเป็นสบู่น้ำมันฮับบาดุซเซาดะฮ์ผสมนมแพะ ซึ่งผ่านการรับรองคุณภาพจาก อย. เรียบร้อยแล้ว ส่วนนมแพะพาสเจอร์ไรซ์ มีหลากหลายรสชาติ เช่น กาแฟ โกโก้ ซึ่งนมแพะเป็นนมที่อุดมไปด้วยคุณค่าทางสารอาหาร มีปริมาณโปรตีนสูง มีวิตามินและแร่ธาตุไม่ต่างจากนมวัว ทั้งแคลเซียม วิตามินเอ วิตามินบี 3 โพแทสเซียม และมีโปรตีนที่ง่ายต่อการย่อย
การแบ่งหน้าที่ของสมาชิกในกลุ่ม สมาชิกทุกคนสามารถทำได้ทุกผลิตภัณฑ์ จะใช้เวลาว่างจากงานประจำทำสวนเลี้ยงแพะแล้ว มารวมกันแปรรูปนมแพะ ซึ่งจะทำให้มีรายได้เสริมเดือนละประมาณ 1,500 – 2,000 บาท/คน และนอกเหนือจากนมแพะที่นำมาแปรรูปแล้ว ทางกลุ่มได้เริ่มทำปลาบูดูจำหน่ายควบคู่กับนมแพะแปรรูปด้วย เนื่องจากมีสมาชิกบางส่วนมีอาชีพเลี้ยงปลานิล ทางกลุ่มจึงรับซื้อปลาสดของสมาชิกมาแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า ครั้งละประมาณ 100 กิโลกรัม ทุก ๆ 2 เดือนจะมารวมตัวกันทำปลาบูดูจำหน่าย กรรมวิธีคล้ายการทำปลาร้า นำปลามาล้างทำความสะอาด และหมักเกลือ ทิ้งไว้ 1 คืน ก่อนจะนำมาใส่ส่วนผสม กระเทียม ข้าวคั่ว ซึ่งระหว่างการทำปลาบูดูจะต้องทำให้สะอาด มีผ้าปิดให้มิดชิด ไม่ให้มีแมลงวันตอม จากนั้นนำไปหมักต่อในไห ประมาณ 15-21วัน จึงจะนำมารับประทานได้ สามารถนำมาทอด หลนเต้าเจี้ยว หรือนำเข้าไมโครเวฟ ก็นำออกมารับประทานได้ทันที ทางกลุ่มฯจะนำปลาบูดูออกไปวางขายคู่กับผลิตภัณฑ์จากนมแพะ เป็นปลาบูดูบรรจุถุงแบบสุญญากาศ กิโลกรัมละ 120 บาท ใครสนใจจะสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ของทางกลุ่มวิสาหกิจชุมชนดารุ้ลอิบาดะห์ ติดต่อคุณกุสุมา อินสะมะพันธ์ โทร.08 3024 8107 086-936-8299 หรือfacebook : วิสาหกิจชุมชนดารุ้ลอิบาดะห์


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ