ข่าวอินโฟเควสท์
14:05 (เพิ่มเติม) "อนุทิน" มั่นใจรายชื่อรมต.โควตาพรรคไม่โดนตีกลับ หนุน"ประยุทธ์"นั่งหัวหน้าพปชร.   นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) เปิ…
14:00 กลยุทธ์การลงทุนรอบบ่ายวันที่ 19 มิถุนายน 2562   โบรกเกอร์ แนวรับ แนวต้าน กลยุทธ์ จากบทวิเคราะห์ ASL 1,695 1,700 ดัชนีเปิด gap ปรับตัวขึ้นด้วยแท…
13:57 (เพิ่มเติม) กสทช. เปิดรับคำขอใบอนุญาตและจัดสรรคลื่นความถี่ 700 MHz วันนี้ DTAC-ADVANC-TRUE เข้ายื่น   นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจ…
13:54 Analysis: นักเศรษฐศาสตร์เตือนตลาดอาจเชื่อมั่นมากเกินไปว่าเฟดจะลดดอกเบี้ย   บรรดานักเศรษฐศาสตร์กล่าวว่า ตลาดต่างๆ อาจจะปรับตัวรับมากเกินไปแล้วเก…
13:53 สภาฯ เตรียมตั้งกระทู้ถามการทำงานของรัฐบาลในสัปดาห์หน้า "ชวน"แจงรธน.กำหนดครม.ปัจจุบันทำหน้าที่ต่อได้จนกว่าจะมีชุดใหม่   นายชวน หลีกภัย ประธานสภา…

กรุงศรีคาดเงินบาทซื้อขายในกรอบ 31.65-32.00 มองสงครามการค้ากดดันค่าเงินต่อเนื่อง

ข่าวหุ้น-การเงิน ThaiPR.net -- อังคารที่ 21 พฤษภาคม 2562 14:44:27 น.
กรุงเทพฯ--21 พ.ค.--ธนาคารกรุงศรีอยุธยา

กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) มีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาท ในสัปดาห์นี้ว่ามีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 31.65-32.00 ต่อดอลลาร์ เทียบกับระดับปิดอ่อนค่าที่ 31.74 ต่อดอลลาร์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยระหว่างสัปดาห์เงินบาทแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบ 2 เดือนครึ่งก่อนจะพลิกกลับมาอ่อนค่าตามเงินหยวน ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิในตลาดหุ้นไทย 7.6 พันล้านบาท แต่ซื้อพันธบัตร 1.4 หมื่นล้านบาท

กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ กรุงศรี มองว่า ตลาดจะเฝ้าติดตามรายงานการประชุมครั้งล่าสุดของธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด) เพื่อประเมินทิศทางดอกเบี้ยในระยะถัดไป แม้ล่าสุดประธานเฟดกล่าวว่ายังเร็วเกินไปที่จะประเมินผลกระทบจากสงครามการค้าต่อนโยบายการเงิน ขณะที่บรรยากาศการลงทุนมีแนวโน้มผันผวนตามกระแสข่าวเกี่ยวกับข้อพิพาททางการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีน รวมถึงการเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภายุโรปเช่นกัน ทั้งนี้ สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีนเริ่มรุนแรงมากขึ้นหลังจีนตอบโต้ว่าจะปรับขึ้นอัตราภาษีนำเข้าสำหรับสินค้าสหรัฐฯ ส่งผลให้ตลาดหุ้นดิ่งลงทั่วโลกเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ดี นักลงทุนกลับเข้าถือครองดอลลาร์อีกครั้งหลังปธน.ทรัมป์กล่าวว่าการเจรจาการค้ากับจีนยังไม่ล้มเหลว

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ สภาพัฒน์ฯ เปิดเผยตัวเลขจีดีพีไตรมาส 1/2562 เติบโต 2.8% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นอัตราการขยายตัวที่ต่ำกว่าการคาดการณ์ของตลาด ขณะที่สภาพัฒน์ฯ ปรับลดประมาณการอัตราการเติบโตของจีดีพีปี 2562 เป็น 3.3-3.8% จากเดิม 3.5-4.5% และมองว่ามูลค่าส่งออกจะเพิ่มขึ้นเพียง 2.2% ส่วนผู้ว่าการธปท.ได้ยอมรับก่อนหน้านี้ว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้มีโอกาสขยายตัวต่ำกว่าที่ธปท.คาดไว้เดิมที่ 3.8% หลังการกีดกันการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ กระทบการส่งออกมากขึ้น โดยเฉพาะการส่งออกที่อยู่ในห่วงโซ่การผลิตของจีน ขณะที่มูลค่าการค้าที่ชะลอลงอาจส่งผลต่อการตัดสินใจลงทุนของภาคเอกชน ส่วนการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท ธปท.มองว่าสะท้อนปัจจัยภายนอก อาทิ มาตรการกีดกันทางการค้าและการดำเนินนโยบายการเงินของประเทศเศรษฐกิจหลัก พร้อมทั้งยืนยันว่าไทยไม่ได้มีนโยบายบริหารอัตราแลกเปลี่ยนเพื่อสร้างความได้เปรียบทางการค้ากับสหรัฐฯ โดยจะเข้าไปดูแลเฉพาะช่วงที่มีความผันผวนสูง และระบุถึงข่าวที่ว่าไทยอาจจะติดรายชื่อในบัญชีของประเทศที่จะมีการติดตามของสหรัฐฯ เป็นเพราะไทยเกินดุลการค้ากับสหรัฐฯ อยู่ในระดับสูงไม่ได้เป็นผลของการแทรกแซงค่าเงินบาท

ข่าวที่เกี่ยวข้อง