ข่าวอินโฟเควสท์
13:00 "หัวเว่ย" มีรายได้จากการออกใบอนุญาต 1.4 พันล้านดอลลาร์นับตั้งแต่ปี 2558   หัวเว่ย เทคโนโลยี่ เปิดเผยว่า บริษัทมีรายได้จากการออกใบอนุญาต (licens…
12:54 “แบล็คแคนยอน” เปิดสาขาใหม่ ศรีพงษ์พาร์ค อุตรดิตถ์ ไลฟ์สไตล์ช้อปปิ้งมอลล์   แบล็คแคนยอน จัดพิธีเปิดร้านสาขาใหม่อย่างเป็นทางการ ณ ศรี…
12:43 เกาหลีใต้เผยยอดขายรถยนต์นำเข้าเดือนพ.ค.ลดลง 3.6% เหตุศก.ซบเซาฉุดอุปสงค์ชะลอตัว   สมาคมผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถยนต์ของเกาหลีใต้ (KAIDA) เปิดเผยใ…
12:43 ภาวะตลาดหุ้นไทย: ปิดเช้าบวก 9.82 จุด คล้ายตลาดภูมิภาคขานรับเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีนคืบหน้า   ตลาดหลักทรัพย์ฯ ปิดช่วงเช้าวันนี้ที่ระดับ 1,73…
12:42 ปธน.ฝรั่งเศสแจงไม่มีเหตุผลที่จะต้องทบทวนความสัมพันธ์ด้านเงินทุนระหว่างเรโนลต์และนิสสัน   ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครอง แห่งฝรั่งเศสเผยรัฐบาลไม…

หอการค้าชลบุรี จับมือ ดีป้า ดัน 1.5 แสนเอสเอ็มอีไทยในพื้นที่อีอีซี เปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจดิจิทัล

ข่าวเศรษฐกิจ ThaiPR.net -- พฤหัสบดีที่ 23 พฤษภาคม 2562 16:03:51 น.
กรุงเทพฯ--23 พ.ค.--วีม คอมมูนิเคชั่น

ภายหลังประสบความสำเร็จจากการจัดงานสัมมนา "depa mini Transformation Voucher EEC" เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง หอการค้าจังหวัดชลบุรี กับ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า ซึ่งมีผู้ประกอบการเอสเอ็มอีให้ความสนใจร่วมงานเป็นจำนวนมาก เป็นไปตามความตั้งใจของผู้จัดงาน ที่ต้องการให้ผู้ประกอบการ ในพื้นที่ EEC ได้ประยุกต์ใช้ดิจิทัลเพื่อพัฒนาธุรกิจและเพิ่มขีดความสามารถให้สามารถแข่งขันได้ในโลกปัจจุบัน พร้อมเดินหน้าสร้างความเข้าใจและประชาสัมพันธ์ผู้ประกอบการ SMEs ในพื้นที่กว่า 1.5 แสนราย เพื่อส่งเสริมและสามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อช่วยลดต้นทุนเพิ่มผลกำไร

นายมีธรรม ณ ระนอง ผู้ช่วยผู้อำนวยการการอาวุโส (ด้านกิจการสาขา) สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล กล่าวถึงความสำเร็จของการจัดงานสัมมนา "depa Mini Transformation Voucher EEC" ว่า ในงานดังกล่าวมีผู้ประกอบการซอฟต์แวร์ ทั้งในอุตสาหกรรมดิจิทัล และ ดิจิทัลสตาร์ทอัพ เข้าร่วมออกบูธ จำนวน 20 บูธ พร้อมนำเสนอสินค้าและบริการให้แก่ผู้ประกอบการ SMEs ที่สนใจนำเทคโนโลยีดิจิทัลไปปรับใช้เพื่อพัฒนาธุรกิจ นอกจากนี้ภายในงาน ยังสามารถใช้คูปอง depa mini Transformation Voucher ภายใต้มาตรการช่วยเหลือและสนับสนุน ของดีป้า ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการ SMEs เป็นอย่างมาก เนื่องจากคูปองดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้ประกอบการทั้งภาคเกษตร ภาคธุรกิจบริการ ได้ใช้ดิจิทัลประยุกต์ใช้กับธุรกิจตัวเองทั้ง Software และ Hardware เพื่อพัฒนาธุรกิจมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น ระบบควบคุมสต๊อค ระบบดูแลสินค้า หรือบริหารงานจุดขาย โดยจะมีทุนสนับสนุนสูงสุดมูลค่า 10,000 บาท

"โดยขณะนี้ในพื้นที่ EEC มีผู้ประกอบการ SMEs ได้ผ่านการตรวจสอบและขอรับทุนเข้ามาแล้วประมาณ 1,200 ราย โดยวิธีการคัดเลือกจะเลือกจากคนที่ซื้อของจาก ผู้ประกอบการที่ขึ้นทะเบียนกับดีป้า โดยเก็บใบเสร็จรับเงินไปขอรับการสนับสนุน จากหอการค้าจังหวัดชลบุรี สภาอุตสาหกรรม ซึ่งเปิดให้มีการขอตั้งแต่ พฤศจิกายน 2561 ซึ่งขณะนี้ ดีป้าได้พิจารณาตรวจสอบจากจำนวนผู้ที่ขอรับทุนมา 1,200 รายและทำการให้ทุนไปแล้วรวม 100 กว่าทุน" นายมีธรรม กล่าว

ด้านนายธีรินทร์ ธัญญวัฒนกุล ประธานหอการค้าจังหวัดชลบุรี กล่าวว่า การจัดงานสัมมนา "depa mini Transformation Voucher EEC" ประสบความสำเร็จได้ เกิดจากการให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีจาก สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า ที่ต้องการให้ผู้ประกอบการ ในพื้นที่ EEC ได้ประยุกต์ใช้ดิจิทัลเพื่อพัฒนาธุรกิจและเพิ่มขีดความสามารถให้สามารถแข่งขันได้ในโลกปัจจุบัน ขณะเดียวกัน หอการค้าชลบุรีเองก็มีแผนในการผลักดันและช่วยผู้ประกอบการ SMEs มาอย่างต่อเนื่อง โดยได้มีการจัดสัมมนาให้ความรู้เพื่อให้ผู้ประกอบการได้เข้าใจถึงพื้นฐานในการประกอบธุรกิจ รวมถึงการเข้าถึงตลาดที่ตรงใจลูกค้าพร้อมทั้งให้คำแนะนำและแก้ปัญหาให้กับผู้ประกอบการ นอกจากนี้ยังเป็นตัวกลางในการเชื่อมโยงภาคราชการ ภาควิชาการให้กับผู้ประกอบการอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นการที่ทำเอ็มโอยูกับมหาวิทยาลัยบูรพาในการที่นำอาจารย์และผู้เชี่ยวชาญมาช่วยต่อยอดของผู้ประกอบการในการพัฒนานวัตกรรมของสินค้า หรือการที่เข้าไปทำเอ็มโอยูกับวิทยาลัยอาชีวะเพื่อให้นักเรียนได้มีอาชีพที่ตรงตามความต้องการของตลาดในพื้นที่ EEC อย่างแท้จริง

"สำหรับหอการค้าจังหวัดชลบุรี มีแนวคิดว่าการประยุกต์ใช้ดิจิทัลในภาคธุรกิจมีความสำคัญเป็นอย่างมากสำหรับผู้ประกอบการทุกๆ ท่าน เนื่องจากจะเห็นได้ว่าปัจจุบันในการดำเนินธุรกิจต้องมีการจัดการที่ดีเพื่อ ลดค่าใช้จ่าย และเพิ่มศักยภาพในการบริหารจัดการ ให้สามารถที่จะแข่งขันกับภายนอกได้ ซึ่งภายนอกที่ว่าไม่ใช่การแข่งขันของผู้ประกอบการภายในประเทศเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงคู่แข่งผู้ประกอบการจากต่างประเทศ ซึ่งปัจจุบันมีเข้ามาเปิดดำเนินธุรกิจในบ้านเราอีกมากมาย และหลายช่องทางไม่ว่าจะทั้ง Online และ Offline หากวันนี้ผู้ประกอบการไทยยังไม่มีการปรับตัว ก็จะทำให้มีผลต่อการดำเนินธุรกิจในอนาคตอย่างแน่นอน" นายธีรินทร์ กล่าว

นายธีรินทร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการจัดสัมมนาดังกล่าวเป็นเพียงส่วนหนึ่งของโครงการที่ทางหอการค้าจังหวัดชลบุรีวางแผนไว้ที่จะต้องการให้ผู้ประกอบการในพื้นที่ EEC ได้เข้าใจถึงโครงการดีๆ ที่ภาครัฐต้องการจะส่งเสริมให้ผู้ประกอบการมีศักยภาพและสามารถพัฒนา รวมไปถึงแข่งขันกับรายอื่นได้โดยการจัดสัมมนาในครั้งนี้นับเป็นจุดเริ่มต้นที่มีประโยชน์อย่างมากสำหรับผู้ประกอบการในพื้นที่ เพราะผู้ประกอบการส่วนใหญ่จะคิดว่าการใช้โปรแกรมดิจิทัลเป็นเรื่องยุ่งยากและมีราคาแพง แต่จากสิ่งที่สัมผัสได้ในตอนนี้โปรแกรมหลากหลายโปรแกรมมีฟังก์ชั่นการทำใช้งานที่ง่าย และราคาเริ่มต้นเพียงหลักร้อยเท่านั้น หากสามารถให้ผู้ประกอบการ SMEs เข้าใจและได้ลองใช้เป็นมันจะเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจไปสู่เทคโนโลยีดิจิทัลได้อย่างแท้จริง

นอกจากการร่วมกับ ดีป้า ในการจัดสัมมนาดังกล่าวแล้ว ทางหอการค้าจังหวัดชลบุรี ยังได้มีการประชาสัมพันธ์ในช่องทางต่างๆ อย่างหลากหลายหรือแม้กระทั่งแต่ Provider เพื่อที่จะอธิบายให้ผู้ประกอบการ ได้เข้าใจถึงเจตนาที่ดีของภาครัฐอย่างแท้จริง ซึ่งโครงการนี้โดยพื้นฐานแล้วเป็นโครงการที่ดี มีประโยชน์และตรงกับเนื้อหาในการพัฒนาธุรกิจอย่างมาก แต่เนื่องจากผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังไม่มีความเข้าใจและไม่คาดคิดว่าจะมีโครงการดีดีแบบนี้เกิดขึ้น จึงทำให้ทางหอการค้าจังหวัดชลบุรีต้องเร่งทำความเข้าใจและประชาสัมพันธ์ให้ผู้ประกอบการเข้าใจอย่างถูกต้องและทั่วถึงต่อไป นอกจากนี้จากข้อมูลที่ได้มาจาก สสว. ว่าจริงๆ แล้วในพื้นที่มีผู้ ประกอบการ SMEs อยู่มากถึง 150,000 ราย นับได้ว่าเป็นจำนวนที่ เยอะมากๆ จึงทำให้คิดว่าหากผู้ประกอบการ SMEs ในพื้นที่ได้มีความเข้าใจและเข้าถึงดิจิตอลได้ทั้งหมดจะเป็นเรื่องดีมาก ทั้งนี้สำหรับผู้ประกอบการ SMEs ที่สนใจและต้องการขอทุนนั้น สามารถติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.depa.or.th/smedigitalcoupon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง