'มิชลิน’ จับมือ 'โฟเรอเซีย’ พร้อมรุกเป็นผู้นำระดับโลก ด้านการสัญจรด้วยพลังงานไฮโดรเจน

ข่าวยานยนต์ ThaiPR.net -- พฤหัสบดีที่ 21 มีนาคม 2562 11:06:34 น.
กรุงเทพฯ--21 มี.ค.--มิชลิน

มิชลิน ผู้นำระดับโลกด้านยางล้อและการสัญจรอย่างยั่งยืน ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับ โฟเรอเซีย (Faurecia) ผู้นำทางเทคโนโลยีเพื่ออุตสาหกรรมยานยนต์ จัดตั้งบริษัทร่วมทุนภายใต้ชื่อ ซิมบิโอ (Symbio) เพื่อดูแลกิจกรรมการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับเซลล์เชื้อเพลิงของมิชลิน (ครอบคลุมถึงของ ซิมบิโอ เองซึ่งเพิ่งเข้าเป็นบริษัทหนึ่งในเครือกลุ่มมิชลิน) และโฟเรอเซีย

ทั้งนี้ ซิมบิโอ เป็นบริษัทร่วมทุนในสัดส่วนเท่ากันระหว่าง มิชลิน และ โฟเรอเซีย ที่ดำเนินกิจการด้านพลังงานไฮโดรเจน บริษัทร่วมทุนสัญชาติฝรั่งเศสแห่งนี้จัดตั้งขึ้นเพื่อสร้างสรรค์ระบบนิเวศเฉพาะ โดยมุ่งพัฒนา ผลิต และทำตลาดเซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจนสำหรับยานยนต์ขนาดเล็ก รถอเนกประสงค์ รถบรรทุก ตลอดจนการนำไปใช้ประโยชน์ในด้านอื่น

มิชลิน และ โฟเรอเซีย เชื่อมั่นว่าเทคโนโลยีไฮโดรเจนจะมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อโลกอนาคตที่การสัญจรมีค่าการปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ (Zero Emission Mobility) และต่อความแข็งแกร่งของภาคอุตสาหกรรมไฮโดรเจนในฝรั่งเศสและยุโรป จึงมุ่งก้าวสู่ความเป็นผู้นำระดับโลกด้านระบบเซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจนด้วยการผสานสินทรัพย์ที่มีเข้าด้วยกันและจัดตั้งเป็นบริษัทร่วมทุนขึ้น ส่งผลให้บริษัทร่วมทุนที่จัดตั้งขึ้นใหม่นี้มีความพร้อมในทันทีสำหรับการนำเสนอระบบเซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจนที่หลากหลายเหมาะกับการใช้งานทุกรูปแบบ

สำหรับรถพลังงานไฟฟ้า เทคโนโลยีเซลล์เชื้อเพลิงยังช่วยส่งเสริมเทคโนโลยีแบตเตอรี่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแบตเตอรี่สำหรับการใช้งานหนักที่จ่ายพลังงานได้นานขึ้น ยิ่งกว่านั้น เทคโนโลยีเซลล์เชื้อเพลิงยังได้รับเลือกจากสหภาพยุโรปให้เป็นหนึ่งใน 6 โครงการเพื่อประโยชน์ส่วนรวมที่สำคัญ (Important Projects of Common Interest) ของยุโรป

มิชลิน จะให้การสนับสนุนกิจกรรมการดำเนินงานต่างๆ ตลอดจนกิจกรรมด้านการผลิต การวิจัยและการพัฒนาของ ซิมบิโอ ซึ่งเข้ามาเป็นบริษัทในเครือของมิชลินตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562 และเป็นซัพพลายเออร์ระบบเซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจนที่เกี่ยวข้องกับบริการทางดิจิทัลหลากหลายรูปแบบ

ขณะที่ โฟเรอเซีย จะมีบทบาทส่งเสริมบริษัทร่วมทุนด้วยความเชี่ยวชาญทางเทคโนโลยีเซลล์เชื้อเพลิงซึ่งพัฒนาขึ้นภายใต้ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ ซีอีเอ (CEA) ตลอดจนด้วยทักษะทางอุตสาหกรรมและความสัมพันธ์เชิงกลยุทธ์ที่มีกับผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำ โดย โฟเรอเซีย จะพัฒนาถังบรรจุไฮโดรเจนแรงดันสูง (High-Pressure Hydrogen Tank) ร่วมกับ สเตเลีย แอโรสเปซ คอมโพสิทส์ (Stelia Aerospace Composites) อย่างต่อเนื่องเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อบริษัทร่วมทุน

นอกจากนี้ ความร่วมมือระหว่าง มิชลิน และกลุ่มผู้ให้บริการด้านพลังงานระดับโลก เอ็นจี (ENGIE) เพื่อพัฒนาระบบนิเวศที่เกี่ยวกับไฮโดรเจน โดยเฉพาะการสัญจรด้วยพลังงานไฮโดรเจน ก็จะเป็นประโยชน์แก่บริษัทร่วมทุนใหม่นี้ด้วยเช่นกัน

พิธีลงนามในบันทึกข้อตกลงระหว่าง มิชลิน และ โฟเรอเซีย ได้รับเกียรติจาก Agnes Pannier-Runacherรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจและการคลังแห่งฝรั่งเศส ร่วมเป็นสักขีพยาน เนื่องจากการดำเนินงานภายใต้ข้อตกลงดังกล่าวต้องได้รับความเห็นชอบจากเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจด้านการควบรวมกิจการหลายราย

ฟลอรองต์ เมอเนโกซ์ (Florent Menegaux) หุ้นส่วนผู้จัดการทั่วไปและว่าที่ประธานกลุ่มมิชลินคนต่อไป เปิดเผยว่า "การประสานพันธมิตรครั้งนี้จะส่งผลให้การสัญจรด้วยพลังงานไฮโดรเจนพัฒนาและเป็นจริงได้อย่างรวดเร็วในฐานะการสัญจรอย่างยั่งยืนรูปแบบใหม่ ทั้งนี้ การร่วมพันธมิตรระหว่าง มิชลิน และ โฟเรอเซีย เพื่อจัดตั้ง ซิมบิโอ มีเป้าหมายสูงสุดคือการพัฒนาทางเลือกที่หลากหลายครบครันสำหรับยานยนต์พลังไฮโดรเจน ครอบคลุมตั้งแต่เซลล์เชื้อเพลิงไปจนถึงบริการซ่อมบำรุงต่างๆ"

แพทริก โคลเลอร์ (Patrick Koller) ประธานกรรมการบริหารของ โฟเรอเซีย กล่าวว่า "ผมรู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ได้ลงนามในข้อตกลงความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ มิชลิน เพื่อก้าวสู่การเป็นผู้นำระดับโลกด้านการสัญจรด้วยพลังงานไฮโดรเจน วิสัยทัศน์ที่องค์กรทั้งสองมีร่วมกัน ประกอบกับทักษะความรอบรู้ทางเทคโนโลยีที่สนับสนุนซึ่งกันและกัน จะช่วยให้การพัฒนาระบบเซลล์เชื้อเพลิงที่มีประสิทธิภาพและสามารถนำไปใช้งานได้หลายรูปแบบออกวางตลาดได้เร็วขึ้น เป้าหมายร่วมกันของ มิชลิน และ โฟเรอเซีย คือการสร้างศูนย์แห่งความเป็นเลิศด้านการสัญจรด้วยพลังงานไฮโดรเจนขึ้นที่ประเทศฝรั่งเศส และเพื่อให้บรรลุเป้าหมายนี้ เราจะทยอยผสานกิจกรรมการดำเนินงานต่างๆ เข้าด้วยกัน"

เกี่ยวกับมิชลิน

มิชลิน ในฐานะผู้นำอุตสาหกรรมยางรถยนต์ มุ่งมั่นส่งเสริมการสัญจรของลูกค้าอย่างยั่งยืน ออกแบบและจัดจำหน่ายยางที่เหมาะกับการใช้งานมากที่สุด ตลอดจนให้บริการและโซลูชั่นที่ตรงกับความต้องการของลูกค้า ซึ่งครอบคลุมการให้บริการทางดิจิตอล การจัดทำคู่มือและแผนที่สำหรับการเดินทางท่องเที่ยวเพื่อสัมผัสประสบการณ์ที่แตกต่างไม่เหมือนใคร รวมถึงการพัฒนาวัสดุทางเทคโนโลยีขั้นสูงสำหรับอุตสาหกรรมการสัญจร กลุ่มมิชลินมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองแกลร์มง-แฟร็อง ประเทศฝรั่งเศส และมีสำนักงานสาขาอยู่ใน 170 ประเทศ โดยมีพนักงาน 117,400 คนทั่วโลก และมีโรงงานผลิต 121 แห่งใน 17 ประเทศ ซึ่งผลิตยางรวมกันได้สูงถึง 190 ล้านเส้นในปี 2560 ทั้งนี้ กลุ่มมิชลินได้จัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาในทวีปยุโรป อเมริกาเหนือ และเอเชีย คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.michelin.co.th

เกี่ยวกับโฟเรอเซีย

นับตั้งแต่ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2540 โฟเรอเซีย (Faurecia) ได้เติบโตจนกลายเป็นบริษัทที่มีบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรมยานยนต์ของโลก โดยมีพื้นที่ปฏิบัติงานราว 300 แห่ง ซึ่งในจำนวนนี้ 35 แห่งเป็นศูนย์วิจัยและพัฒนา ทั้งยังมีพนักงาน 115,000 คน ใน 37 ประเทศทั่วโลก ปัจจุบัน โฟเรอเซีย เป็นผู้นำระดับโลกในธุรกิจ 3 ด้าน ได้แก่ การผลิตที่นั่งในยานยนต์ (Seating), การตกแต่งภายในยานยนต์ (Interiors) และการสัญจรที่สะอาด (Clean Mobility) โดยมีกลยุทธ์ทางเทคโนโลยีที่มุ่งเน้นการนำเสนอโซลูชั่นเพื่อสร้างสรรค์ "ที่นั่งคนขับแห่งอนาคต" (Cockpit of the Future) และ "การสัญจรอย่างยั่งยืน" (Sustainable Mobility) ในปี 2561 กลุ่มโฟเรอเซีย มียอดขายอยู่ที่ 17.5 พันล้านยูโร อนึ่ง โฟเรอเซีย จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ยูโรเน็กซ์-ปารีส (Euronext Paris) และเป็นหนึ่งในรายชื่อหลักทรัพย์ที่ใช้คำนวณดัชนี CAC Next 20 คลิกอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.faurecia.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง