SC ASSET และ BCPG สององค์กรชั้นนำ เปิดตัว 'Sun Share Project’ โครงการความร่วมมือนำระบบ โซลาร์ รูฟ มาผลิตไฟฟ้าเพื่อใช้ในบ้านและซื้อ-ขายไฟฟ้าระหว่างกันผ่านบล็อกเชนรายแรกในโครงการ เนเบอร์ฮูด บางกะดี

ข่าวเศรษฐกิจ 18 เมษายน พ.ศ. 2562 09:14 น. —ThaiPR.net

SC ASSET และ BCPG สององค์กรชั้นนำ เปิดตัว 'Sun Share Project' โครงการความร่วมมือนำระบบ โซลาร์ รูฟ มาผลิตไฟฟ้าเพื่อใช้ในบ้านและซื้อ-ขายไฟฟ้าระหว่างกันผ่านบล็อกเชนรายแรกในโครงการ เนเบอร์ฮูด บางกะดี มุ่งสร้างประโยชน์เพื่อลูกค้าอย่างยั่งยืน เกี่ยวกับบีซีพีจี บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) ประกอบธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยเป็นผู้ประกอบการและลงทุนในโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลมและพลังงานความร้อนใต้พิภพ ในประเทศไทย ประเทศญี่ปุ่น ประเทศฟิลิปปินส์และประเทศอินโดนีเซีย มีกำลังการผลิตติดตั้งรวมประมาณ 600เมกะวัตต์

SC ASSET และ BCPG สององค์กรชั้นนำ เปิดตัว 'Sun Share Project’ โครงการความร่วมมือนำระบบ โซลาร์ รูฟ มาผลิตไฟฟ้าเพื่อใช้ในบ้านและซื้อ-ขายไฟฟ้าระหว่างกันผ่านบล็อกเชนรายแรกในโครงการ เนเบอร์ฮูด บางกะดี

นายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัทพัฒนาอสังหาฯ ชั้นนำของไทย ลงนามบันทึกข้อตกลงความเข้าใจ (MOU) กับนายบัณฑิต สะเพียรชัย กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) บริษัทผู้ดำเนินธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนชั้นนำในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค โดยนายณัฐพงศ์เปิดเผยว่า " Sun Share Project เป็นโครงการความร่วมมือนำระบบโซลาร์ รูฟ ติดตั้งที่บ้านลูกค้า และ สปอร์ต คอมเพล็กซ์ (Sport complex) ในโครงการเนเบอร์ฮูด บางกะดี (Neighborhood Bangkadi) ด้วยการนำเอาเทคโนโลยีบล็อกเชน ซึ่งพัฒนาโดย BCPG มาใช้ในการบริหารพลังงานไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพ โดยลูกค้าสามารถซื้อ-ขายพลังงานไฟฟ้าผ่านระบบบล็อกเชน แบบอัตโนมัติ ประการสำคัญ คือ ลูกค้าได้รับสิทธิประโยชน์โดยตรง นอกจากไม่มีค่าใช้จ่ายในการติดตั้ง ยังประหยัดค่าใช้จ่ายในกระเป๋าระยะยาว 2 เรื่อง ได้แก่

SC ASSET และ BCPG สององค์กรชั้นนำ เปิดตัว 'Sun Share Project’ โครงการความร่วมมือนำระบบ โซลาร์ รูฟ มาผลิตไฟฟ้าเพื่อใช้ในบ้านและซื้อ-ขายไฟฟ้าระหว่างกันผ่านบล็อกเชนรายแรกในโครงการ เนเบอร์ฮูด บางกะดี
  • สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายในการใช้ไฟฟ้าในแต่ละเดือน จากการใช้พลังงานไฟฟ้าที่ผลิตได้เองจาก โซลาร์ รูฟ โดยตรง อีกด้านคือ สามารถซื้อพลังงานไฟฟ้าผ่านระบบ Blockchain ได้แบบอัตโนมัติ ซึ่งราคา ต่อหน่วยไฟฟ้านี้จะถูกกว่าหน่วยไฟฟ้าของการไฟฟ้าปกติ
  • กรณีลูกค้าไม่ได้ใช้ไฟฟ้าในช่วงเวลากลางวัน หรือไม่อยู่บ้าน จะมีรายได้จากการขายไฟฟ้าส่วนเกินที่ ผลิตได้ ผ่านระบบบล็อกเชนโดยอัตโนมัติ ให้กับบ้าน และสปอร์ต คอมเพล็กซ์ ที่มีความต้องการใช้พลังงานไฟฟ้าในช่วงเวลากลางวัน
          นอกจากนี้ในอนาคต SC ASSET และ BCPG จะร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยีบล็อกเชน เพื่อเชื่อมต่อกับบ้านรู้ใจ แอพพลิเคชั่น (BaanRueJai Application) อำนวยความสะดวกให้ลูกค้าเพิ่มมากขึ้น            สำหรับโครงการ เนเบอร์ฮูด บางกะดี (Neighbourhood Bangkadi) ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือของกรุงเทพฯ เป็นทำเลที่มีศักยภาพต่อการเติบโตของชุมชนเมือง ซึ่งจะพัฒนาที่อยู่อาศัยทั้งบ้านเดี่ยว และทาวน์โฮมทั้งหมด 7 โครงการ โดยที่มีสมาชิกครอบครัว SC Family ประมาณ 1,800 ครัวเรือน ทั้งนี้การนำร่องโครงการ Sun Share Project จะเริ่มในบางส่วนของ 2 โครงการแรกที่เปิดขาย ได้แก่ โครงการ เวนิว ติวานนท์-รังสิต กับ โครงการเวิร์ฟ ติวานนท์-รังสิต โดยลูกค้าจะใช้งานได้ประมาณไตรมาส 4/2562

นายบัณฑิต สะเพียรชัย กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า " ในฐานะหนึ่งในผู้บุกเบิกนำนวัตกรรมระดับโลกมาใช้ในธุรกิจพลังงาน บีซีพีจีมีความภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมสร้าง Quality Living ให้แก่ลูกค้าของ SC ASSET โดยการนำพลังงานแสงอาทิตย์มาผลิตเป็นไฟฟ้าสำหรับใช้ภายในครัวเรือน และสามารถนำไฟฟ้าที่ผลิตได้เกินความต้องการไปทำประโยชน์ให้กับสังคมส่วนรวม บริษัทฯ จะเป็นผู้ออกแบบ ติดตั้ง และดูแลระบบแลกเปลี่ยนซื้อขายไฟฟ้าให้ทั้งหมด โดยจะเริ่มต้นในช่วงไตรมาส 3 ของปีนี้ และมีแผนขยายกำลังการผลิตเพิ่มเติมเพื่อรองรับความต้องการพลังงานสะอาดจากโครงการต่างๆ ในอนาคต "

โครงการ Sun Share Project ยังสามารถต่อยอดสู่การพัฒนาระบบบริหารจัดการและวิเคราะห์ข้อมูลการใช้พลังงานของชุมชน (Big Data and Data Management) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการบริหารจัดการพลังงานของพื้นที่สาธารณะ ทั้งส่วนกลาง และ สปอร์ต คอมเพล็กซ์ ฯลฯ โดยช่วยบริหารจัดการช่วงเวลาและลำดับการใช้บริการพื้นที่ส่วนกลางและอุปกรณ์ไฟฟ้าอื่นๆ ของส่วนรวม เพื่อให้การใช้พลังงานของชุมชนมีความคุ้มค่า และเหมาะสมที่สุด

ซึ่งโครงการดังกล่าว เป็นการทำให้เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ขึ้น เนื่องจากไฟฟ้าทุกหน่วยที่ผลิตได้ จะนำไปใช้หรือแลกเปลี่ยนซื้อขายได้หมด ไม่มีไฟฟ้าส่วนเกินหรือเหลือใช้ ไม่กลายเป็นของเสียหรือสูญเปล่า และยังเป็นการสร้างเครือข่ายผู้ใช้พลังงานสะอาดให้มากขึ้น ร่วมสร้าง low cost, low carbon society เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน"

นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้เริ่มการทำการตลาดกับผู้บริโภครายย่อยโดยตรงมากขึ้น เน้นการเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนให้กับผู้บริโภคโดยตรง รวมถึงให้บริการการจัดการด้านพลังงานหรือ energy as a service และนำเทคโนโลยีล้ำสมัยระดับโลกมาใช้ ช่วยเพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภคสามารถผลิตพลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้ด้วยตัวเองและประหยัดค่าใช้จ่าย

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม : ณัชชารีย์ บูรณพัฒน์ปกรณ์ ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายสื่อสารองค์กร โทร.: 081-875-3222 อีเมล์: natcharee@bcpggroup.com


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ