FTE โชว์งบ Q1/62 รายได้ 253.91 ล้านบาท กำไรโต 79.12% เผยแนวโน้ม Q2/62 เติบโตดี

ข่าวหุ้น-การเงิน 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 10:33 น. —ThaiPR.net

FTE โชว์งบ Q1/62 รายได้ 253.91 ล้านบาท กำไรโต 79.12% เผยแนวโน้ม Q2/62 เติบโตดี

FTE โชว์งบ Q1/62 รายได้ 253.91 ล้านบาท กำไรโต 79.12% เผยแนวโน้ม Q2/62 เติบโตดี กวาดงานโรงงานในนิคมอุตสาหกรรม ศูนย์คอมพิวเตอร์ดาต้าเซ็นเตอร์ มูลค่ากว่า 60 ล้านบาท ยื่นประมูล EGAT และ MEA มูลค่ารวม 200 ล้านบาท หนุน Backlog 420 ล้านบาท พร้อมเดินหน้าประมูลงานภาครัฐ-เอกชนต่อเนื่อง มั่นใจรายได้โตตามเป้า 10% หรือ 1,130 ล้านบาท

นายทักษิณ ตันติไพจิตร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไฟร์เทรดเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) (FTE) ผู้นำธุรกิจนำเข้าและจำหน่าย บริการออกแบบ รับเหมาติดตั้ง ซ่อมแซม ตรวจสอบอุปกรณ์-ระบบดับเพลิงครบวงจร เปิดเผยถึงผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2562 ว่า บริษัทมีรายได้รวม 253.91 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีรายได้รวม 224.15 ล้านบาท จำนวน 29.76 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 13.28% และมีกำไรสุทธิ 29.77 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 16.62 ล้านบาท จำนวน 13.15 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 79.12%

ทั้งนี้ผลประกอบการของบริษัทมีการเติบโตเพิ่มขึ้น เนื่องจากรับรู้รายได้งานโครงการอย่างต่อเนื่อง ขณะที่งานจัดจำหน่ายมียอดการสั่งซื้อมากขึ้น จากลูกค้ารายเดิมที่เพิ่มสัดส่วนการสั่งซื้อ และมีลูกค้ารายใหม่เพิ่มขึ้น

สำหรับแนวโน้มธุรกิจของบริษัทในช่วงไตรมาส 2 คาดว่าจะเติบโตในเกณฑ์ดี โดยส่วนของงานออกแบบติดตั้งระบบดับเพลิง สามารถรับงานโรงงานนิคมอุตสาหกรรม 3-4 แห่ง และงานศูนย์คอมพิวเตอร์ดาต้าเซ็นเตอร์ มูลค่ารวมกว่า 60 ล้านบาท ขณะเดียวกันอยู่ระหว่างการนำเสนองานอีกกว่า 2-3 แห่ง มูลค่ารวมประมาณ 50 ล้านบาท ซึ่งงานดังกล่าวจะสามารถรับรู้รายได้ภายใน 6 เดือน

นอกจากนี้ยังอยู่ระหว่างยื่นประมูลงานการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (EGAT) มูลค่าโครงการ 150 ล้านบาท และงานการไฟฟ้านครหลวง (MEA) มูลค่าโครงการ 50 ล้านบาท ขณะที่งานจัดจำหน่ายคาดว่าจะมียอดขายที่เพิ่มขึ้น จากการเร่งส่งมอบงานของโครงการคอนโดมีเนียม ปัจจุบันมีงานในมือ (Backlog) อยู่ที่ประมาณ 420 ล้านบาท แบ่งเป็นงานจัดจำหน่าย 130 ล้านบาท งานออกแบบติดตั้งระบบดับเพลิง 290 ล้านบาท

"ในปีนี้บริษัทยังคงเดินหน้าประมูลงานโครงการออกแบบ-ติดตั้งระบบดับเพลิงของทั้งภาครัฐและเอกชน มุ่งเน้นที่จะขยายส่วนแบ่งการตลาดจากกลุ่มลูกค้ารายสำคัญ และเจาะกลุ่มลูกค้าภาคอุตสาหกรรมมากขึ้น พร้อมนำเสนอผลิตภัณฑ์กับกลุ่มลูกค้าผู้รับเหมา เพื่อให้รายได้เติบโตตามเป้าหมายที่วางไว้ 10% หรือมีรายได้รวมอยู่ที่ประมาณ 1,130 ล้านบาท และรักษาอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ประมาณ 12-13%" นายทักษิณ กล่าว

เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ