ดวงตากับปัญญาประดิษฐ์

ข่าวทั่วไป Friday May 10, 2019 13:16 —ThaiPR.net

ดวงตากับปัญญาประดิษฐ์ กรุงเทพฯ--10 พ.ค.--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เรื่อง : นิธิกานต์ ปภรภัฒ ภาพ : พิมพ์ลักษณ์ สิริวัชราทร บทความจากวารสาร CU Around โดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ชายหนุ่มอัธยาศัยดีกับความมุ่งมั่นที่จะยกระดับการรักษาดวงตา คนไทย บอนด์ - กัญจน์พัฒน์ เตมหิวงศ์ นิสิตคณะแพทยศาสตร์ ชั้นปีที่ 6 ผู้สร้างโอกาสการเรียนรู้ในจุฬาฯ จากผู้ชนะดนตรีไทย "จามจุรี คีตประเลง" สู่อาสาสมัครให้คำแนะนำด้านสุขภาพและออกหน่วยบริการ ชุมชน รวมทั้งผู้ได้รับทุนโครงการเยาวชนรางวัล สมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี 2561 Q : โครงการเยาวชนนี้มีความสำคัญอย่างไร A : สิ่งที่ผมเสนอทุนเจ้าฟ้าฯ เป็นความฝันของผม ที่อยากจะวิจัยและพัฒนาอุปกรณ์เพื่อพัฒนา สาธารณสุขทางการแพทย์ไทย เพื่อใช้เทคโนโลยี ความจริงเสมือนและปัญญาประดิษฐ์สร้าง ความเท่าเทียมสำหรับคนที่อยู่ในชนบทให้ได้รับการ ดูแลรักษาเท่ากับคนที่อยู่ในเมือง โครงการของผม มีชื่อภาษาอังกฤษว่า Virtual Reality (VR) and Artificial Intelligent (AI) for Glaucoma Screening เป็นการพัฒนาอุปกรณ์ ตรวจวัดสายตาร่วมกับโปรแกรม การแปลผลแบบอัตโนมัติเพื่อ ตรวจคัดกรองต้อหินให้ดียิ่งขึ้น Q : ทำไมสนใจโรคต้อหิน A : เพราะเป็นโรคที่ทำให้ เกิดตาบอดอันดับหนึ่งของ ประเทศไทย และประเทศไทย กำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ดังนั้นมี แนวโน้มที่จะพบโรคต้อหินได้มาก ขึ้นเรื่อยๆ 90% ของผู้ที่เป็นโรค ต้อหินไม่ได้รับการวินิจฉัย เพราะ โรคต้อหินเป็นโรคที่ไม่แสดงอาการ ถ้าไม่ไปตรวจก็จะไม่เจอ จะมีอาการก็ต่อเมื่อสายตาเรา แย่ ใกล้บอดแล้ว Q : อุปกรณ์นี้จะช่วยวงการแพทย์อย่างไร A : ผมพยายามมองเรื่องการนำไปปฏิบัติจริง ก็คือต้องการพัฒนา อุปกรณ์ที่มีราคาถูกเพื่อจะได้กระจายไปทั่วทั้งประเทศ ถ้ามีอุปกรณ ที่ช่วยให้ประหยัดค่าใช้จ่าย เราก็จะสามารถเข้าไปคัดกรองผู้ป่วยได้ มากขึ้นและสามารถนำผู้ป่วยเข้ามารักษาได้มากขึ้นครับ และผมก็ พิจารณาพวกปัจจัยเสี่ยง ใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์ วิเคราะห์ด้วยว่า พื้นที่ไหนในประเทศมีความเสี่ยงสูงที่สุด เพื่อจะได้ทำการตรวจ คัดกรองพื้นที่นั้นก่อน และส่งทีมงานเข้าพื้นที่นั้นให้มากขึ้นครับ Q : เรียนหนัก งานหนัก สร้างสมดุลของชีวิตอย่างไร A : ชีวิตคนเรามีหลายด้าน ผมใช้หลักการจัดเวลาว่าตอนนี้อยู่กับ ใคร ผมก็โฟกัสเพียงสิ่งนั้นสิ่งเดียว รวมถึงเวลาท่องเที่ยว พักผ่อน ของตัวเอง แต่เรื่องครอบครัว ผมจะไม่ให้เสียไปเลย ถ้าเปรียบ เหมือนคนเราโยนลูกบอลอยู่ 4-5 ลูกในชีวิต งานเหมือนเป็น ลูกบอลยางที่ตกไปก็ไม่เป็นไร มันยืดหยุ่นได้ ถ้าเป็น เรื่องจิตใจ ครอบครัว มันเป็นเหมือนแก้ว ถ้าตกไปมันก็แตกครับ Q : อะไรคือแรงบันดาลใจ ในการเรียนและการใช้ชีวิต A : ผมเป็นผมทุกวันนี้เพราะพ่อ แม่เกือบทั้งหมดเลย ทั้งการ ประพฤติตัว ทัศนคติ วิธีคิด ความมุ่งมั่นหรือว่าความเชื่อ ต่างๆ เป็นสิ่งที่ได้สอนมาตั้งแต่ เด็กปลูกจิตสำนึกให้ เช่น การเรียนเป็นเรื่องสำคัญ พ่อผม เวลาทำอะไรก็จะตั้งใจมุ่งมั่น ส่วนคุณแม่จะเป็นเรื่องของจิตใจ คอยถามเรื่องเพื่อนเรื่องชีวิตเป็น อย่างไงบ้างและตอนเด็กช่วยฝึกให้ ผมมีระเบียบครับ Q : มีหลักคิดในการใช้ชีวิต อย่างไร A : ตั้งแต่เด็กแล้ว ผมชอบที่จะได้พัฒนา ตนเองและเรียนรู้ ค้นหาความฝันของตัวเองให้ เจอ เราเรียนรู้หลายๆ อย่างเพื่อจะตามหาสิ่งที่ ตัวเองชอบ มีความชอบในสิ่งนั้นจริงๆ ก็จะมี ความสุข ถ้าเราเชื่อว่าทำได้เราก็จะสามารถทำได้

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ