ข่าวอินโฟเควสท์
16:37 BAY คาดเงินบาทสัปดาห์นี้เคลื่อนไหวในกรอบ 31.60-31.95 มองภาพการเมืองชัดเจนขึ้นช่วยหนุนเงินไหลเข้า   กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา…
16:33 เลือกตั้ง'62: ชาติไทยพัฒนา ยังไม่มีมติร่วมรัฐบาลพปชร. ชี้มติ 24 พ.ค.แค่ร่วมโหวตประธานสภาฯ   นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา ในฐา…
16:30 เลือกตั้ง'62: "เพื่อไทย"ยัน 7 พรรคมุ่งรักษาปชต. เชื่อโหวตไม่แตกแถว "ธนาธร"ชี้ปชป.ยกแก้รธน.มาต่อรองผลประโยชน์   แกนนำ 7 พรรคการเมือง ประกอบด้วย …
16:23 อาเซียนจับมือจีนยกระดับ FTA หวังลดข้อกีดกันทางการค้า ตั้งเป้าหมายมูลค่าการค้า 1 ล้านล้านดอลล์ในปี 63   นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ รองอธิบดีกรมเจรจากา…
16:22 รมว.พลังงาน เผยกบง.ยังไร้ข้อสรุปให้กฟผ.นำเข้า LNG พร้อมส่งไม้ต่องานให้รัฐบาลใหม่ ,ยังตรึงราคา LPG ต่อ   นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รมว.พลังงาน เปิดเ…

SME D Bank ร่วมมือ ม.กรุงเทพ พัฒนากลุ่มชา กาแฟ และผ้าพื้นเมืองชูโครงการ “SME-D Scaleup Local Economy ยกระดับผลิตภัณฑ์ชุมชน SMEs และ Startup สู่ตลาดโลก” ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 80,000 บาท

ข่าวเศรษฐกิจ ThaiPR.net -- พฤหัสบดีที่ 18 เมษายน 2562 11:22:41 น.
กรุงเทพฯ--18 เม.ย.--ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย

นายพงชาญ สำเภาเงิน รองกรรมการผู้จัดการ รักษาการในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank กล่าวว่า ธพว. ร่วมกับ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ จัดโครงการ "SME-D Scaleup Local Economy ยกระดับผลิตภัณฑ์ชุมชน SMEs และ Startup สู่ตลาดโลก" กลุ่มชา กาแฟ และผ้าพื้นเมือง" ให้มีองค์ความรู้ในการสร้างกลยุทธ์การเติบโตทางธุรกิจ และสร้างโอกาสและช่องทางการลงทุนในการขยายธุรกิจในการต่อยอดแนวความคิด ให้เกิดรูปแบบที่ยั่งยืน โดยปฏิรูปธุรกิจเดิมไปสู่การทำธุรกิจในยุคดิจิทัล สอดคล้องกับแนวทางพัฒนาการขับเคลื่อนประเทศโดยการปรับเปลี่ยนโครงสร้างทางเศรษฐกิจไปสู่ประเทศไทย 4.0 หรือเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม ทั้งนี้รูปแบบของการจัดอบรมจะเน้นหลักสูตรในการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการในด้านต่างๆและมีการ Pitching เพื่อชิงเงินรางวัล 80,000 บาท

สำหรับโครงการดังกล่าว เกิดจากแนวคิดที่ประเทศไทยมีตลาดผู้บริโภคกาแฟที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วและบุคลากรในอุตสาหกรรมกาแฟของไทยมีศักยภาพและความพร้อมสำหรับการพัฒนาให้ประเทศไทยเป็นผู้ผลิตกาแฟระดับโลก ขณะเดียวกันผลิตภัณฑ์ชาของไทยมีความโดดเด่น โดยจากสถิติการส่งออกปี2560 ประเทศไทยส่งออกชาอันดับ4ของโลก รองจากแคนาดา สหรัฐอเมริกาและจีน หากเกษตรกรและผู้ประกอบการไทยสามารถเพิ่มมูลค่าและพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ได้มาตรฐานยอมรับจากผู้บริโภคจะมีโอกาสทางการค้ามากยิ่งขึ้น ขณะที่ผ้าพื้นเมืองของไทย มีชื่อเสียงได้รับการยอมรับจากทั่วโลก ควรค่าต่อการสืบสานวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่นไทยให้เป็นที่ประจักษ์และสร้างมูลค่าเพิ่มยิ่งขึ้น

ทั้งนี้โครงการจะเปิดรับสมัครผู้ประกอบการ SMEs/Startup ที่เป็นบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ในกลุ่มชา กาแฟ และผ้าพื้นเมืองทั่วประเทศที่มีเอกลักษณ์ท้องถิ่น หรือสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือGeographical Indication(GI) เข้าร่วมการอบรมสัมมนาในหลักสูตรเพิ่มศักยภาพความเป็นผู้ประกอบการ โดยการอบรมประกอบด้วย 4 ด้านหลัก คือ 1. ด้านผู้ประกอบการจะเน้นเรื่องกระบวนการคิดแบบผู้ประกอบการ การสร้างนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ รูปแบบธุรกิจและการวางแผน 2. ด้านการตลาดดิจิทัลสำหรับผู้ประกอบการ จะชี้ให้เห็นช่องทางการตลาดใหม่ๆ กลยุทธ์การใช้ช่องทางแบบผสมผสานเพื่อการโฆษณาแบบดิจิทัล และมีWorkshopการใช้ระบบดิจิทัลกับการวางแผนธุรกิจ 3. ด้านการสร้างมาตรฐานให้กับผลิตภัณฑ์ เพื่อการเข้าสู่อุตสาหกรรมตามมาตรฐาน GAP,COC, GMP/HACCP และ 4. ด้าน Design for Branding เน้นเรื่องการปรับเปลี่ยนแบบผลิตภัณฑ์ให้เข้ากับยุคสมัย กลยุทธ์การวางแผนเพื่อการสร้างแบรนด์ รวมถึงWorkshop การให้คำปรึกษาด้านการออกแบบและการปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์ผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมกับการสร้างแบรนด์โดยวิทยากรบริษัทชั้นนำและวิทยากรผู้มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ทั้งนี้จะเปิดรับนักศึกษาร่วมพัฒนาโครงการกับผู้ประกอบการด้วยโดยเน้นการเรียนรู้สู่ห้องเรียนที่ได้รับโจทย์จริง ลงมือปฏิบัติจริง ในการอบรมBootcamp 3 วัน 2 คืน ระหว่างวันที่ 31 พ.ค.- 2 มิ.ย. 2562 ณ โรงแรมมารวยกรุงเทพฯ และจะมีผู้เชี่ยวชาญ Site Visit ให้คำปรึกษาแนะนำผู้ประกอบการเพื่อเจาะลึกถึงปัญหาพร้อมวิธีการพัฒนากิจการสู่ความสำเร็จของธุรกิจ

สำหรับผู้ที่สนใจเข้าร่วมโครงการฟรีรับจำนวนจำกัด เปิดรับสมัครแล้ววันนี้ – 15 พฤษภาคม 2562 สามารถกรอกใบสมัครได้ที่ www.bu-sme-dscaleup.com หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 064-596-1848, 087-578-0034,086-556-5050,098-584-8593 หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ฝ่ายส่งเสริมกิจกรรมพัฒนาผู้ ประกอบการ ธพว. โทร. 02-265-3900, 02-265-3775 facebook: powersmethai และLine@:@powersmethai

ข่าวที่เกี่ยวข้อง