อบรมวิทยากร 3 สารรุ่นแรกเริ่มแล้ว 3 สมาคมเอกชนแห่อบรมเกินเป้า

ข่าวทั่วไป ThaiPR.net -- พฤหัสบดีที่ 23 พฤษภาคม 2562 15:48:07 น.
กรุงเทพฯ--23 พ.ค.--กรมวิชาการเกษตร เพื่อเกษตรกร

กรมวิชาการเกษตร เปิดคอร์สวิทยากร 3 สารรุ่นแรกพร้อมกันทั่วประเทศ สมาคมภาคเอกชนเข้าคิวติวเข้มรุ่นแรกเกินเป้าเข้าอบรมกว่า 200 คน รุ่น 2 อีก 300 คนรอคิวอบรมรุ่นหน้า 6 มิถุนายน นี้ คาดหลังผ่านการอบรมมีวิทยากร 3 สารทั่วประเทศรวมกว่า 2,000 คน

นางสาวเสริมสุข สลักเพ็ชร์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ของกรมวิชาการเกษตรได้จัดอบรมเพื่อสร้างวิทยากรไปอบรมเกษตรกรในหลักสูตร "การใช้วัตถุอันตราย พาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอส ให้ถูกต้องและปลอดภัย" ให้แก่เจ้าหน้าที่ของกรมส่งเสริมการเกษตร สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย การยางแห่งประเทศไทย และสมาคมที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สมาคมคนไทยธุรกิจเกษตร สมาคมอารักขาพืชไทย และสมาคมการค้านวัตกรรมเพื่อการเกษตรไทย รวมจำนวนผู้รับการอบรมในรุ่นที่ 1 ทั้งสิ้น 1,700 คน ณ สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรและศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตร ซึ่งเป็นหน่วยงานในส่วนภูมิภาคของกรมวิชาการเกษตร ส่วนสมาคมภาคเอกชนทั้ง 3 สมาคมจัดอบรมที่ กรมวิชาการเกษตร

ทั้งนี้ ในส่วนของสมาคมภาคเอกชนทั้ง 3 สมาคม จากเดิมที่กำหนดจำนวนผู้เข้ารับการอบรมไว้ทั้งหมด 300 คน แต่มีการแจ้งความประสงค์จากสมาคมขอเข้ารับการอบรมมาเกินเป้าหมายที่ตั้งไว้รวมเป็นกว่า 500 คน ซึ่งกรมวิชาการเกษตรได้จัดอบรมในรุ่นที่ 1 ในวันที่ 23 พฤษภาคมนี้จำนวน 200 คน และจะอบรมวิทยากรจากทั้ง 3 สมาคมที่เหลืออีกจำนวน 300 คนในรุ่นที่ 2 วันที่ 6 มิถุนายน 2562 นี้

อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า ในช่วงเดือนพฤษภาคมนี้กรมวิชาการเกษตรอยู่ในระหว่างการสร้างวิทยากรร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อไปทำหน้าที่วิทยากรนำความรู้ที่ได้รับทั้งภาคทฤษฎีและปฎิบัติไปอบรมเกษตรกรกลุ่มเป้าหมายจำนวน 1.5 ล้านคนที่ยังมีความจำเป็นต้องใช้สารทั้ง 3 ชนิดนี้ ทั้งนี้ เกษตรกรที่จะเข้ารับการอบรมต้องมีทะเบียนเกษตรกร หรือหลักฐานแสดงพื้นที่ปลูกพืชที่มีความจำเป็นต้องใช้สารพาราควอตและไกลโฟเซต สำหรับกำจัดวัชพืชใน อ้อย ปาล์มน้ำมัน ยางพารา ข้าวโพด มันสำปะหลัง และไม้ผล และใช้คลอร์ไพริฟอสเพื่อกำจัดแมลงในไม้ดอก พืชไร่ และกำจัดหนอนเจาะลำต้นในไม้ผล ซึ่งต่อไปการซื้อสารทั้ง 3 ชนิดไปใช้เกษตรกรจะต้องซื้อจากร้านที่ได้รับอนุญาต แสดงหลักฐานผ่านการอบรม พร้อมกับแสดงชนิดพืชที่ปลูก และพื้นที่ปลูก เพื่อกำหนดปริมาณวัตถุอันตรายที่จะซื้อได้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง